Skip to content

ภาษาเปลี่ยนโลก “เอ็นคอนเส็ปท์” แก้ทาง “ดิสรัปชั่น”

06 มี.ค. 2561 | 18:31น.
ภาษาเปลี่ยนโลก “เอ็นคอนเส็ปท์” แก้ทาง “ดิสรัปชั่น”

ในยุค digital disruption คนมักนึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 3 ด้าน คือ technology, financialization และ globalization แต่กระนั้น ยังมีอีก 1 ด้าน ที่ถึงแม้จะเกิดขึ้นช้ากว่า แต่หนีไม่พ้นผลกระทบของการพลิกผันเช่นกันคือการศึกษา

โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ จึงแนะนำว่าการที่เด็กไทยจะมีโอกาส และความได้เปรียบในยุค digital disruption ต้องมีทักษะด้านภาษา ที่ไม่เพียงแต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่จะต้องมีภาษาอื่น ๆ ประกอบกันด้วย เพราะภาษาเป็นพื้นฐานของชีวิตในการต่อยอดไปสู่การศึกษาในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป

สำหรับปีนี้ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ จึงจัดงานแนะแนวการศึกษา “Think Beyond 2018 ภาษาเปลี่ยนชีวิต” โดยมุ่งสื่อสารไปยังกลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียน

“นพ.ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร” ผู้จัดการทั่วไปโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ กล่าวว่า disruption ส่งผลให้ภาคการศึกษาต้องปรับตัว โดยเฉพาะการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คาดการณ์ว่า 5 ปีจากนี้ จำนวนมหาวิทยาลัยกว่าครึ่งจะหายไป ด้วยเพราะเหตุผลจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง และเด็กมีทางเลือกในการศึกษามากขึ้น

“การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี การเงิน การบริหาร และการศึกษา ยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์ VUCA ได้แก่ volatility (V) ความผันผวน, uncertainty (U) ความไม่แน่นอน, complexity (C) ความซับซ้อนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ, ambiguity (A) ความคลุมเครือ ไม่สามารถคาดเดาผลที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ดังนั้น เราจึงวางแผนงานของปีนี้ว่าจะใช้ความสำคัญของภาษามามีส่วนสำคัญในการยกระดับพัฒนา และเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่าง ๆ ของเด็ก และเยาวชน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย”

โดยภาษาที่เด็กไทยควรพร้อมรับมือมีด้วยกัน 4 ภาษา ดังนี้

หนึ่ง ภาษา AI (artificial intelligence) : เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ภาษา AI จะกลายเป็นภาษาเบื้องต้น หรือภาษาพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรเรียนรู้และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใดโดย AI จะไม่ใช่การเรียนรู้เฉพาะสำหรับเด็กที่เรียนในสาย IT หรือสายเทคโนโลยีเท่านั้น

สอง ภาษาตรรกศาสตร์ : การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คือการเรียนรู้บนพื้นฐานของตรรกศาสตร์ ที่แสดงแก่นของความเป็นเหตุเป็นผล การเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านนี้ จึงต้องใช้ภาษาอีกภาษาหนึ่ง ซึ่งมีทั้งคำศัพท์ รูปแบบ และการเรียบเรียงที่ต้องศึกษา และนำไปใช้อย่างถูกต้อง

สาม ภาษาสังคมศาสตร์ : สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ถือเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่กล่าวว่ามีภาษาของตัวเอง การศึกษาให้ลึกซึ้งลงไปทางศาสตร์นี้จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาเฉพาะทางเพื่อสร้างแบบแผนการเรียนรู้ที่ถูกต้อง

สี่ ภาษาต่างประเทศ : ในยุคที่ประชาคมโลกเข้าใกล้คำว่าไร้พรมแดน การสื่อสารในภาษาที่หลากหลายจึงเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่เด็กไทยจะต้องปรับตัว ปรับทัศนคติ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางด้านการเรียน และการใช้ภาษา โดยภาษาอังกฤษจะกลายเป็นภาษาพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อเปิดประตูไปสู่โอกาสทางการทำงานจนประสบผลสำเร็จในชีวิต ขณะที่ภาษาอื่น ๆ ถือเป็นความท้าทายที่หากสามารถช่วงชิงมาได้จะยิ่งเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองได้มากเท่านั้น

“ภาษาเหล่านี้จะต้องถูกนำไปใช้ร่วมกับการทำงาน การใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จ และมีความสุขตรงตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้ หรือที่เรียกรวมกันว่าเป็น executive function (EF) นั่นเอง ทักษะ EF คือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก การกระทำอันเป็นความสามารถของสมองที่ใช้บริหารจัดการชีวิตในเรื่องต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราตั้งเป้าหมายในชีวิต รู้จักการวางแผน และมีความมุ่งมั่น”

“ภาษา EF แบ่งออกเป็น 9 ด้าน คือ ทักษะความจำที่นำมาใช้งาน (working memory), ทักษะการยับยั้งชั่งใจ-คิดไตร่ตรอง (inhibitory control), ทักษะการยืดหยุ่นความคิด (shift cognitive flexibility), ทักษะการใส่ใจจดจ่อ (focus), การควบคุมอารมณ์ (emotion control), การประเมินตัวเอง (self-monitoring), การริเริ่มและลงมือทำ (initiating), การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ (planning and organizing) และการมุ่งเป้าหมาย (goal-directed persistence) ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ ทั้งยังมีผลต่อความสำเร็จในเรื่องการงาน การเรียน และการใช้ชีวิต”

นอกจากด้านภาษา “นพ.ธรรมศักดิ์” บอกอีกด้วยว่า หากต้องการสร้างจุดเด่นให้ตัวเอง ควรต้องนำ 4I-s มาใช้ประกอบกันด้วย คือ หนึ่ง imagination-จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ วลีอันอมตะของ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” โดยเขาบอกว่าความรู้ก็เหมือนกับปัจจุบัน ขณะที่จินตนาการเปรียบได้กับอนาคต ความรู้ทำให้เราฉลาดขึ้น แต่หากเราไม่นำจินตนาการไปบูรณาการกับความรู้ ความรู้จะเป็นสิ่งที่อยู่คงเดิมอย่างนั้น

“สอง inspiration-แรงบันดาลใจเป็นพลังให้คนขับเคลื่อน สาม insight-การเรียนรู้เชิงลึก สี่ Intuition-ญาณทัศน์ การรู้และการเห็นด้วยจิตใต้สำนึก สิ่งเหล่านี้เอ็นคอนเส็ปท์พยายามสร้างโดยตลอด สำหรับปี 2561 เราจะไม่สื่อสารเพียงแค่ว่าภาษานั้นดีอย่างไร แต่จะสื่อสารกับเยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปให้ตระหนักว่าภาษาทำให้ตัวเองดีขึ้นอย่างไร ภายใต้โปรเจ็กต์ภาษาเปลี่ยนชีวิตนี้ และภายในงาน Think Beyond 2018 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคมผ่านมา”

ขณะที่เป้าหมายทางธุรกิจของเอ็นคอนเส็ปท์ “นพ.ธรรมศักดิ์” บอกว่า ในปี 2561 จะมีการขยายในส่วนของ XChange English ภาษาอังกฤษเพื่อเอาไปต่อยอดในการทำงาน, InterPass ภาษาอังกฤษเพื่อเรียนภาคอินเตอร์ และ Qualish การพูดและออกเสียงภาษาอังกฤษ ส่วนของ Enconcept นั้นอยู่ตัวแล้ว คงไม่มีการขยายสาขา แต่จะเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้มากกว่า โดยเราอยากทำให้การเรียนรู้ระบบออนไลน์ และแอปพลิเคชั่นเทียบมาตรฐานระดับโลก

“นอกจากนั้น เรายังวางเป้าหมายในการเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดต่อไปแม้จำนวนเด็กจะลดน้อยลงตามโครงสร้างของสังคม แต่เราพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพราะเรามีการปรับเป้าหมาย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในการเน้นภาษาอังกฤษระดับ B2B มากขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

digital disruption