เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘อากิโอะ โตโยดะ’ นายใหญ่โตโยต้าบินตรงให้กำลังใจพนักงานถึง โรงงานบ้านโพธิ์
Automotive ‘อากิโอะ โตโยดะ’ นายใหญ่โตโยต้าบินตรงให้กำลังใจพนักงานถึง โรงงานบ้านโพธิ์
‘เอกนิติ’ ชี้ต้องเร่งเจรจาการค้าช่วยผู้ประกอบการไทย รับมือความผันผวนหลังเลือกตั้งสหรัฐ
Finance ‘เอกนิติ’ ชี้ต้องเร่งเจรจาการค้าช่วยผู้ประกอบการไทย รับมือความผันผวนหลังเลือกตั้งสหรัฐ
ART ไทย-สหรัฐคืบ! จ่อประกาศผลกลาง พ.ย. เปิดทาง AI-ชิป-พลังงาน-เกษตร”
Economic ART ไทย-สหรัฐคืบ! จ่อประกาศผลกลาง พ.ย. เปิดทาง AI-ชิป-พลังงาน-เกษตร”
กสิกรไทยชี้เลือกตั้งสหรัฐหนุนหุ้นโลก หุ้นไทยสวนทาง จากแรงกดดันหุ้นพลังงาน
Finance กสิกรไทยชี้เลือกตั้งสหรัฐหนุนหุ้นโลก หุ้นไทยสวนทาง จากแรงกดดันหุ้นพลังงาน
บุกห้องเย็นสมุทรสาคร อายัดไส้สุกร 24.6 ตัน มูลค่าเกิน 5 ล้าน ไร้เอกสารครบ
Economic บุกห้องเย็นสมุทรสาคร อายัดไส้สุกร 24.6 ตัน มูลค่าเกิน 5 ล้าน ไร้เอกสารครบ
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,950 บาท
เทขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก ลามเอเชีย หลังร่วงทุบสถิติ ตั้งแต่โควิดรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
World เทขายหุ้นเทคฯ ทั่วโลก ลามเอเชีย หลังร่วงทุบสถิติ ตั้งแต่โควิดรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
กกต. รับรองผล ‘บอร์ดประกันสังคม’ อย่างเป็นทางการ ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ กวาดที่นั่งครบ
ไฮไลท์ประชาชาติ กกต. รับรองผล ‘บอร์ดประกันสังคม’ อย่างเป็นทางการ ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ กวาดที่นั่งครบ
เกษตรฯ ย้ำเอกชนนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลือง ต้องซื้อผลผลิตไทยก่อน ห้ามชนฤดูเก็บเกี่ยว
Economic เกษตรฯ ย้ำเอกชนนำเข้าข้าวโพด-ถั่วเหลือง ต้องซื้อผลผลิตไทยก่อน ห้ามชนฤดูเก็บเกี่ยว
ดูทั้งหมด

“แสนรู้” มองอนาคต ยุคต่อไปของมาร์เก็ตติ้งออนไลน์-

05 มี.ค. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์

ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีบทบาทในการทำการตลาดของธุรกิจก่อให้เกิดธุรกิจ social listening ที่จะเก็บข้อมูลสังคมออนไลน์ เพื่อให้คำปรึกษาแบรนด์ต่าง ๆ ช่วยวางกลยุทธ์การตลาดให้เกิดประโยชน์ต่อแบรนด์หรือป้องกันและบริหารจัดการเหตุวิกฤตที่จะเกิดขึ้น “ประชาชาติธุรกิจ” พาคุยกับ “ชิตพล มั่งพร้อม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง “แสนรู้ (Zanroo)” สตาร์ตอัพ ผู้ให้บริการ social listening ที่มีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ในไทย และขยายธุรกิจไปแล้ว 15 ประเทศทั่วโลก

Q : จุดเริ่มต้น “แสนรู้”

ก่อนนั้นก็ทำหลายอย่าง ตั้งแต่ขายแซนด์วิช ขายกระเป๋า ที่ต้องนั่งรอคนมาซื้อก็เลยคิดหาธุรกิจที่สเกลได้ ออกต่างประเทศได้ ไม่ต้องลงทุนเยอะ สุดท้ายลงตัวที่บริษัทซอฟต์แวร์ เลยชวนคุณอ๋อม อุดมศักดิ์ ดอนขำไพร ซึ่งเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาช่วย ตอนนี้เป็น CTO แรก ๆ ทำอีคอมเมิร์ซได้ 3 เดือน รู้เลยว่า ไม่เวิร์ก จึงหันมาทำดาต้าเบส เพราะธุรกิจน่าจะอยากรู้ข้อมูล

Q : บิ๊กดาต้าบูม

เมื่อ 5 ปีก่อน ภาคธุรกิจยังไม่รู้จักว่าโซเชียลคืออะไร เขาอาจจะกลัว แต่ที่เราทำมันเมกเซนส์ที่จะมี ลูกค้าเลยซื้อง่าย ปัจจุบันลูกค้าเข้าใจและรู้จักใช้ข้อมูลมากขึ้น ยิ่งซื้อง่ายขึ้นอีก และเมื่อก่อนอาจจะใช้ข้อมูลแค่ในเชิงวัดผล แต่ตอนนี้ธุรกิจเอามาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ล่าสุดมีการอินทิเกรดระบบแชตบอท ต่อกับระบบ CRM

Q : มีเครื่องมือใหม่

ชื่อ “อรุณ” เป็น เครื่องมือใหม่ให้ลูกค้า ที่จะบอกค่า ROI (Return on Investment) ช่วยบอกลูกค้าได้ว่าถ้าจะทำโซเชียลมาร์เก็ตติ้ง ควรนำเงินไปลงที่ไหน เท่าไหร่ ยังไง ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำมาร์เก็ตติ้ง จะเปิดให้บริการ 3 เม.ย. นี้ ใน 3 ประเทศคือ สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย

และยังมีเทคโนโลยีอื่นอีกเยอะที่ต่อยอดกับ social listening ได้ แต่ 1-2 ปีนี้ โฟกัสกับอรุณก่อน

Q : ตลาดอิ่มตัวแล้วหรือยัง

ตลาด social listening ในไทยอิ่มตัวแล้ว แสนรู้เป็นอันดับ 1 ในไทย ในไทยอยู่ในจุด consolidate มีคนครองตลาดแค่ไม่กี่ราย ดังนั้นผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ หรือสตาร์ตอัพจะเข้ามาโอกาสเติบโตก็น้อย เพราะคนที่อยู่มานานยิ่งได้เปรียบจากข้อมูลที่ยิ่งมีเยอะ การรีเลชั่นกับลูกค้าและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็พัฒนาไปไกล ส่วนตลาดในต่างประเทศแข่งขันกันค่อนข้างสูง

ตลาดโซเชียลมีเดียก็แน่น ใครจะทำโซเชียลแข่งกับ facebook ก็ไม่ได้แล้ว แม้แต่ facebook ก็ต้องปรับตัว เพราะคนเริ่มอยู่บน facebook น้อยลง มีแอปอื่นมาแย่งเวลา ไอจี, ทวิตเตอร์

แต่ถึงอย่างไร โซเชียลก็ยังจะเติบโตอยู่ ข้อมูลก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ได้มาจากแค่ช่องทางโซเชียลอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะหลายธุรกิจก็เริ่มขยับเข้าไปสู่ออนไลน์ เนื่องจากทุกวันนี้การโกออนไลน์ไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็นความจำเป็นไปแล้ว ซึ่งก็จะยิ่งทำให้มีดาต้าที่ต้องเก็บต้องวิเคราะห์มากขึ้น ก็จะมีศัพท์ใหม่คือ marketing stack

Q : ต่างจากปัจจุบันอย่างไร

marketing stack มองว่าทุกอย่างจะเชื่อมต่อกันหมด เป็นเหมือนสมาร์ทโฮม ที่สามารถเชื่อมต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ไว้ในที่ที่เดียว เป็นการเปลี่ยนสู่ยุคของ DT (data technology) ที่มีดาต้ามหาศาล ถ้าทุกดาต้าทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์มาต่อกันได้ ก็จะเกิดเป็นชั้นสแต็กของดิจิทัล สามารถใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการ ดังนั้น 5 ปีจากนี้จะเป็นยุคของ AI และการเชื่อมต่อเอเจนซี่ต่าง ๆ ก็ต้องปรับตัว

Q : ความท้าทาย

เวลาเป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุด ไม่ใช่คู่แข่ง เพราะเราแข่งกับตัวเองเท่านั้น ต้องมีเป้าหมายเสมอว่า ปีนี้เราจะโตเท่าไหร่ ปีหน้าแผนงานของแต่ละคนคืออะไร ที่ผ่านมาเราทำงานหนักและแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้เร็วกว่า แต่สิ่งสำคัญคือ วิธีคิดของทีมงาน ผมเชื่อว่าธุรกิจโตตามคนและวิธีคิด ไม่ได้โตตามโซเชียล การแข่งขันมันมีอยู่ทั่วโลก แต่จะคิดแก้สถานการณ์อย่างไร ถ้าคิดได้ ก็โตได้ เพราะเรามีจุดแข็งคือ เทคโนโลยี

Q : คนยังเป็นปัญหาใหญ่

เป็นปัญหาที่เกิดกับทั่วโลก อย่างเราเองโต 250% ทำให้คนทำงานไม่ทัน ปัจจุบันมีพนักงาน 150 คนทั่วโลก มีในไทย 90 คน ปีนี้ตั้งเป้าจะรับไม่เกิน 200 คน ที่ขาดเยอะที่สุดเป็นเซลส์ในแต่ละประเทศ ส่วนเอ็นจิเนียร์ นักพัฒนาเป็นอะไรที่ขาดประจำ ก็พยายามเติมอยู่ตลอด แต่เราค่อนข้างเลือกเยอะ เรายอมจ่าย บางคนเป็นหลักแสนก็มี

และก็สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีแนวทางคือ DOIT โดย D คือ don”t blame คือ อย่าไปบ่น ให้แก้ไข O คือ opportunity is here แสนรู้เราโตได้เรื่อย ๆ เพราะเราไปหลายประเทศ ทำให้มีตำแหน่งงานที่ว่าง ดังนั้นโอกาสมีมาก และผมเองก็ไม่ได้อยากเป็น CEO ตลอดชีวิต ดังนั้นผมเองก็เปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถกว่าผมมาทำหน้าที่ได้ I คือ Innovation start with why อยากให้ทุกคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องมาทำงาน บางคนไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ทำ ทำทำไม ดังนั้นถ้าคุณต้องการเรื่องเงิน ที่นี่ตอบโจทย์ได้ เพราะพนักงานเราน้อย และเรากล้าจ้าง เราเป็นสตาร์ตอัพที่จ่ายสูงเท่ากับบริษัทอินเตอร์ และสุดท้าย T คือ teamwork ทุกวันศุกร์ผมจะให้ทุกคนพูดคนละ 10 นาที เพื่อคุยถึงปัญหาว่ามีอะไร ทำอะไรไปแล้ว และต่อไปจะทำอะไร

Q : เป้าหมายเบอร์ 1 ในทุกตลาด

เราเคยตั้งเป้าว่าจะรุกไป 40 ประเทศ แต่ได้เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่แล้ว คือ จะโฟกัสใน 15 ประเทศที่เรากำลังทำตลาดอยู่ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ออสเตรเลีย ศรีลังกา ปากีสถาน อังกฤษ เพราะใน 15 ประเทศนี้เราเป็นเบอร์ 1 แค่ 2 ประเทศ คือ ไทยกับมาเลเซีย ส่วนสิงคโปร์อยู่อันดับ 5 โดยไทยมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 60% ซึ่งเป้าหมายเราต้องการให้ประเทศไทยมีสัดส่วนเหลือ 10% ดังนั้นเราตั้งใจที่จะขยับเป็นเบอร์ต้น ๆ ก่อน และ 3-5 ปีค่อยขยายไปให้ครบ 40 ประเทศ โดยประเทศที่จะเข้าในปีนี้ได้แก่ อเมริกา และจีน ส่วนรายได้ตั้งเป้า 1,000 ล้านบาท โดยแต่ละปีเราเติบโตประมาณ 200-400% โดยในปีที่ผ่านมาเราเติบโต 250% ซึ่งเราวางเป้าหมายในอนาคต 3-5 ปี ค่อยรุกครบ 40 ประเทศ และต้องมีรายได้ 2 พันล้านบาท/ปี

Q : ยูนิคอร์นไม่ใช่เป้าหมาย

เป็นได้ก็ดี เพราะยังไม่มีคนไทยคนไหนที่เป็น แต่เป็นไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส เพราะเป็นยูนิคอร์นมูลค่าบริษัทคือ 35,000 ล้านบาท แต่ถ้าเรามีมูลค่าบริษัทแค่ 20,000 ล้านบาท แต่มีพนักงาน 200 คนนี่ผมก็มีความสุขแล้ว เพราะรายจ่ายยังไงก็ไม่เกิน 100 ล้านบาท/เดือน ดังนั้นถ้ามีกำไรเป็นพันล้าน เราสามารถให้เงินพนักงานได้ ความสุขอยู่ตรงนี้มากกว่า เราได้เห็นพนักงานที่มีชีวิตดีขึ้น

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้