เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่า หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

31 มี.ค. 2566 | 18:48น.
เงินบาท

เงินบาท

เงินบาทแข็งค่า หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามคาด จาก 1.50% เป็น 1.75% โดยให้มีผลทันที คาดเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวได้ 3.6% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.9%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 27-31 มีนาคม 2566 ค่าเงินดอลลาร์เปิตตลาดในเช้าวันจันทร์ (27/3) ที่ระดับ 34.26/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/3) ที่ระดับ 34.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ

ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารของยุโรป ซึ่งส่งผลให้ยูโรและเงินปอนด์ร่วงลงอย่างหนัก และนักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ตลาดคลายความกังวลวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร

อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐเริ่มปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในวันอังคาร (28/3) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร หลังจากบรรษัทค้ำประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) เปิดเผยว่า ธนาคารเฟิร์สต์ ชิติเซนส์ แบงก์แชร์ส (First Citizens BancShares) ตกลงเข้าซื้อกิจการธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงเงินฝากและเงินกู้ทั้งหมดของ SVB

ทั้งนี้ในช่วงปลายสัปดาห์ดอลลาร์สหรัฐถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดในเดือน ก.ค. อีกทั้งล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุน ให้น้ำหนัก 52.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมวันที่ 2-3 พฤษภาคมนี้ และให้น้ำหนัก 47.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผย ได้แก่ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ขยายตัวที่ระดับ 0.8% สวนทางกับการคาดการณ์ว่าจะหดตัว 2.3% และเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง จากเดือนมกราคมที่ขยายตัว 8.1% นอกจากนี้มีการประกาศตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมกายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2565 ระบุว่า GDP รยายตัว 2.6% ต่ำกว่า

ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งมีการขยายตัว 2.9% และ 2.7% ตามลำดับ อีกทั้ง ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสติการว่างงานครั้งแรก สัปดาห์นี้ระบุว่า เพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 198,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มคลายความร้อนแรงแล้ว

อย่างไรก็ดีนักลงทุนรอจับตาดูการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ (31/3) ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในอนาคต

กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%

สำหรับปัจจัยในประเทศ ในวันพุธ (29/3) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75% โดยให้มีผลทันที เนื่องจากเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

พร้อมกันนี้ กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวได้ 3.6% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.9% โดยเงินเฟ้อจะเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช่วงกลางปีนี้ ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ราว 3.8% และอัตราเงินเฟ้อลดลงมาสู่ระดับ 2.4% อีกทั้ง ในวันพฤหัสบดี (30/3) กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยมูลค่าการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 22,376 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 4.7% ส่วนมูลค่าการนำเข้า อยู่ที่ 23,489 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.1% ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้า 1.113 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ และขาดดุลการค้ารวม 5.763 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2566

กระทรวงพาณิชย์มีถ้อยแถลงว่าการหดตัวของการส่งออกไทยสอดคล้องกับสถานการณ์การส่งออกของประเทศอื่นในภูมิภาคโดยมีปัจจัยกดตันจากการปรับตัวขึ้นของค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อในประเทศคู่ค้าสำคัญซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวโดยรวมในทิศทางที่เข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์อยู่ในกรอบระหว่าง 33.89-34.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (31/3) ที่ระดับ 34.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (27/3) ที่ระดับ 1.0762/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/3) ที่ระดับ 1.0733/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากที่วันศุกร์ (24/3) ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างมากช่วงก่อนปิดตลาด เนื่องจากหุ้นของธนาคารดอยช์แบงก์ได้ร่วงลงราว 14% เนื่องจาก Credit Default Swaps หรือ CDS ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 4 ปี

นอกจากดอยช์แบงก์แล้ว CDS ของธนาคารอื่นๆ ในยุโรปก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับธนาคารเครดิตสวิส ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเรื่องเสถียรภาพธนาคารของยุโรป ก่อนที่ค่าเงินยูโรจะกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ (27/3) เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของเยอรมนี นายโอลาฟ ชอลซ์ ได้กล่าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าคอยช์แบงก์เป็นธนาคารที่มีฐานะเงินทุนที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการชำระหนี้และมีกำไรติดต่อกันถึง 10 ไตรมาส ซึ่งต่างจากธนาคารเครดิตสวิสที่ประสบปัญหาขาดทุน

อีกทั้ง Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยในวันจันทร์ (27/3) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 93.3 ในเดือน มี.ค. จากระดับ 91.1 ในเดือน ก.พ. ซึ่งดัชนีเดือน มี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์เปิดเผยในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์เอาไว้ที่ 91.0

นักลงทุนคาด ECB จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50%

แต่ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินยูโรเข็งค่าขึ้น จากการที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.50% ในการประชุมครั้งถัดไป ภายหลังจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของเยอรมนี โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก -30.6 สู่ระดับ -29.5 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการฟื้นตัว 6 เดือนติตต่อกัน

นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือเงินเฟ้อของเยอรมนีประจำเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 0.7% ส่วนเมื่อเทียบรายปีดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 7.4% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.3% อย่างไรก็ตาม ตัชนี CPI รายปีของเดือนมีนาคมนั้นออกมาต่ำกว่าระดับของเดือนกุมภาพันธ์ที่เพิ่มขึ้นที่ 8.7% ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0745-1.0834 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (31/3) ที่ระดับ 1.0907/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูใร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (27/3) ที่ระดับ 130.79/81 เยนดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/3) ที่ระดับ 129.89/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากธุรกิจส่งออกบางรายในญี่ปุ่นได้ขายเงินดอลลาร์เพื่อซื้อเงินเยน ก่อนหมดปีงบประมาณ 2565 ในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องเทียบเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหลังนักลงทุนได้คลายความวิตกกังวลในเรื่องวิกฤตธนาคารในสหรัฐ และยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศของ First Cilizens Bank & Trust Company ว่าได้ทำการเข้าซื้อกิจการ Silicon Valley Bank แล้วนักลงทุนจึงเทขายสกุลเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยออกมา

นอกจากนี้ตัวเลขอัตราการว่างงานของญี่ปุ่นประจำเดือนกุมภาพันธ์ ที่ได้มีการเปิดเผยในเช้าวันศุกร์ (31/3) ได้กดดันค่าเงินเยนเพิ่มเติม โดยอัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 2.6% ซึ่งสูงกว่าเดือนมกราคมและสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.4% ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 130.50 – 131.76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิตตลาดในวันศุกร์ (31/3) ที่ระดับ 132.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ