ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาประชุมเฟด
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาประชุมเฟด ล่าสุด Fed Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 20-21 กันยายนนี้ ขณะที่เงินบาทขยับแข็งค่าเล็กน้อย ปิดตลาดที่ระดับ 36.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ เผยถึงสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 20 กันยายน 2565 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/9) ที่ระดับ 36.85/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (19/9) ที่ระดับ 36.99/37.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ในระหว่างวันค่าเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.03% แตะที่ระดับ 109.74 ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธ (21/9) ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี (22/9) ตามเวลาไทย
โดยล่าสุด Fed Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 82% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 กันยายน และให้น้ำหนัก 18% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00%
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อนโยบายการเงินของเฟด พุ่งขึ้นเหนือระดับ 3.9% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 เมื่อคืนนี้ และอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และ 30 ปี
การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นดีดตัวสูงกว่าระยะยาว ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณภาวะเศรษฐกิจถดถอย ท่ามกลางการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อคืนนี้ ได้แก่ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 3 จุด สู่ระดับ 46 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47 ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองทั่วไปที่เป็นลบ
ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.82-36.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/9) ที่ระดับ 1.0033/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (19/9) ที่ระดับ 0.9975/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ (21/9) นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก รวมไปถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอื่น ๆ ในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 0.9998-1.0050 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0006/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/9) ที่ระดับ 14.18/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อย จากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (19/9) ที่ระดับ 143.46/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของญี่ปุ่นขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2557 และอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระดับ 2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5
ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ และเงินเยนที่อ่อนค่าลงเป็นวงกว้าง กดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.93-143.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.62/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างของเดือนสิงหาคมของสหรัฐ (20/9), ยอดขายบ้านมือสองของเดือนสิงหาคมของสหรัฐ (21/9), สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (21/9), การประชุมนโยบายการเงินและการประกาศอัตราดอกเบี้ยของเฟด (21/9)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.75/7.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.90/7.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ