เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

30 ปี ซีเล็คทูน่า กางแผน 3 ปี ปั๊มยอด บุก CLMV

04 ก.ย. 2565 | 08:12น.
ศรัณย์ รัตนรุ่งเรืองชัย
สัมภาษณ์

ในโอกาสครบรอบ 30 ปี แบรนด์ซีเล็ค (SEALECT) ผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋องฝีมือคนไทย ในกลุ่มบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับหนึ่งของโลก “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ศรัณย์ รัตนรุ่งเรืองชัย” ผู้จัดการทั่วไป บริหารกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ทียู ถึงแนวโน้มทิศทางธุรกิจ

กลยุทธ์ดันยอดโต 5-6%

ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น 5-6% จากปีที่ผ่านมาเติบโตประมาณ 10% จากภาวะการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ในปีก่อนบริษัทจึงได้มีเริ่มพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ แคแร็กเตอร์การ์ตูนโดราเอมอน 3 ตัว มาพิมพ์ลายลงกระป๋อง

เพราะเป็นการ์ตูนที่ผูกพันกับคนไทย ยอดขายบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าเป้า ที่ตั้งไว้ 3 เดือน แต่แค่เพียง 1.5 เดือนก็ขายหมดแล้ว ยอดขายจากจุดนั้นเพิ่มขึ้น 30% ปีนี้เราได้ขยายโครงการ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบ 30 ปี

ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์ 5 ตัวการ์ตูนโดราเอมอน พิมพ์ลายบนกระป๋อง คอลแลบส์ “ซีเล็คทูน่า x โดราเอมอน” จะเริ่มจำหน่าย 1 ก.ย. 65 เป็นเวลา 3 เดือน

กลยุทธ์ซีเล็คทูน่าจากนี้จะใช้นวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกมาใหม่ โดยจะแตกไลน์สินค้าเป็น 4 กลุ่ม ภายใต้กรอบ 4B คือ brain-อาหารสมอง, body-สรีระ, burn-เผาผลาญ และ beauty-ผิวพรรณ ความสวยงาม เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ดี มีประโยชน์ และทานอาหารแทนยา

“เราตั้งเป้าจะออกสินค้าใหม่ให้ได้ปีละประมาณ 3-4 รายการสินค้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งในปีนี้จะมีทูน่าในน้ำมันมะกอกที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนในไตรมาส 4 บริษัทเตรียมวางตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับพรีเมี่ยม เราใช้ทูน่าเยลโล่ฟินซึ่งเป็นหนึ่ง 1 ใน 2 ชนิดที่ทั่วโลกนิยมใช้ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง (ready to cook)

เนื้อทูน่านี้จะมีสีขาวน่ารับประทาน และเราเพิ่มส่วนผสมคอลลาเจน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นด้วย แต่เราขายราคาเทียบกับผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมไม่ปรับราคาขึ้น”

ผลกระทบจากต้นทุนปรับขึ้น

ปัจจุบันบริษัทซีเล็คทูน่า ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในไทยราว 58% จากมูลค่าตลาดประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 600 ล้านบาท

โดยมีอัตราการเติบโตในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 8% โดยมีผลิตภัณฑ์ 40 รายการสินค้า แบ่งเป็น 2 กลุ่มสินค้าหลัก คือ กลุ่มทูน่าพร้อมปรุง (RTC) สัดส่วน 75% เช่น ทูน่าในน้ำแร่ ในน้ำเกลือ ในน้ำมัน แบ่งเป็น 2 กลุ่มราคา กลุ่มราคาประหยัด กระป๋องละ 35-40 บาท กลุ่มพรีเมี่ยม กระป๋องละ 45-52 บาท

และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มทูน่าพร้อมทานมีสัดส่วน 25% โดยเราทำตลาดในประเทศเป็นหลัก 95% ทำตลาดผ่านช่องทางรีเทล 70% และฟู้ดเซอร์วิส 30%

“ในช่วงครึ่งปีหลังจะไม่มีการปรับราคาสินค้าในประเทศ เราจะตรึงราคาให้นานที่สุด แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าแรงงาน 5% และค่าไฟฟ้า แต่ก็จะไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าจากในช่วงที่ผ่านมาเราได้ปรับเพิ่มขึ้น 3% แล้ว โดยปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ ปลาปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้ 20% เช่น

ปลาสคิปแจ็กเป็น 1,600-1,800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปลาเยลโลฟิน ราคา 2,000-2,500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตอนนี้ปรับลดลงมาแล้ว แพงกว่าก่อนมีวิกฤต10%

ส่วนแพ็กเกจจิ้งกระป๋องปรับขึ้น 38% ก็ได้ปรับรูปแบบใหม่เป็นถุงเพาช์ ส่วนปัจจัยเรื่องค่าบาทอ่อนค่าไม่กระทบ เพราะได้มีการนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต และมีการส่งออกถัวเฉลี่ยกันไป”

กางแผน 3 ปี

บริษัทดำเนินธุรกิจ 3 ปี ระหว่างปี 2565-2568 จากแนวโน้มตลาดทูน่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพของคนไทย หากเทียบข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคไทย บริโภคไก่ 24 กก.ต่อคนต่อปี ทูน่า 50 กรัมต่อคนต่อปี ขณะที่คนยุโรป บริโภคไก่ 1.25 กก./คน/ปี ทูน่า 30 กก./คน/ปี เราจึงมองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แต่ต้องสร้างการรับรู้มากขึ้น

“บริษัทมุ่งดำเนินงานแนวคิด Healthy Living, Healthy Oceans โดยจะดำเนินการ 3 ด้าน คือ จะสร้างรายได้ให้เติบโตโดยเน้นการผลิตสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยม และจะเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มพร้อมปรุงและกลุ่มพร้อมทานให้เป็นอย่างละ 50% เท่ากัน จากปัจจุบัน 75 ต่อ 25 และที่สำคัญจากแนวคิดด้านการสร้างความยั่งยืน

จึงได้พัฒนานวัตกรรม เช่น ปรับจากกระป๋องเป็นถุงเพาช์แบบย่อยสลายได้ ตอนนี้ทำไป 90% น่าจะครอบคลุม 100% ใน 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ปลาทูน่าจะต้องจับจากน่านน้ำอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย คาดว่าจากนี้สามารถสร้างยอดขายเพิ่มจาก 600 เป็น 800-900 ล้านบาทในปี 2025”

รุกตลาดใหม่ “เวียดนาม”

ปีหน้าเรามีแผนจะขยายการทำตลาดส่งออกใหม่ (emerging market) ในกลุ่ม CLMV โดยอยู่ระหว่างจดทะเบียนในประเทศเวียดนาม เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ คาดว่าจะเริ่มทำตลาดในปี 2566 จากที่ก่อนหน้านี้ได้นำไปจำหน่ายใน สปป.ลาวและกัมพูชา ส่วนที่เมียนมายังติดปัญหาภายในประเทศจึงได้ชะลอไว้ก่อน ภาพของตลาดต่างประเทศปัจจุบัน สัดส่วน 5% แต่ในอนาคตก็มีโอกาสจะขยายมากขึ้น

เพิ่มกำลังผลิต ผุดโรงงานใหม่

ด้านการผลิตบริษัทได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าพร้อมทาน แห่งที่ 5 มีความคืบหน้า 70-80% คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในต้นปี 2565 เมื่อรวมกับปัจจุบันที่มี 4 โรงงาน ที่มหาชัย 3 โรงงาน และสงขลา 1 โรงงาน จะทำให้มีกำลังการผลิตสามารถรองรับความต้องการได้ยาวนาน 10 ปี

“ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ขณะนี้ได้คลี่คลายลงไปมากจากก่อนหน้าที่แรงงานเดินทางกลับประเทศในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด ตอนนี้โควิดคลายตัว ก็เริ่มเดินทางกลับมา ส่วนการปรับค่าแรงงานรอบใหม่นั้น เราได้ปรับล่วงหน้าไปก่อนแล้ว”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CLMV ปลาทูน่า