เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

MG ลุยกวาดแชร์ B-SUV ระบุไฮบริดต่ำล้านบูมเร่งเสริมทัพโปรดักต์ใหม่

17 ส.ค. 2565 | 06:57น.
MG VS HEV

เอ็มจี หวังชิงเค้กตลาด บี-เอสยูวี ลั่นปีนี้กวาด 25-30% หลังส่ง MG VS ไฮบริด ลุยตลาด เชื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถราคาต่ำล้าน ส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับซัพพลายบริษัทแม่ ลุ้นผลิตและส่งมอบอีก 7 พันคันภายในปีนี้

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกลยุทธ์และแนวคิดของเอ็มจีว่า จากการศึกษาเชื่อว่าเทรนด์ของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปจะยังคงได้รับความนิยมในตลาดโลกไปอีก 10 ปีข้างหน้า

และคาดว่าความต้องการใช้รถเครื่องยนต์สันดาปรวมทั้งเครื่องยนต์ไฮบริดราว ๆ 70% ของตลาดรถยนต์ ส่วนอีก 30% จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ในกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด และแน่นอนว่า ประเทศไทยเองก็อยู่ในเทรนด์ดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐคือ 30@30 คือ ในปี 2030 ประเทศไทยจะผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ของการผลิตรถในประเทศทั้งหมด

สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2-3 ปีข้างหน้า มีการประเมินกันว่ารถยนต์ 4 กลุ่มหลักที่จะมีโอกาสเติบโต ได้แก่ 1.ปิกอัพ 2.กลุ่มอีโคคาร์-บีคาร์ 3.บี-เอสยูวี และ 4.บี-อีวี ซึ่งเอ็มจีเองมองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะในกลุ่ม บี-เอสยูวี และบี-อีวี ซึ่ง เอ็มจีได้มีรถยนต์แนะนำในตลาดนี้ถึง 3 รุ่น ได้แก่ MG ZS, MG ZS EV และล่าสุดกับการแนะนำรถ MG VS HEV ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นรถยนต์ในกลุ่มกลางบน ของ บี-เอสยูวี ซึ่งมีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก แต่เอ็มจีมองเห็นโอกาสและช่องว่างทางการตลาด โดยเฉพาะตลาดที่เป็นกลุ่มกลางบน ที่เป็นรถยนต์ในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริดอย่าง MG VS ระดับราคา 859,000-919,000 บาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายไว้เดือนละ 1,000 คันเป็นอย่างน้อย และมีส่วนแบ่งตลาด 25-30% ของยอดขายรถในกลุ่ม บี-เอสยูวี ได้อย่างแน่นอน

หลังจากก่อนหน้านี้ เอ็มจีได้แนะนำและเปิดตลาดรถยนต์ในกลุ่มบี-เอสยูวี เป็นรายแรก กับ MG ZS โดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับเริ่มต้น และกลุ่มคนที่ต้องการขยับจากรถยนต์นั่งขนาดเล็กขึ้นมา ด้วยระดับราคาจำหน่ายอยู่ที่ 700,000-800,000 บาท ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ และส่งให้เอ็มจีกลายเป็นผู้นำในตลาดนี้ ก่อนที่จะมีผู้เล่นรายอื่น ๆ ได้แนะนำรถเข้ามาในตลาด ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์ไฮบริด

“เรามานั่งมองว่า ตลาดบี-เอสยูวี น่าจะเป็นตลาดที่เติบโตขึ้น และในกลุ่มบน ๆ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่มีในตลาดส่วนใหญ่ราคาจะทะลุไป 9 แสนปลาย หรือกว่าหนึ่งล้านบาท ดังนั้น เราจึงเข้ามาแทรกช่องว่างของตลาดตรงนี้ และเชื่อว่ารถของเราน่าจะสามารถแข่งขันได้เป็นอย่างดี” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

MG VS HEVขณะที่ความกังวลเรื่องปัญหาเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ในการผลิตรถยนต์ ที่กำลังเป็นปัญหาต่อเนื่อง และทำให้การส่งมอบรถยนต์ทำได้ค่อนข้างจำกัดนั้น

ส่วนเอ็มจี ต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบโดยตรง เห็นได้จากยอดขายใน 6 เดือนแรก เดิมตั้งเป้าว่าจะขายที่ 20,000 คัน แต่เราทำได้เพียง 15,000 คัน หลัก ๆ เป็นปัญหามาจากตรงนี้ โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นที่มีเทคโนโลยีค่อนข้างเยอะ มีความเป็นระบบอัตโนมัติที่เยอะก็จะกระทบหนัก

อย่าง MG ZS EV ถือว่ากระทบหนัก ปัจจุบันเรามียอดคำสั่งซื้อกว่า 3,000 คัน แต่หลังจากเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม เพิ่งส่งมอบได้แค่ 80 คันเท่านั้น ขณะที่รุ่น MG EP แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเช่นเดียวกัน แต่เทคโนโลยีไม่ได้ซับซ้อนมากนัก แต่ก็ต้องใช้เวลารอเช่นเดียวกัน โดยมียอดอยู่ราว ๆ 4,000 คัน ทั้งนี้ บริษัทได้พยายามทำงานอย่างหนักกับบริษัทแม่ เพื่อพยายามจัดสรรโควตามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยให้เร็วที่สุด

ปัจจุบันรถทั้ง 2 รุ่นบริษัทได้หยุดรับจองไปแล้ว เพื่อเร่งเคลียร์รถที่ค้างส่งมอบ ซึ่งคาดว่าเมื่อเคลียร์จบในช่วงปลายปีก็จะมีการเปิดรับจองอีกครั้ง

ปีนี้ยอดขายลดลง 20% จากเป้า 50,000 คัน เหลือ 40,000 คัน เป็นผลมาจากปัญหา เซมิคอนดักเตอร์, ซัพพลายชิ้นส่วนที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากการประกาศชัตดาวน์ในบางประเทศ และความล่าช้า ต้นทุนทางโลจิสติกส์ และทำให้เชื่อว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมปีนี้น่าจะอยู่ที่ 850,000 คัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MG MG VS HEV รถไฮบริด