4 ปมร้อนเขย่า สอน.-
สำหรับ 4 เรื่องที่เสี่ยงจะขัดต่อกฎหมายตามที่บมจ.น้ำตาลครบุรียื่นจม.มา พอสรุปใจความว่า คือ 1.ช่วงเวลาที่ถูกนำมาใช้คำนวณราคาส่วนต่าง ตามระเบียบข้อ 5 กำหนดว่า ให้ สอน.ดำเนินการสำรวจหาราคาเฉลี่ยของน้ำตาลทรายภายในราชอาณาจักรที่ขายได้จริงในหนึ่งเดือนเป็นประจำทุกเดือน แต่การสำรวจราคาเฉลี่ยเดือน ม.ค. 61 เกิดขึ้นช่วงวันที่ 15-31 ม.ค. 61 หลังประกาศลอยตัวไม่ครบ1 เดือน จึงขัดต่อระเบียบ ย่อมมิอาจเป็นราคาเฉลี่ยที่ใช้เป็นตัวแปรในการคำนวณส่วนต่างที่บริษัทต้องชำระเงินเข้ากองทุนได้ หนังสือของกองทุนอ้อยฯย่อมเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ
2.ราคาเฉลี่ยของน้ำตาลทรายที่ขายได้ในราชอาณาจักรมิใช่ราคาที่ขายได้จริง เนื่องจาก สอน.มิได้เรียกร้องให้บริษัทหรือโรงงานอื่นใดนำส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับราคาขายที่แท้จริง ไม่ปรากฏหลักเกณฑ์วิธีการที่ชัดเจน เป็นราคาที่ สอน.สำรวจขึ้นเองจากการสุ่มสำรวจด้วยวิธีการที่ไม่ชัดเจน ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงมิใช่ราคาที่แต่ละโรงงานขายได้อย่างแท้จริง จึงเป็นราคาเฉลี่ยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หนังสือของ สอน.ที่ประกาศเดือน ม.ค. 61 เรียกให้บริษัทนำส่งราคาส่วนต่างเข้ากองทุนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3.ราคาส่วนต่างตามประกาศเดือน ม.ค. 61 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจจะขัดกับมาตรา 50 พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า 2560 ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดกระทำการในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด…ปรากฏชัดเจนว่า สอน.มิได้สำรวจราคาเฉลี่ยของน้ำตาลทราย แต่เป็นการสุ่มสำรวจ เป็นการเปิดช่องกำหนดราคาขายน้ำตาลอย่างไม่เป็นธรรม อาจจะเป็นความผิดอาญา มาตรา 27 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ
4.หลักเกณฑ์ว่าด้วยการเรียกเก็บราคาส่วนต่างตามระเบียบเป็นหลักเกณฑ์ที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับการเก็บเงินเข้ากองทุน 5 บาท จากน้ำตาลโควตา ก. ในอดีตที่ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งเข้าข่ายการอุดหนุนการส่งออก และขัดต่อพันธกรณีของ WTO ที่บราซิลฟ้องร้องไทยอยู่ หลักเกณฑ์การคำนวณราคาส่วนต่างจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
