เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชี้คนดูเลือกจ่าย “อิมแพ็ค” เผยคอนเสิร์ตแข่งเดือด-ไมซ์โค้งท้ายดันรายโต 20%
Biz Movement ชี้คนดูเลือกจ่าย “อิมแพ็ค” เผยคอนเสิร์ตแข่งเดือด-ไมซ์โค้งท้ายดันรายโต 20%
ปภ. โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1,284 ล้าน 160,350 ครัวเรือน วันนี้จ่ายเพิ่ม 1,155 ล้าน
News ปภ. โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1,284 ล้าน 160,350 ครัวเรือน วันนี้จ่ายเพิ่ม 1,155 ล้าน
เอ็มจีซี-เอเชีย ยกทัพพรีเมียม BWM-XPENG ร่วมงานประชุมระดับนานาชาติ
Automotive เอ็มจีซี-เอเชีย ยกทัพพรีเมียม BWM-XPENG ร่วมงานประชุมระดับนานาชาติ
4 จว.เหนือ เปิดฉาก LANNA EXPO ขนทัพสินค้า 1 พันบูธ เจรจาธุรกิจทะลุ 140 คู่
เศรษฐกิจภูมิภาค 4 จว.เหนือ เปิดฉาก LANNA EXPO ขนทัพสินค้า 1 พันบูธ เจรจาธุรกิจทะลุ 140 คู่
อนุทิน กินข้าวถก ‘รมต.เพื่อไทย’ ตามงานทุกกระทรวง ไม่เน้นคุยรับศึกอภิปราย
Politics อนุทิน กินข้าวถก ‘รมต.เพื่อไทย’ ตามงานทุกกระทรวง ไม่เน้นคุยรับศึกอภิปราย
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,350 บาท
รัฐบาล ถวายพวงมาลาเนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’ 13 ต.ค. 2569
Politics รัฐบาล ถวายพวงมาลาเนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’ 13 ต.ค. 2569
‘สุรศักดิ์’ ชี้เวที IMF–World Bank ช่วยดันท่องเที่ยวไทย ส่งท้าย คาดปี 70 โตต่อเนื่อง
Politics ‘สุรศักดิ์’ ชี้เวที IMF–World Bank ช่วยดันท่องเที่ยวไทย ส่งท้าย คาดปี 70 โตต่อเนื่อง
‘ภัณฑิรา’ ชี้กองทุนประกันสังคมเสียโอกาสลงทุนวันละ 300 ล้าน เชื่อยกระดับสู่กองทุนโลกได้
Finance ‘ภัณฑิรา’ ชี้กองทุนประกันสังคมเสียโอกาสลงทุนวันละ 300 ล้าน เชื่อยกระดับสู่กองทุนโลกได้
รุทธพล  โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Politics รุทธพล โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
ดูทั้งหมด

ภัยการเงินระบาด ธปท.ยกเครื่องคุมเข้ม บี้แบงก์เสริมมาตรการทุกช่อง

23 ต.ค. 2565 | 13:10น.
การเงิน

ธปท.ออกมาตรการเข้มคุม “ภัยทุจริตธุรกรรมการเงิน” สั่งแบงก์ยกระดับ “การเปิดบัญชีเงินฝาก-ชำระเงินผ่านบัตร” รับมือปัญหาดูดเงินจากบัญชี ขยายกำกับครอบคลุม e-Money สถาบันการเงินต้องมีระบบตรวจจับความผิดปกติ และแอ็กชั่นภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมมาตรการคืนเงินผู้เสียหายภายใน 5 วัน ป้องกันเสี่ยงคุมวงเงินเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อวัน ผนึก ปปง.เสริมมาตรการตรวจจับ “บัญชีม้า” “ทีทีบี” เผยนัดหารือ ธปท. สัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับความคิดเห็นประกาศ (ร่าง) แนวนโยบายการบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมทางการเงิน เนื่องจากการทำธุรกรรมการเงินทำผ่านช่องทางให้บริการได้หลากหลาย เช่น สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางดิจิทัล รวมถึงภัยทุจริตจากธุรกรรมทางการเงินก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีรูปแบบใหม่ ๆ สร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบการเงินโดยรวม

ธปท.จึงกำหนดแนวนโยบายการบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมการเงิน เพื่อให้เป็นมาตรฐานสำหรับการให้บริการทางการเงิน ทั้งด้านธรรมาภิบาลและด้านบริหารจัดการภัยทุจริต และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแนวนโยบายนี้จะใช้กับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงิน และบริการการชำระเงินภายใต้กำกับของ ธปท. โดยจะเปิดรับความคิดเห็นถึง 31 ตุลาคม 2565

ตรวจจับ-เยียวยาผู้เสียหาย

ร่างฉบับนี้มีการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการภัยทุจริตจากการทำธุรกรรมการชำระเงินผ่านบัตร และการทุจริตและหลอกลวงผ่านบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)

สำหรับแนวนโยบายธุรกรรม “ชำระเงินผ่านบัตร” ด้านการป้องกันภัย (protection) ได้แก่ 1.การยืนยันตัวตนผู้ถือบัตรในการทำธุรกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงธุรกรรม 2.มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระหว่างการรับส่ง และ 3.มีระบบรองรับให้ผู้ถือบัตรสามารถกำหนดการตั้งค่าได้ด้วยตนเอง

ด้านการตรวจจับ (detection) ได้แก่ 1.มีระบบตรวจจับความผิดปกติจากการทำธุรกรรมได้อย่างทันท่วงทีทั้งในและนอกเวลาทำการ 2.กำหนดเงื่อนไขการตรวจจับ early warning ครอบคลุมธุรกรรมที่ทำครั้งแรก-ชำระด้วยเงินตราต่างประเทศ-ธุรกรรมมูลค่าต่ำและความถี่สูง หรือร้านค้าที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อป้องกันภัย และทบทวนเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของภัยและลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

โดยการตอบสนองและรับมือ (response) คือ 1.กรณีผู้ถือบัตรเกิดปัญหาจากการทำธุรกรรมการชำระเงินผ่านบัตร ผู้ประกอบธุรกิจต้องติดต่อผู้ถือบัตรภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งเหตุ และแจ้งความคืบหน้าภายใน 24 ชั่วโมง 2.การเยียวยาผู้ถือบัตร กรณีบัตรเดบิตให้คืนเงินภายใน 5 วันทำการ สำหรับบัตรเครดิตให้ยกเลิกรายการดังกล่าว โดยไม่ต้องชำระเงินและดอกเบี้ยของยอดที่เรียกเก็บจากรายการดังกล่าว

เข้มเปิดบัญชีโมบายแบงกิ้ง

สำหรับการบริหารจัดการปัญหาการทุจริตและหลอกลวงผ่านบัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) สำหรับลูกค้ารายย่อย ต้องปฏิบัติตามดังนี้ 1.ยกระดับการเปิดบัญชีเงินฝาก หรือบัญชี e-Money อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (KYC) พิสูจน์ได้ว่าลูกค้าประสงค์จะเปิดบัญชีเป็นลูกค้ารายนั้นจริง

และมีกระบวนการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของเลขหมายโทรศัพท์ในขั้นตอนเปิดบัญชีเงินฝาก การเปิดบริการ mobile banking บัญชี e-Money และกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ e-Wallet โดยกำหนดให้ลูกค้า 1 ราย เปิดบัญชี mobile banking และ e-Wallet ของผู้ให้บริการแต่ละรายได้เพียง 1 บัญชีต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ และจำกัดให้ใช้งานบน 1 อุปกรณ์เท่านั้น เพื่อลดจำนวนการขายบัญชี mobile banking และ e-Wallet ให้กับมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการทำทุจริต กรณีอนุญาตให้ใช้มากกว่า 1 อุปกรณ์ ต้องมีกระบวนการพิสูจน์ตัวตน

กำหนดวงเงินเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

ขณะเดียวกันต้องมีช่องทางให้ลูกค้าสามารถระงับบัญชีเงินฝาก หรือบัญชี e-Money ชั่วคราวด้วยตนเองบนมือถือ และกำหนดวงเงินสูงสุดต่อวันของกลุ่มลูกค้าแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับความเสี่ยง กรณีกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้กำหนดวงเงินสูงสุดต่อวันของช่องทางดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์สูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อวัน และห้ามแนบลิงก์ผ่านการส่งข้อความสั้น (SMS) อีเมล์ และโซเชียลมีเดียในการขอข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน รหัสผ่านใช้ครั้งเดียว (OTP)

เพิ่มมาตรการเช็ก “บัญชีม้า”

นอกจากนี้ มีข้อกำหนดให้สถาบันการเงินตรวจจับ ติดตามธุรกรรม ที่มีความผิดปกติเข้าข่ายในการรับเงินและโอนถ่ายเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด (บัญชีม้า) ดังนี้ 1.บัญชีที่มีการโอนเงินเข้ามาจำนวนมากจากหลายบัญชี แต่โอนออกไปยังบัญชีปลายทางเพียงไม่กี่บัญชี 2.บัญชีที่มีปริมาณโอนเงินเข้า-ออกจำนวนมากแต่ในระยะเวลาสั้น ๆ รวมถึงไม่มีเงินคงค้างในบัญชี

3.บัญชีที่มีปริมาณโอนเงินเข้า-ออกผิดปกติไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เปิดบัญชี รายได้ และอาชีพ 4.บัญชีที่มีการโอนเงินเข้า-ออกมูลค่าน้อยในระยะเวลาสั้น ๆ หลายครั้งก่อนมีการโอนเงินยอดสูงและโอนออกไปทันที และกรณีผู้ให้บริการพบบัญชีม้าหรือการหลอกลวงจำนวนมาก อาจมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

และเมื่อผู้ให้บริการตรวจสอบพบบัญชีที่เข้าข่ายกรณีบัญชีม้า ให้รายงานธุรกรรมไปยัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) หรือได้รับแจ้งจาก สำนักงาน ปปง. ให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (enhanced CDD) และให้เพิ่มความระมัดระวังในการเฝ้าระวังการทำธุรกรรมอย่างใกล้ชิด ยกระดับความเสี่ยง จำกัดช่องทางการทำธุรกรรมแบบพบหน้าเท่านั้น และควรจำกัดธุรกรรมขาออกสำหรับลูกค้ารายดังกล่าว จนกว่าลูกค้าจะมายืนยันตัวตนแบบพบหน้า

หลอกโอนเงิน e-Money พุ่ง

ดร.กิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ประธานกรรมการศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB CERT) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร่างประกาศรับฟังความเห็นดังกล่าว เป็นการเพิ่มเติมในมุมที่ ธปท.สามารถกำกับดูแลได้วงกว้างมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ในมุมต่าง ๆ ตามสภาพแวดล้อมและบริบทที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีและภัยการเงินรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

โดยสาระสำคัญหลักของร่าง บางส่วนสถาบันการเงินได้ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่จะมีบางส่วนที่จะต้องทำเพิ่มเติม และขยายไปยังกลุ่มกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง e-Money และ e-Wallet เพราะที่ผ่านมาพบว่า การทุจริตเปลี่ยนจากการทำธุรกรรมโอนเงินภายในระบบสถาบันการเงินด้วยกัน แต่ปัจจุบันมีการหลอกลวงการโอนเงินไปยังบัญชี e-Money และ e-Wallet เพิ่มมากขึ้น ธปท.จึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแลให้ครอบคลุมมากขึ้น

แบงก์ลงทุนระบบเพิ่ม

ดร.กิตติกล่าวว่า ในแง่ภาคการธนาคารบางส่วนจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม เช่น ในส่วนของมาตรการเฝ้าระวัง โดยการซื้อระบบแจ้งเตือน ซึ่งจะต้องส่งข้อความแจ้งเตือนลูกค้าในธุรกรรมที่มีวงเงินจำนวนไม่สูง หรือการลงทุนพัฒนาปรับปรุงแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้ง รวมถึงปรับระบบซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขฉบับดังกล่าว อาทิ กำหนดให้ลูกค้า 1 ราย สามารถเปิดบัญชี mobile banking และ e-Wallet ของผู้ให้บริการแต่ละรายได้เพียง 1 บัญชี ต่อการใช้งานบน 1 อุปกรณ์เท่านั้น ซึ่งจากเดิมสามารถเปิดได้หลายอุปกรณ์ เพื่อจำกัดการเข้าถึง และลูกค้าสามารถตรวจสอบบัญชีตัวเองได้อย่างทั่วถึง

“เรามีการพูดคุยร่วมกันหลายภาคส่วนใช้เวลาเกือบปีก่อนจะออกมาเป็นร่างฉบับนี้ บางอย่างแบงก์ทำอยู่แล้ว บางอย่างต้องทำให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่ง ธปท.ก็ทำได้ไม่หมด บางอย่างต้องอาศัยหน่วยงานอื่น และประชาชนต้องระมัดระวังเพิ่มเติมด้วย จึงจะช่วยลดการทุจริต การขายบัญชีม้าลงได้”

ธปท.นัดถกแบงก์

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เป้าหมายของร่างความคิดเห็นภัยทางการเงินดังกล่าว มองว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ ธปท.ต้องการยกระดับความปลอดภัย เพราะเห็นว่าการทุจริต (fraud) และการฉ้อฉลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความสะดวกสบายของการให้บริการทางการเงิน โดยให้คณะกรรมการธนาคารต่าง ๆ มีส่วนร่วมและทำเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมจะต้องมีการพูดคุยกับ ธปท.เพิ่มเติม เพราะในรายละเอียดมีข้อปฏิบัติที่ยากง่ายแตกต่างกัน ซึ่งบางอย่างทุกธนาคารดำเนินการอยู่แล้ว แต่ต้องมีการปรับระบบเพิ่มเติม หรือบางประเด็นที่กังวลและทำได้ค่อนข้างยาก และอาจจะต้องมีการลงทุนระบบเพิ่มเติม ธปท.จะสามารถให้ปรับใช้วิธีอื่นได้หรือไม่ เช่น การเปิดบัญชีที่จะต้องมีการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ว่าเป็นของลูกค้ารายนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องยาก และต้องมีการเชื่อมต่อระบบกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ

ส่วนการกำหนดให้ใช้ 1 บัญชี 1 อุปกรณ์ ส่วนนี้ธนาคารสามารถทำเพิ่มเติมได้ แต่อาจจะกระทบผู้บริโภคบ้าง หรือการระงับบัญชีเงินฝากบนโมบายแบงกิ้ง เป็นเรื่องที่ต้องทำเพิ่มเติม เนื่องจากเดิมจะระงับเฉพาะบัญชีบัตรเครดิตและเดบิต รวมถึงการตรวจจับธุรกรรมแปลก ๆ ผิดปกติ วงเงินจำนวนน้อย เป็นเรื่องที่ธนาคารต้องทำเยอะพอสมควร และมีการลงทุนสูง เช่นเดียวกับการกำหนดวงเงินการใช้จ่ายผ่านออนไลน์และบัตรเดบิตขึ้นกับความพร้อมของแต่ละธนาคาร

“ในสัปดาห์หน้าจะมีการคุยกับ ธปท.เพิ่มเติมว่ามีเรื่องที่ทำยากและง่าย โดยเรื่องของเพย์เมนต์ไม่ปวดหัวเท่าไร เพราะหลายอย่างธนาคารพยายามทำอยู่ และหลายอย่างต้องทำเพิ่มเติม และแน่นอนต้นทุนด้านไอทีและพัฒนาระบบต้องเพิ่มขึ้น แต่จะเพิ่มขึ้นมากน้อยขึ้นกับความพร้อมระบบหลังบ้านแต่ละธนาคาร”