เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” จัดทัพลงทุนเมกะโปรเจ็กต์คมนาคม 8.2 แสนล้าน เร่ง 216 โครงการคิกออฟปี’70
Economic “พิพัฒน์” จัดทัพลงทุนเมกะโปรเจ็กต์คมนาคม 8.2 แสนล้าน เร่ง 216 โครงการคิกออฟปี’70
“ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ปล่อยเทรลเลอร์ “HOPE” เตรียมฉาย 9 ก.ย.
Biz Movement “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ปล่อยเทรลเลอร์ “HOPE” เตรียมฉาย 9 ก.ย.
วรวงศ์ ชี้นโนบาย ‘ข้าวแกง 40 บาท’ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะเลิกแก้ปัญหาปลายเหตุ
Politics วรวงศ์ ชี้นโนบาย ‘ข้าวแกง 40 บาท’ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะเลิกแก้ปัญหาปลายเหตุ
เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต. ปิดช่องโหว่
Finance เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต. ปิดช่องโหว่
บัญชีกลาง ชี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คุม “คุณภาพ” ผู้รับเหมาโปรเจ็กต์รัฐ กรณี “อุโมงค์รถไฟฟ้า” รฟม. ต้องพิจารณา
Finance บัญชีกลาง ชี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คุม “คุณภาพ” ผู้รับเหมาโปรเจ็กต์รัฐ กรณี “อุโมงค์รถไฟฟ้า” รฟม. ต้องพิจารณา
สิทธิแรงงาน ‘เมนส์มาลาได้’ นโยบายระดับโลกที่มากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว
Politics สิทธิแรงงาน ‘เมนส์มาลาได้’ นโยบายระดับโลกที่มากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว
นักวิจัยชี้ อังกฤษ-เวลส์ เผชิญคลื่นความร้อน อาจคร่าชีวิตมากกว่า 2,700 ราย
World นักวิจัยชี้ อังกฤษ-เวลส์ เผชิญคลื่นความร้อน อาจคร่าชีวิตมากกว่า 2,700 ราย
คปภ.ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำประกันทรัพย์สินไว้ 40 ล้านบาท กับ “ทิพยประกันภัย”
Finance คปภ.ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำประกันทรัพย์สินไว้ 40 ล้านบาท กับ “ทิพยประกันภัย”
บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 2 ปีพุ่งสูงสุดรอบปีเศษ รับราคาน้ำมันสูงขึ้น
World บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 2 ปีพุ่งสูงสุดรอบปีเศษ รับราคาน้ำมันสูงขึ้น
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งตรวจสถานบันเทิงทั่วจังหวัด ป้องกันเหตุซ้ำรอย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งตรวจสถานบันเทิงทั่วจังหวัด ป้องกันเหตุซ้ำรอย
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” เริ่มการถอนตัว จาก “ความตกลงปารีส” อ้างไม่เป็นธรรมกับชาวอเมริกัน

05 พ.ย. 2562 | 18:55น.

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเริ่มกระบวนการถอนตัวอย่างเป็นทางการของสหรัฐออกจาก ความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ “ความตกลงปารีส” ที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการถอนตัวนี้จะใช้เวลา 1 ปีโดยจะสิ้นสุดลงภายในการเลือกตั้งสหรัฐปี 2020

ทั้งนี้ ความตกลงปารีส ริเริ่มในปี 2015 โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศสมาชิก 188 ประเทศร่วมกันพยายามควบคุมอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามจำกัดให้มากขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสต่อไป ซึ่งสหรัฐมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากถึง 15% ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก

แต่หลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ในปี 2017 เขาไม่ยอมลงนามในความตกลงปารีส และแสดงเจตจำนงที่จะถอนสหรัฐออกจากความตกลงดังกล่าว ตามที่ประกาศไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

“ไมก์ ปอมเปโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าว “สร้างภาระทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมให้กับชาวอเมริกัน” โดยอ้างว่าข้อตกลงดังกล่าวสร้างต้นทุนให้กับภาคธุรกิจสหรัฐสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐและทำให้สูญเสียตำแหน่งงานถึง 6.5 ล้านตำแหน่ง

ปอมเปโอระบุด้วยว่า “สหรัฐจะทำตามแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง โดยมุ่งเน้นการใช้แหล่งพลังงานและเทคโนโลยีที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ” ขณะที่ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นต่างเป็นผู้นำในการคัดค้านการถอนตัวของสหรัฐ

ด้าน “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐ ได้ออกมาประณามการตัดสินใจของทรัมป์โดยระบุว่า “เป็นการตัดสินที่สร้างหายนะด้วยการขายอนาคตของลูกหลานของเรา”

ขณะที่ หลายรัฐของสหรัฐและภาคธุรกิจอีกหลายร้อยแห่งในสหรัฐได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มเคลื่อนไหว We Are Still In โดยให้คำมั่นว่า จะยังมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนตามแนวทางเดิม

“ไมเคิล บลูมเบิร์ก” นักธุรกิจชาวอเมริกันและนักการทูตด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า กลุ่มนักธุรกิจกำลังทำงานเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากการถอนตัวของทรัมป์ ซึ่งเขาระบุว่าเป็น “การสละความเป็นผู้นำ”

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวครั้งนี้ยังคงไม่แน่นอน เนื่องจากกระบวนการถอนตัวยังคงต้องใช้เวลานาน ซึ่งหากประธานาธิบดีทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2020 ผู้ชนะการเลือกตั้งอาจจะผลักดันให้สหรัฐยังคงอยู่ในความตกลงปารีสต่อไปได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โดนัลด์ ทรัมป์