เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
Finance วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
Biz Movement LV The Place Bangkok จับมือศิลปินไทย ต่อยอดเรื่องราวการเดินทาง แฟชั่น และศิลปะ
‘เดลต้า’ ชูอาเซียน Golden Cross ดันฮับดาต้าเซ็นเตอร์โลก ‘Time to Token’ เร่งสร้างจบใน 6 เดือน
Tech ‘เดลต้า’ ชูอาเซียน Golden Cross ดันฮับดาต้าเซ็นเตอร์โลก ‘Time to Token’ เร่งสร้างจบใน 6 เดือน
ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
Finance ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้ม Thai ESG-Thai ESGX เปิดข้อมูลลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน
เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
Biz Movement เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
Taobao แจงปมถูกแอบอ้างแบรนด์ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับ ‘บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด’
Tech Taobao แจงปมถูกแอบอ้างแบรนด์ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับ ‘บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด’
ไทยยูเนี่ยน Q3 ยอดขาย 3.57 หมื่นล้าน  เดินหน้า Strategy 2030
Economic ไทยยูเนี่ยน Q3 ยอดขาย 3.57 หมื่นล้าน  เดินหน้า Strategy 2030
หุ้นไทยโค้งท้ายปีมีลุ้นฟื้น จับตากำไร บจ. Q3 ชี้ชะตา ‘ทิสโก้’ ชู 7 หุ้นฝ่าตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยโค้งท้ายปีมีลุ้นฟื้น จับตากำไร บจ. Q3 ชี้ชะตา ‘ทิสโก้’ ชู 7 หุ้นฝ่าตลาดผันผวน
เลือกตั้งสหรัฐสะเทือนเศรษฐกิจโลก ‘ธนวรรธน์’ ชี้ผล 2 สภากำหนดทิศสงคราม-การค้า
Economic เลือกตั้งสหรัฐสะเทือนเศรษฐกิจโลก ‘ธนวรรธน์’ ชี้ผล 2 สภากำหนดทิศสงคราม-การค้า
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ยขึ้นไม่หยุด ระวังหนี้เสียพุ่ง

01 ก.พ. 2566 | 11:28น.
ดอกเบี้ย
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

เดากันเป็นส่วนใหญ่ว่า ปีนี้แบงก์ชาติ น่าจะขึ้นดอกเบี้ย ไม่ 2 ครั้ง ก็ 3 ครั้ง

หลังจากปรับขึ้นมาแล้ว 4 ครั้งติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อน

ครั้งล่าสุด ก็สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา

ทำให้ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาที่ 1.50% ต่อปีแล้ว ซึ่งผลจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรอบนี้ ทำให้สถาบันการเงินปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ตามกันหมด

แบงก์รัฐ หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่เคยอั้นไว้ก่อนหน้านี้ ก็แบกต้นทุนต่อไปไม่ไหว ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25%

ส่วนแบงก์พาณิชย์ ก็ขยับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะว่า ผู้กู้ควรจะต้องเตรียมตัวรับมือกับภาระค่างวดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลาง และมีรายได้คงที่ จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และรายได้เริ่มบางลง

โดยรายย่อยจะได้รับผลกระทบ ในส่วนของสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อเช่าซื้อ

ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate) ก็ต้องเจอภาระค่างวดที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว แต่ก็ไม่ได้ฟื้นอย่างรวดเร็ว ครัวเรือนมีรายได้กลับมา แต่บางส่วนก็ยังไม่ได้กลับมาเท่าเดิม

เราฝากความหวังไว้ที่ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคเป็นหลัก เพราะดูแล้วภาคการส่งออกท่าจะแย่ ส่วนการลงทุนก็ดูไม่มีอะไรเปรี้ยงปร้าง

ดังนั้น แนวโน้มการเกิดหนี้เสีย ก็ยังไม่อาจวางใจได้

โดยเฉพาะหนี้เสียของบรรดาแบงก์รัฐที่เกิดขึ้นจากช่วงสถานการณ์โควิด ล้วนเป็นลูกค้าฐานรากทั้งนั้นที่ “กู้ฉุกเฉิน” กัน ผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ขณะที่แบงก์ชาติประกาศแล้วว่า จะไม่ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่จะครบกำหนดในช่วงกลางปี 2566 นี้

ฟัง “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) วิเคราะห์ว่า แบงก์ชาติน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะเงื่อนไขปัจจุบันที่ผ่อนคลายลงทำให้มีเวลา เพราะไม่มีปัจจัยมาเร่งมากนัก จากเดิมที่มีทั้งเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

ตอนนี้ทั้งสองเรื่องคลี่คลายลงแล้ว อย่างไรก็ดี ความจำเป็นในการที่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยยังมีอยู่ แต่ไม่ใช่เพื่อเหยียบเบรกเศรษฐกิจ แต่เป็นการถอนเท้าออกจากคันเร่ง ทั้งนี้ ประเมินว่า จะเห็นแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปอย่างน้อยอยู่ที่ 2% ในปีนี้

ทั้งนี้ “ดร.พิพัฒน์” คาดว่า แบงก์ชาติจะปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 4 ครั้ง โดยดูจากเป้าหมายของแบงก์ชาติที่ต้องการให้เงินเฟ้อลงมาที่ระดับ 2% แต่ปัจจุบันยังอยู่กว่า 5%

ฟังแล้ว อดหนาว ๆ ร้อน ๆ ไม่ได้เลยทีเดียว

และไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมบรรดาพรรคการเมือง จึงออกมาประกาศนโยบายแนว “พักหนี้” กันครึกโครมในช่วงก่อนจะมีการเลือกตั้งนี้