เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

ทิชา ณ นคร ยื่น 7 ข้อเสนอ ดูแลและแก้ไขปัญหาเยาวชนให้ชัชชาติ

15 ส.ค. 2565 | 19:54น.

ชัชชาติหารือเครือข่ายร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงเยาวชน รับ 7 ข้อเสนอดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับเยาวชน

วันที่ 15 สิงหาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว และคณะ ว่า วันนี้มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว และภาคีเครือข่ายได้มายื่นข้อเสนอเกี่ยวกับการดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับเยาวชน จำนวน 7 ข้อเสนอ ประกอบด้วย

1. เครือข่ายขอให้ กทม.เร่งพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน และกิจกรรม ที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนค้นหาตัวตน ค้นหาความฝันของตัวเอง มีทักษะชีวิตที่ดี เคารพหลักการประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย เคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น ปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ และไม่บูลลี่

ข้อนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่เราไม่สนับสนุนและไม่ยอมรับการบูลลี่ หรือการคุกคามทางเพศภายในโรงเรียน รวมทั้งปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบซึ่งเป็นนโยบายที่เราต้องไปผลักดันในโรงเรียน รวมถึงบุคลากรของกทม.ด้วยเช่นกัน จะมีพฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ได้ โดยเราจะเอาจริงเอาจังกับพฤติกรรมเหล่านี้

2. ขอให้ กทม.จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการรวมกลุ่มของเด็กและเยาวชน เพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยมีทีมพี่เลี้ยงคอยแนะนำให้คำปรึกษา มิใช่ครอบงำ

ข้อนี้สอดคล้องกับนโยบายที่กระจายงบประมาณให้ชุมชนจัดทำโครงการที่ดูแลตัวเอง ซึ่งก็มีกองทุนที่มีอยู่แล้วหลังจากนี้จะสนับสนุนให้มีการเขียนโครงการเพื่อทำโครงการที่สนับสนุนกับเยาวชนมากขึ้น

3. ขอให้ กทม.จัดทั้งทีม “เพื่อนเด็กและเยาวชน” เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา รับฟังปัญหาของเด็กและเยาวชนอย่างเป็นมิตร นำไปสู่การเสริมสร้างพลังใจ (empowerment) เห็นคุณค่าในตัวเอง มีทางออกจากปัญหาที่ต้องเผชิญ

สำหรับในข้อนี้ จริง ๆ แล้วเครือข่ายของเรามีอยู่แล้ว มีหลายชมรมที่เข้ามา ดังนั้น กทม.อาจจะเป็นตัวกลางในการหาพื้นที่ที่มีความปลอดภัยให้เครือข่ายเหล่านี้ได้มาพบมาเจอเยาวชนตามโรงเรียนต่าง ๆ เหมือนเพื่อนแนะแนว ข้อนี้สามารถทำได้ เพราะเรามีกำลัง เรามีโรงเรียนอยู่ในสังกัด 437 โรงเรียน หากร่วมมือกับเครือข่ายก็จะเกิดพลังที่เข้มแข็ง ซึ่งตรงกับนโยบายของเรา

4. ขอให้ กทม.สนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์ที่หลากหลายให้เด็ก ๆ และเยาวชนได้แสดงออก จากความต้องการของเขาเอง

ข้อนี้ก็เป็นหนึ่งในนโยบายที่เราจะหาพื้นที่สาธารณะ รวมทั้งหาพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ทั่วกรุงเทพฯ โรงเรียนก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่จะเปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และเปิดหลังเลิกเรียนตอนเย็น ขณะเดียวกันเราก็มีพื้นที่ในสวนสาธารณะต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้ หลังจากนี้จะพิจารณาพื้นที่เหล่านี้และเปิดให้เด็กได้ใช้บริการ

5. เครือข่ายขอให้โรงเรียนในสังกัด กทม.ปลูกฝังให้นักเรียนและผู้ปกครองเคารพวินัยจราจร และเร่งทำให้พื้นที่หน้าโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย อาทิ สวมหมวกนิรภัย จอดรถให้คนข้ามทางม้าลาย และเดินข้ามอย่างระมัดระวัง จำกัดความเร็วหน้าโรงเรียนไม่เกิน 30 กม./ชม. เป็นต้น

ข้อนี้ก็เป็นเรื่องที่สอดคล้องกัน กรุงเทพมหานครได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำหน้าโรงเรียนในการรับ-ส่งเด็กเข้าโรงเรียน รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการจะมอบหมวกกันน็อกให้แก่เด็ก ซึ่ง กทม.ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทกลางประกันภัย เพื่อปลูกฝังให้เด็กสวมหมวกกันน็อก รวมถึงทางม้าลาย และการจำกัดความเร็ว

6. เครือข่ายขอสนับสนุนนโยบายโรงเรียนปลอดกัญชา กัญชง กระท่อม รวมไปถึงเหล้าบุหรี่และสารเสพติดทุกชนิด ของโรงเรียนในสังกัด กทม. และยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการร่วมออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง

สำหรับข้อนี้ กรุงเทพมหานครประกาศโรงเรียนปลอดกัญชามาตั้งแต่ต้น ซึ่ง กทม.มีหน้าที่ดูแลเด็ก จริง ๆ ก็เป็นกังวลเนื่องจากกัญชาเข้าถึงได้ง่ายกว่าบุหรี่ ทางกรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายปฏิบัติ ไม่ได้เป็นคนดูแลกฎหมายเรื่องนี้ กัญชาเหมือนดาบสองคม คมหนึ่งเรื่องการแพทย์ อีกคมหนึ่งคือเรื่องการเสพติด ทำให้จิตใจมีปัญหา ในฐานะ กทม.ที่ดูแลเด็กและประชาชนใน กทม.ต้องดูดาบทั้งสองคมนี้อย่างระมัดระวัง

และ 7. เด็กที่หยุดเรียนหรือหลุดออกจากระบบโรงเรียน ส่วนหนึ่งจากเรื่องการเงิน แต่ส่วนหนึ่งมาจากบรรยากาศของการถูกบูลลี่ โดนล้อ ทำให้ไม่อยากมาเรียน ซึ่งข้อนี้ กทม.ต้องสร้างระบบที่ทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่อบอุ่นและปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน

ทั้งนี้ ทั้ง 7 ข้อเป็นข้อเสนอที่มีประโยชน์ และในหลายเรื่อง รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ได้ดำเนินการไปแล้ว กทม.ก็ขอรับไปดำเนินการ โดยหลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานร่วมกันคอยติดตามการทำงานทุกเดือน