เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (8 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.64 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Politics ค่าเงินบาทวันนี้ (8 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.64 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
RANGE ROVER SPORT รถ อีวี วิ่งไกล 600 กม.
Automotive RANGE ROVER SPORT รถ อีวี วิ่งไกล 600 กม.
นายกฯ ขึ้นเวที Forbes Global CEO ชูศักยภาพไทย พร้อมเชื่อมโลก ดึงลงทุน
Politics นายกฯ ขึ้นเวที Forbes Global CEO ชูศักยภาพไทย พร้อมเชื่อมโลก ดึงลงทุน
เตรียมรับมือปีหน้าผลไม้แพง
สามัญสำนึก เตรียมรับมือปีหน้าผลไม้แพง
เพิ่มโทษ Robotaxi ไร้คนขับ ขวางทางรถฉุกเฉิน
Automotive เพิ่มโทษ Robotaxi ไร้คนขับ ขวางทางรถฉุกเฉิน
โฆษณาดิจิทัลเปลี่ยนทิศ แค่ซื้อสื่อยังไม่พอ
Business โฆษณาดิจิทัลเปลี่ยนทิศ แค่ซื้อสื่อยังไม่พอ
พยากรณ์อากาศ (8 ต.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60-70% ‘ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม.’ ฝน 20-30%’
Economic พยากรณ์อากาศ (8 ต.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60-70% ‘ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก กทม.’ ฝน 20-30%’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ต.ค.) ปรับลง 2.74% อยู่ที่ 83,185 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ต.ค.) ปรับลง 2.74% อยู่ที่ 83,185 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Politics ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
การศึกษา รร.นานาชาติไฮเกต ประเทศไทย เปิดอย่างเป็นทางการ เฟสแรกรับเด็ก 2-11 ปี
ดูทั้งหมด

กฟผ.ยันหลักการซื้อไฟฟ้าต้นทุนต่ำสุดก่อน กระทบค่าไฟน้อยที่สุด-ลุ้น กกต.เคาะหมื่นล้าน

08 พ.ค. 2566 | 10:17น.
ค่าไฟฟ้า

กฟผ.ยืนยันสั่งการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากต้นทุนต่ำที่สุดก่อน ส่วนประเด็นซื้อไฟต้นทุนแพงจากเอกชน คิดเป็นสัดส่วน 7% เท่านั้น ยึดหลักกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด รอลุ้น กกต. ไฟเขียวงบฯ 1 หมื่นล้าน

วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 รายงานข่าวแจ้งว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บกับประชาชนงวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. 2566 ในอัตรา 4.70 บาท/หน่วย มีผลบังคับใช้เป็นอัตราเดียวกันทั้งประเทศ ทั้งประเภทครัวเรือนที่อยู่อาศัยและภาคอุตสาหกรรม/บริการอื่น ๆ ซึ่งเปรียบเทียบแล้วลดลงจากงวดก่อน เดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 ประเภทที่อยู่อาศัยที่เคยเก็บที่ 4.72 บาท/หน่วย และภาคอุตสาหกรรมเคยเก็บที่ 5.33 บาท/หน่วย

นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึง กฟผ. ใช้หลักการบริหารจัดการเดินเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงราคาต่ำที่สุดก่อน จนถึงเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนสูงขึ้นตามลำดับ โดยเงื่อนไขการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้า กฟผ. ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

โดยค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 กฟผ.ได้สั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าทั้งของ กฟผ. และเอกชน โดยพิจารณาจากต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำที่สุด ที่มีราคาซื้อไฟฟ้าตั้งแต่ 2 บาท/หน่วย ไปจนถึง 9.85 บาท/หน่วย ซึ่งปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนในราคา 6.11-9.85 บาท/หน่วย มีปริมาณน้อยมาก คิดเป็น 7% เท่านั้น เมื่อนำมาเฉลี่ยกับโรงไฟฟ้าอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่าแล้ว จึงทำให้ค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 อยู่ที่ราคา 4.72 บาท/หน่วย

“การซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนในราคา 6.11-9.85 บาท/หน่วย เป็นการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันดีเซล ซึ่งมีราคาถูกกว่าการผลิตไฟฟ้าด้วย Spot LNG ที่ราคา 7.91-11.36 บาท/หน่วย ดังนั้น คณะอนุกรรมการบริหารจัดการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน จึงได้พิจารณาให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยน้ำมันดีเซล แทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงนำเข้า Spot LNG

ทั้งนี้ในช่วงที่มีสถานการณ์พลังงานปกติ อ้างอิงจากค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2564 ค่าซื้อไฟฟ้าเฉลี่ยจาก 5 โรงไฟฟ้านี้ จะเท่ากับ 2.94 บาท/หน่วยเท่านั้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า กฟผ. บริหารจัดการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างมีหลักการ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด”

รายงานข่าวแจ้งว่า ความคืบหน้าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการขออนุมัติงบฯกลางช่วยเหลือค่าไฟกลุ่มเปราะบางล่าสุดปรับวงเงินเหลือ 10,646 ล้านบาท ลดลงจาก 11,112 ล้านบาท พร้อมส่งเอกสารเพิ่มเติมรอบ 2 ประกอบการนำเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเห็นชอบ หลังล่าสุด กกพ.มีมติลดค่าไฟลง 7 สตางค์/หน่วย จากมติเดิม 4.77 บาท/หน่วย เหลือ 4.70 บาท/หน่วย

ซึ่งเบื้องต้น กกต.อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร วิเคราะห์เนื้อหาความจำเป็นและเงื่อนไขต่าง ๆ บรรจุในระเบียบวาระการประชุมให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาตามลำดับต่อไป ขณะนี้จึงยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ออกมา

โดยมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้ากลุ่มเปราะบางสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน ขยายเวลาออกไป 4 เดือนในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2566 กำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ

ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยระหว่าง 1-150 หน่วย/เดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์/หน่วย โดยมีผลต่างค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) เรียกเก็บและส่วนลด 1.39 สตางค์/หน่วย

ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยระหว่าง 151-300 หน่วย/เดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 67.04 สตางค์/หน่วย โดยมีผลต่างค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าเอฟทีเรียกเก็บและส่วนลด 26.39 สตางค์/หน่วย

ขณะที่ผู้ใช้ฟ้าบ้านอยู่อาศัยไม่เกิน 500 หน่วย/เดือน ให้ส่วนลดค่าไฟ 150 บาท/หน่วย 1 เดือนในรอบบิลเดือน พ.ค. 2566