จังหวัดร้อยเอ็ดจัดประชุมขับเคลื่อนหมอลำ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO โดยอนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมตั้งเป้าหมายดำเนินการทางเอกสาร 23 ขั้นตอน คาดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้
วันนี้ 19 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนหมอลำให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีบุคลากรของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมให้ข้อมูลโดยละเอียด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานอย่างมาก และจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนหมอลำให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO และได้ขับเคลื่อนมาในระดับหนึ่งแล้ว
โดยนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้อนุมัติค่าใช้จ่ายในงบฯบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการหมอลำให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท
ทั้งนี้ ความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมจังหวัดภาคอีสาน และสมาคมหมอลำภาคอีสาน นำโดย ดร.สาธิต กฤตลักษณ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด และ ดร.ฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง และนายกสมาคมหมอลำภาคอีสาน
ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า เพื่อเป็นการรักษาศิลปวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ อีกทั้งยังสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ดี แต่การมุ่งสู่มรดกโลกนั้น จะมีขั้นตอนการเก็บข้อมูลและกระบวนการดำเนินการทางเอกสารมากถึง 23 ขั้นตอน ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร
ในเบื้องต้นที่ประชุมมีแนวทางที่จะตั้งทีมวิชาการ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรภาคการศึกษา เพื่อช่วยดำเนินการทางเอกสารและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตามแบบฟอร์มที่ยูเนสโกกำหนด โดยตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภาคในเดือนธันวาคม 2566 หรืออย่างช้าที่สุดคือเดือนมีนาคม 2567
สำหรับบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไทย ที่กำลังดำเนินการรอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก ได้แก่ งานประเพณีสงกรานต์ มวยไทย ต้มยำกุ้ง และงานประเพณีลอยกระทง