เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ ซอฟต์พาวเวอร์
Biz Movement เนเน่ รอยัล ซูเปอร์ ซอฟต์พาวเวอร์
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
Politics เกมอนุรักษนิยม (หมดอายุ)  เขย่าเครือข่าย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’
จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
World จุดคอขวดอีกแห่ง นอกเหนือจาก ‘ฮอร์มุซ’
เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
Tech เปิดที่มา ‘ไท่หยาง ซาง’ ปริศนาเงินพันล้านโยงคริปโตพัง
เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
Business เปิดโปรไฟล์ว่าที่ซีอีโอบินไทย มือประสาน-บริหารทุกวิกฤต
KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
Business KFC ไทย รีเฟรชแบรนด์-สาขา-เมนู ย้ำผู้นำตลาดไก่ทอด
น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
Finance น้ำท่วมดอกเบี้ยขึ้น ‘ทองซึมยาว’ โบรกเกอร์แนะซื้อเก็บลุ้นปลายปี
วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
Automotive วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
ดูทั้งหมด

“อินเดีย” สมรภูมิเด็ดปีก TikTok

12 ก.ย. 2565 | 00:05น.
tiktok
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างจีนกับอินเดียเมื่อ 2 ปีก่อน พลอยทำให้อุตสาหกรรมเทคโดนหางเลขไปด้วย โดยอินเดียตอบโต้จีนด้วยการประกาศแบนแอปจีนหลายตัว รวมถึง TikTok ซึ่งกำลังมาแรงแต่แทนที่การแบนดังกล่าวจะทำให้ตลาดออนไลน์ของอินเดียซบเซา กลับเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งอย่าง Instagram และ YouTube รุกคืบเข้าชิงมาร์เก็ตแชร์อย่างแข็งขัน แถมกระตุ้นให้สตาร์ตอัพท้องถิ่นเร่งพัฒนาแพลตฟอร์ม short video ออกมาเป็นแถว

บิ๊กเทคอย่าง Meta (เจ้าของ Facebook, Instagram) และ Alphabet (Google, YouTube) อินเดียเปรียบเสมือนสมรภูมิรบที่สำคัญ เพราะเป็นตลาดออนไลน์ที่เติบโตสูงที่สุดในโลก

การที่เสี้ยนหนามจากจีนอย่าง TikTok โดนพิษการเมืองเปิดโอกาสให้บิ๊กเทคจากอเมริกาได้กู้ชื่อตัวเอง หลังต้องทนดู TikTok ครองตำแหน่งแชมป์ในอินเดียมาก่อนหน้านี้ แถมทุบสถิติมียอด active users ทั่วโลกถึงเดือนละ 1 พันล้านคน ใน 4 ปี แซงหน้าพวกตนที่ใช้เวลามากกว่าถึง 2 เท่า

Bloomberg รายงานว่า Meta ใช้ Reels ของ Instagram เป็นเรือธงชิงตลาดอินเดีย โดยใช้ความได้เปรียบจากฐานผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านรายในประเทศ ขณะที่ Alphabet ส่ง Shorts แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของ YouTube ที่ก๊อปปี้ TikTok มาเกือบทั้งดุ้นเข้าชิงชัย พร้อมลงทุนปลุกปั้นแพลตฟอร์มสตาร์ตอัพท้องถิ่นอีกอย่างน้อย 4 แบรนด์ ควบคู่ไปด้วย

แม้กลยุทธ์จะแตกต่าง แต่ทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกันคือ หาทางชิงลูกค้าเก่าของ TikTok กว่า 200 ล้านคนให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มของตัวเองในขณะเดียวกัน ก็มีโครงการอัดฉีดเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ให้ดาวโซเชียล รวมถึงส่งแมวมอง “ปั้น” ดาวดวงใหม่

เช่น Instagram จัดสรรงบก้อนใหญ่จากงบรวมกว่า 1 พันล้านเหรียญ เพื่อช่วยให้คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ในอินเดีย มีรายได้มากขึ้น ส่วน Google เจ้าของ YouTube ก็มีโครงการ India Digitization Fund ที่อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอินเดีย โดยเฉพาะ

เป้าหมายที่ยักษ์ใหญ่จากซิลิคอน แวลลีย์ หมายตาคือ รายได้จากแพลตฟอร์ม short video ที่บริษัทที่ปรึกษาอย่าง Redseer ประเมินว่าจะมีมูลค่าถึง 1.9 หมื่นล้านในปี 2030 นอกจากนี้ ยังคาดว่า short video platforms จะเป็นแหล่งผลิตรายได้จากงานโฆษณาออนไลน์ในประเทศถึง 20%

โดย Redseer มองว่าราคาเครื่องและแพ็กเกจสมาร์ทโฟนที่ถูกลงในอินเดียเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้เสพวิดีโอสั้น โดยคาดว่า 67% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะใช้แพลตฟอร์มวิดีโอเป็นประจำภายในปี 2025

นอกจากนี้ บิ๊กเทคทั้งสองยังหวังจะใช้ตลาดอินเดียเป็นสนามทดลองระบบอัลกอริทึ่ม ตลอดจนโครงการพัฒนาคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ ก่อนจะนำไปใช้ในบ้านตัวเอง เช่น YouTube Shorts เปิดทดสอบระบบครั้งแรกในอินเดีย ในเดือนกันยายน ปี 2020 ก่อนจะเอ็กซ์พอร์ตไปยังตลาดสหรัฐ 6 เดือนให้หลัง เป็นต้น

แม้ตอนนี้รายได้จากโฆษณาของ Google จะมากกว่า Meta 1.5 เท่า แต่ Instagram มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้มากกว่า ซึ่งคาดว่ามาจากกลยุทธ์ของบริษัทที่ลงทุนส่งแมวมองออกมองหาดาวดวงใหม่ที่มีศักยภาพ พร้อมสอนเทคนิคการตัดต่อคลิป และการทำตัวให้ติดเทรนด์โซเชียล มีส่วนช่วยอย่างมากในการขยายฐานผู้ใช้

เช่นเดียวกันกับการออก Instagram Lite เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่มีความเร็วจำกัดโดยเฉพาะ การอนุญาตให้แชร์คอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์มระหว่าง Instagram กับ Facebook รวมถึงออกแบบระบบให้รองรับภาษาท้องถิ่นในอินเดียถึง 11 ภาษา ก็ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการดึงคนเข้าระบบ

จากทั้งหมดนี้คงเห็นแล้วว่า การประชันฝีมือกันระหว่าง 2 บิ๊กเทคในตลาดอินเดีย นอกจากจะเป็นสนามทดลองของทั้งสองค่ายแล้ว ก็ยังเป็นเหมือนห้องเรียนขนาดใหญ่สำหรับผู้สนใจวงการเทค เพราะไม้เด็ดใหม่ ๆ ที่ทั้งสองเตรียมจะงัดออกมาฟาดฟันกัน คงน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แถมอาจเป็นตัวกำหนดเทรนด์ใหม่ ๆ ในตลาดอื่นด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TikTok อินเดีย