ปลูกป่าล้านต้นทะลุเป้า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดึงซีพีเอฟเติมสีเขียวถนนสีลม
ผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผนึกซีพีเอฟ คิกออฟ “กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)” หนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้น พร้อมเผยยอดล่าสุด เอกชนแห่ร่วมปลูกทะลุ 1.6 ล้านต้นแล้ว เตรียมขยับเป้าหมายสู่ 2 ล้านต้น ปิ้งไอเดียดึงบริษัทเอกชนช่วยปลูกบน “ถนนสายหลัก” ใน 50 เขตร่วม 100 กม.
วันที่ 11 ตุลาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ กทม. และซีพีเอฟ เปิดตัวโครงการ “กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)” สนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง
ไฮไลต์ของกิจกรรม ผู้ว่าฯชัชชาติ และซีอีโอซีพีเอฟ ร่วมกันปลูกต้นจำปาป่า ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ให้ร่มเงา และผู้ว่าฯ กทม.รับมอบกล้าไม้จากซีพีเอฟ เพื่อนำไปกระจายต่อให้คนกรุงเทพฯร่วมกันปลูกต้นไม้ และร่วมกันแจกกล้าไม้ให้ประชาชนนำไปปลูกที่บ้าน ซึ่งกิจกรรมจัด ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ

นายชัชชาติกล่าวว่า เรามีโครงการปลูกป่าล้านต้น แต่มีคนร่วมกับ กทม.แล้ว 1.6 ล้านต้น ถือว่าเกินเป้าหมายแล้ว ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทม.ดำเนินการปลูกกล้าไม้ไปแล้ว 150,000 ตัน จากเป้าหมาย โดยคาดว่าจะสามารถปลูกได้ครบ 1 ล้านต้นภายใน 4 ปี แต่มองว่าน่าจะปรับเป้าหมายเป็น 2 ล้านต้น
ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ กทม. แต่เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างเรา ประชาชนและเอกชน ลำพัง กทม.คงไม่มีกำลังขนาดนั้น ซึ่งผมมองว่าซีพีเอฟเป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินการ เพราะไม่ใช่แค่การให้กล้าไม้ แต่ซีพีเอฟมีโครงการที่ดำเนินการปลูกป่ามาอย่างต่อเนื่อง มีพื้นที่นับ 10,000 ไร่ จนสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ว่าปลูกป่าแล้วทำอย่างไรให้ต้นไม้อยู่รอด ซึ่งจะนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของโครงการในลำดับต่อไป เราต้องเรียนรู้จากซีพีเอฟด้วย
“ผมเชื่อว่าซีพีเอฟจะสามารถขยายประสบการณ์ที่มีให้กับ กทม.และผู้อื่นได้มากขึ้น ทั้งที่ปลูกในพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ตนเอง หรือเตรียมกล้าไม้ให้คนอื่น คนกรุงเทพฯ มี 5 ล้านคน แค่ปลูกคนละต้นก็ได้ 5 ล้านต้นแล้ว ซึ่งกล้าไม้ที่ กทม.เตรียมให้ไม่ใช่ว่าจะดีมาก ทางซีพีเอฟมีแหล่งเพาะกล้าไม้ที่ลพบุรี ซึ่งได้กล้าไม้คุณภาพดี 60 เดือน-1 ปี ต้นแข็งแรง เป็นพันธุ์ไม้ที่โตได้ดีก็ถือเป็นตัวช่วยสำคัญเลยที่ทำให้เรา กระจายกล้าไม้ไปได้ ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของต้นไม้ให้เติบโตไปด้วยกัน
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ปลูก แต่คือการดูแลต้นไม้ ผมมองว่าการเตรียมกล้าไม้ให้ประชาชนไปปลูกเป็นสิ่งสำคัญและมีค่าในระยะยาว ต้นไม้วันนี้คือต้นที่เริ่มปลูกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เราควรส่งเสริมลูกหลานให้เกิดค่านิยมนี้ ปลูกต้นไม้ในใจให้ทุกคนรักต้นไม้ เราก็พยายามจัดกิจกรรม เช่น ดนตรีในสวนดึงคนมาสู่สวนมากขึ้น”
นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้มีแนวคิดว่าจะเลือกแนวถนนในแต่ละเขตทั้ง 50 เขต อาจจะเขตละ 2 กม. รวม 50 เขต ประมาณ 100 กม. ให้มีการปลูกต้นไม้ เช่น ไม้ดอก เพื่อเสริมความน่ามองของถนนมากขึ้น โดยในแต่ละถนนก็มีบริษัทเอกชนที่ตั้งอยู่ในถนนนั้น ซึ่งก็พร้อมจะเข้ามาช่วยดูแล เช่นได้ประสานกับซีพีเอฟให้ช่วยดูแลต้นไม้บริเวณถนนสีลมในแต่ละฤดูกาล

ซึ่งในส่วนของโครงการนี้ไม่เพียงจะช่วยให้เมืองสวยขึ้น มีร่มเงา ภาคเอกชนได้มีส่วนช่วยสังคม และยังช่วยลดการใช้งบประมาณ กทม.ซึ่งไม่ได้มีมากขึ้น ซึ่งตอนนี้เรากำลังคัดเลือกเส้นทาง และในสัปดาห์จะไปหารือในรายละเอียด คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้
ด้านนายประสิทธิ์กล่าวว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยยึดปรัชญาสามประโยชน์ คือ ไม่ว่าจะเข้าไปทำธุรกิจที่ไหนก็ตาม เราต้องมีส่วนร่วมเป็นสมาชิกที่ดี ต้องทำให้สังคมและประเทศดีขึ้น รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในเรื่องหลักที่สำคัญมากของซีพีเอฟ เรามีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะคิดว่าการที่บริษัทจะอยู่ได้อย่างมั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อม ประเทศต้องดีก่อน
ขอขอบคุณ กทม.ที่ให้โอกาสซีพีเอฟเข้าร่วมทำกิจรรมดี ๆ และร่วมกันดำเนินโครงการกล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.) สนับสนุนการปลูกต้นไม้ ตามนโยบายที่ผู้ว่าฯ กทม.มีเป้าหมายจะปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัทต่าง ๆ รวมทั้งคน กทม. และคนในประเทศไทยที่ทุกคนปรารถนาดีและรักประเทศ โดยมีผู้นำที่นำโครงการดี ๆ และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเข้ามาดูแล ซีพีเอฟเป็นอีกส่วนหนึ่งที่อาสาสมัครเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการของ กทม. ถ้าเราทำ กทม.ให้เป็นเมืองสีเขียวได้ ก็จะเป็นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเรา และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วย
โดยกิจกรรมครั้งนี้ ซีอีโอและผู้ว่าฯ กทม.ร่วมชมนิทรรศการ “จากภูผา สู่ป่าชายเลน” ซึ่งซีพีเอฟมีการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะด้านป่าไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทั้งโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จังหวัดลพบุรี และโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชนในพื้นที่

ทั้งยังได้ร่วมกันแจกกล้าไม้ให้ประชาชนเพื่อนำไปปลูกที่บ้าน มีทั้งไม้ยืนต้น 4 ชนิด ได้แก่ พะยูง กฤษณา ยางนา มะขาม และไม้ฟอกอากาศหรือไม้มงคล อาทิ ออมชมพู เงินไหลมา พลูแอปเปิล บับเบิลมาร์ก มอนเตอร่า อะคูมินาต้า ซึ่งกล้าไม้เหล่านี้ ซีพีเอฟจ้างงานชุมชนรอบเขาพระยาเดินธงเพาะกล้าและดูแลจนกล้าไม้แข็งแรง เป็นการกระจายอาชีพและสร้างรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ ประชาชนที่รับกล้าไม้ไปปลูก สามารถบันทึกข้อมูลต้นไม้ที่เราปลูกได้ใน “ปลูกอนาคต” โดยเพิ่มเพื่อนใน Line ค้นหาชื่อ @tomorrowtree
สำหรับโครงการกล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.) นอกจากเป็นการสนับสนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้นของ กทม.แล้ว ยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ข้อ 13 สร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อ 15 ส่งเสริมการดำเนินการด้านการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า