เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
Finance GRAND ขาดสภาพคล่อง! จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ 19.32 ล้านไม่ไหว นัดถกเจ้าหนี้ 29 ต.ค.นี้
มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
การศึกษา มช. ผนึก ม.ยูนนานนอร์มอล ปั้นป.โท-เอก ภาษาจีนนานาชาติ ฉลอง 20 ปี สถาบันขงจื่อ
Agri Next 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
Biz Movement Agri Next 2026 มหกรรมสินค้าเกษตรกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ 27-28 ต.ค.
‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระเทือนยอดผลิตรถเดือน ก.ย. ฮวบ 6.08%
Automotive ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระเทือนยอดผลิตรถเดือน ก.ย. ฮวบ 6.08%
กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง น้ำทะเลหนุนสูง 28 ต.ค.นี้
News กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง น้ำทะเลหนุนสูง 28 ต.ค.นี้
แสนสิริ x สยามพิวรรธน์ ยกระดับไลฟ์สไตล์ลูกบ้านลักเซอรี่ “SLC Life Curator”
Biz Movement แสนสิริ x สยามพิวรรธน์ ยกระดับไลฟ์สไตล์ลูกบ้านลักเซอรี่ “SLC Life Curator”
จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงปี’70 ธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ
Finance จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงปี’70 ธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ
LH Bank ส่งเงินฝากประจำระยะสั้น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
Finance LH Bank ส่งเงินฝากประจำระยะสั้น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
ดูทั้งหมด

รู้จักระบบ Net Billing และ Net Metering การซื้อ-ขายไฟที่ทำให้คนไทยจ่ายค่าไฟลดลง?

23 พ.ค. 2566 | 15:40น.

หลังจากได้บิลค่าไฟมาครอบครอง 2-3 เดือนติด ทำให้หลายคนคิดอยากจะติดโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) เพื่อในอนาคตจะได้ช่วยลดค่าไฟ หรือถ้าเหลือใช้ก็สามารถขายคืนเข้าระบบให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ ซึ่งตามโครงการโซลาร์ภาคประชาชน (Solar Rooftop) แจ้งไว้ว่าจะรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย หรือที่เรียกว่าระบบ Net Billing

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันต่างมีเสียงสนับสนุนนโยบายการคิดค่าไฟฟ้าแบบหักลบกลบหน่วยตามจริง หรือ Net Metering ซึ่งแตกต่างออกไปจาก Net Billing บทความนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวว่ามีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร 

ในปัจจุบันประเทศไทยคิดค่าไฟในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน แบบ “Net Billing” คือ การคำนวณค่าไฟแบบแยกคิดระหว่างค่าซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้าสู่บ้าน กับค่าขายไฟฟ้าจากโซลาร์ให้การไฟฟ้า แล้วจึงนำเงินค่าขายไฟฟ้ามาหักลบกัน เช่น ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราใช้ไฟไปทั้งหมด 700 หน่วย แต่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง 400 หน่วย นำมาใช้ภายในบ้านเพียง 300 หน่วย ส่วนที่เหลืออีก 100 หน่วย ขายเข้าสู่ระบบให้การไฟฟ้าในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นเงิน 217.80 บาท (หักภาษี ณ ที่จ่าย 1%) และในเวลาที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ทำให้เราต้องซื้อไฟจากการไฟฟ้ารวม 400 หน่วย (เฉลี่ยหน่วยละ 5.40 บาท) คิดเป็นค่าไฟฟ้า 2,067.34 บาท เท่ากับว่าเดือนนั้นเราจะจ่ายค่าไฟอยู่ที่ 1,849.54 บาท ลดลงจากก่อนติดโซลาร์เซลล์ 1,929.88 บาท

ในขณะที่ระบบ “Net Metering” เป็นการคำนวณค่าไฟแบบหักลบหน่วยไฟฟ้าระหว่างหน่วยไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้ากับหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้เองจากโซลาร์เซลล์ ด้วยการเอาไฟฟ้าที่ใช้จำนวน 700 หน่วย ลบออกจากไฟฟ้าที่ผลิตได้เอง 400 หน่วย ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงจ่ายค่าไฟเพียงจำนวน 300 หน่วย ทำให้จ่ายค่าไฟเพียง 1,518.03 บาท ลดลงจากก่อนติดโซลาร์เซลล์ 2,261.39 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบ Net Billing สามารถลดค่าไฟได้มากกว่าประมาณ 300 บาท 

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อ Net Metering ทำให้คนที่ติดโซลาร์รูฟท็อปได้ลดค่าไฟมากกว่า แล้วทำไมประเทศไทยจึงไม่เลือกใช้ระบบนี้ ?

ดร.สิริภา จุลกาญจน์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ระบบ Net billing เป็นกลไกที่พัฒนาจาก Net Metering เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับค่าไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปที่ไหลเข้าสู่ระบบโครงข่ายให้สมดุลกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ โดยการกำหนดค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมควรพิจารณาจากผลกระทบของโซลาร์รูฟท็อปต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ เช่น หากไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปไม่ได้ช่วยลดต้นทุนของระบบไฟฟ้า เพราะผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังต้องใช้ไฟฟ้าจากระบบของการไฟฟ้าอยู่ ราคาที่รับซื้อไฟจากโซลาร์รูฟท็อปควรต่ำกว่าอัตราค่าไฟฟ้าขายปลีก

แต่หากไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปสามารถช่วยลดการลงทุนของระบบไฟฟ้าได้ ก็อาจตั้งราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปให้สูงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าขายปลีกได้

นอกจากนี้การให้บริการไฟฟ้าไม่ได้มีแต่ต้นทุนจากเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนจากโครงข่ายระบบไฟฟ้า อาทิ เสาไฟฟ้า สายไฟฟ้า หม้อแปลง มิเตอร์ ซึ่งการไฟฟ้ามักจะทยอยเก็บต้นทุนส่วนนี้จากผู้ใช้ไฟฟ้าผ่านทางหน่วยจำหน่ายไฟฟ้า ดังนั้นหากจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าหายไปเพราะหันไปใช้โซลาร์รูฟท็อป ต้นทุนการลงทุนดังกล่าวก็จะถูกเกลี่ยให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ยังคงเหลืออยู่ในระบบแบกรับไป หมายความว่าประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปซึ่งมีจำนวนมากกว่าก็จะจ่ายค่าไฟแพงขึ้น

“การใช้กลไกทั้งแบบ Net Metering และ Net Billing มักใช้ส่งเสริมการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองเป็นหลัก ไม่ได้เน้นให้ผลิตเพื่อการขายไฟฟ้า

ทั้งนี้ภาคนโยบายจึงต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้คนที่ซื้อไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าสามารถเลือกแหล่งผลิตไฟฟ้าได้เอง และเกิดความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการรวมถึงการไฟฟ้าด้วย” ดร.สิริภากล่าว

​ด้าน รศ.​ดร.สุรชัย​ ชัยทัศนีย์​ หัวหน้าสาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง​ คณะวิศวกรรมศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย​ เปิดเผยผลการศึกษาวิเคราะห์โครงการนำร่องการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเสรี​ของจุฬา​ลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ที่ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน​ พบว่า หากส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปด้วยระบบ​ Net​ Metering​ จะทำให้มีผู้สนใจลงทุนติดตั้งจำนวนมาก​ และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีฐานะการเงินที่ดี​ เพราะนอกจากจะลดภาระค่าไฟฟ้าของตัวเองลงได้มากแล้ว​ ยังมีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเทียบเท่ากับอัตราขายปลีก​ 

แต่ขณะเดียวกันก็จะเป็นการผลักภาระไปให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่อีก 23.31 ล้านราย ที่ไม่มีกำลังติดตั้ง​โซลาร์รูฟท็อปทำให้ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้น เนื่องจากการไฟฟ้าต้องรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบในราคาแพงกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่ผลิตได้ รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าเพื่อเป็นระบบไฟฟ้าสำรองให้กับพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้ โดยผลการศึกษาพบว่า ถ้าหากรัฐมีการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปจำนวน 1,000 เมกะวัตต์ จะทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5 สตางค์ต่อหน่วย และหากโซลาร์รูฟท็อปมีจำนวน 5,000 เมกะวัตต์ จะทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 17.6 สตางค์ต่อหน่วย

 “แนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย​จึงควรเริ่มจากการผลิตเพื่อใช้เองก่อน หากมีส่วนที่เหลือจึงขายคืนให้ระบบไฟฟ้า​ ในลักษณะเดียวกับ Net Billing ​โดยโครงการโซลาร์ภาคประชาชนในปัจจุบัน​ที่มีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่ 2.20 บาทต่อหน่วย และอาจต้องมีการทบทวนอัตรารับซื้อเป็นระยะ​ๆ ส่วนการส่งเสริมระบบ Net​ Metering ควรกำหนดปริมาณที่เหมาะสมเน้นเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นหรือเดือดร้อนเรื่องภาระค่าไฟฟ้าจริง ๆ​ ไม่เช่นนั้น​ ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป​จะกลายเป็นผู้ที่ต้องรับภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น​แทน” รศ.​ดร.สุรชัย​ แสดงความคิดเห็นปิดท้าย

ดังนั้น แม้ระบบ Net Billing อาจทำให้ผู้ที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ลดค่าไฟฟ้าน้อยกว่าระบบ Net Metering แต่การคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ต้องร่วมแบกรับภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ ทำให้นโยบายการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปของประเทศไทยต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่ให้กระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยรวมของคนไทยทั้งประเทศ