‘เอกนิติ’ ชี้ต้องเร่งเจรจาการค้าช่วยผู้ประกอบการไทย รับมือความผันผวนหลังเลือกตั้งสหรัฐ
เอกนิติชี้ต้องเร่งเจรจาการค้าช่วยผู้ประกอบการไทย รับมือความผันผวนระยะสั้นหลังเลือกตั้งสหรัฐ ย้ำวินัยการคลังเป็นสิ่งสำคัญ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเมืองระหว่างประเทศ มีการเชื่อมโยงกับทั้งตลาดโลก ตลาดเงินและตลาดทุน ซึ่งจะส่งผลถึงกัน ดังนั้นการชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา แม้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะยังบริหารจัดการแผ่นดินอยู่ แต่กฎหมายต่าง ๆ ทั้งสภาล่างและสภาสูง คงมีการเปลี่ยนผ่าน
อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดเงิน ตลาดทุนนั้นอาจมีความผันผวน ซึ่งจะเห็นว่าตลาดทุนในต่างประเทศเริ่มตกลง และกระทบทั้งโลก
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า เมื่อหลายประเทศทั่วโลกเชื่อมโยงกัน ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐนี้ ไทยอาจต้องเตรียมความพร้อมถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ 1.ความผันผวนอาจจะมากขึ้น ซึ่งมีผลทั้งมุมบวกและมุมลบ 2.นโยบายเรื่องการค้านั้น ไทยยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้รับผลกระทบ และแข่งขันได้ โดยนายกรัฐมนตรีอาจมีโอกาสเจอกับประธานาธิบดีสหรัฐในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ตลาดเงิน ตลาดทุน อาจมีการเปลี่ยนแปลงทิศทาง เห็นจากตลาดหุ้นตก จากนโยบายที่ประธานาธิบดีสหรัฐสนับสนุนเรื่องเอไอ และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นหุ้นที่มีผลกับตลาดทุนโลก ทั้งโลกจึงรอความชัดเจนของนโยบายสหรัฐ
“ผมคิดว่ามันจะเป็นความผันผวนในระยะสั้นระยะหนึ่ง แต่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ผลทางบวกจากเอไอซัพพลายเชน วันนี้จะเห็นว่าตัวเลขส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในเอไอซัพพลายเชน และจากการประชุม IMF-WBG ที่ผ่านมา จะเห็นว่าไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศหลักทั้งโลกที่อยู่ในซัพพลายเชนดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามา เป็นผลทางบวก” ดร.เอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ดี ดร.เอกนิติ กล่าวว่า สำหรับไทยวินัยการคลังเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะเห็นว่าสหรัฐฯ มีความเป็นห่วงเรื่องหนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน รวมทั้งวินัยการคลังของสหรัฐนั้น หนี้สาธารณะมี 100% กว่าของจีดีพี ขณะที่ของไทยยังอยู่ที่ 60% กว่า การรักษาวินัยการคลังของไทยยังดีมาก สะท้อนผ่านดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ 5% ขณะที่ของไทยอยู่ที่ 2% “เราต้องทำเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งรองรับความผันผวน”
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลงมากนั้น ไทยต้องติดตามความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุน รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมทั้งขาขึ้นและขาลง แม้ความผันผวนจะเป็นระยะสั้น แต่ต้องไม่ประมาท