เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Finance เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Political 101 การเมือง โคตรโหด
Politics Political 101 การเมือง โคตรโหด
ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
Biz Movement ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
World Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
Columns โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

บ.กลาง-ใหญ่จ่อเข้าตลาด-

16 มี.ค. 2561 | 07:00น.

โบรกเกอร์ประสานเสียงหุ้นไอพีโอปีนี้สดใสต่อเนื่อง ดันบริษัทไซซ์กลาง-ใหญ่ ลุยแผนระดมทุน ด้าน บล.กสิกรไทย เล็งนำ 4 บริษัทยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต.กลางปีนี้ เล็งเข้าเทรดช่วงกลางปีหลัง มั่นใจปีนี้ครองแชมป์สมัยที่ 3 ฟาก APM ขน 5-6 บริษัทเข้าทั้ง SET และ mai ทิสโก้ส่ง 3 บริษัทต่อแถว รอจังหวะตลาดหุ้นดีหนุน ส่งซิก มี.ค.ดัชนีตลาดหุ้นขึ้นกระดึบ ๆ เกาะติดสถานการณ์เลือกตั้ง

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ กรรมการผู้จัดการ สานงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไอพีโอในปีนี้จะยังคงความคึกคักอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทหลายแห่งยังต้องการระดมทุนอยู่จำนวนมาก โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่มีความต้องการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯกว่า 10-12 บริษัท ซึ่งภายในปีนี้น่าจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จำนวน 4 บริษัท ซึ่งเป็นประเภทธุรกิจรีเทล, โลจิสติกส์, ไฟแนนซ์ และวัสดุก่อสร้าง

“หุ้นไอพีโอยังมีเสน่ห์ เนื่องจากความต้องการนักลงทุนยังมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณตลาดไอพีโอคึกคักมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มักจะมีการยื่นไฟลิ่งจำนวนมากขึ้นในช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปี เพราะต้องรองบฯปีของบริษัทนั้น ๆ ออกมาก่อน ซึ่งในส่วนลูกค้าของบริษัทจะยื่นไฟลิ่งในช่วงเดือน พ.ย.-มิ.ย.นี้ ประมาณ 4 บริษัทเช่นกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะลุ้นเข้าเทรดได้ในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้” นายแมนพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับ 4 บริษัทที่จะยื่นไฟลิ่งในปีนี้ จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ (มูลค่าการระดมทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป) จำนวน 2 บริษัท และบริษัทขนาดกลาง (มูลค่าการระดมทุนประมาณ 3,000-8,000 ล้านบาท) จำนวน 2 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการระดมทุนรวมใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 15,882 ล้านบาท พร้อมคาดหวังว่าจะรักษาแชมป์บริษัทที่มีมูลค่าการระดมทุนของหุ้นไอพีโอ (ไม่นับรวมกองรีทและกองทุน IFF) มากที่สุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันนับจากปี 2559

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแม้ปัจจุบันบริษัทที่อยากเข้าตลาดหุ้นยังมีอยู่จำนวนมาก แต่หากเป็นบริษัทขนาดใหญ่เริ่มหาได้ค่อนข้างยากแล้ว ซึ่งแนวโน้มส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางมากขึ้น และคาดว่าเทรนด์การเปลี่ยนแปลงจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นภายในปี 2563 ซึ่งบริษัทที่จะเข้าระดมทุนอาจเปลี่ยนเป็นบริษัทขนาดกลางลงไปมากขึ้น

ขณะที่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา พบว่าอุตสาหกรรมเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นจำนวนมาก คือ กลุ่มท่องเที่ยว, ค้าปลีก และเฮลท์แคร์ (เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ) โดยระดับพีอีของกลุ่มท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งราว 36.5 เท่า รองลงมาคือกลุ่มค้าปลีก และเฮลท์แคร์ที่อยู่ระดับ 35.5 เท่า และ 34.6 เท่าตามลำดับ

“อย่างไรก็ตาม ปีนี้เรามองว่าใกล้เลือกตั้ง เศรษฐกิจในประเทศก็น่าจะสะพัดโดยเฉพาะการบริโภค เราจะกลับมาโฟกัสที่กลุ่มค้าปลีก, เฮลท์แคร์, กลุ่มบริการ และโลจิสติกส์ เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นเทรนด์ระยะสั้นในช่วง 1-2 ปี ส่วนปัจจัยที่มีผลกระทบต่อหุ้นไอพีโอของปีนี้ อันดับแรกคือ การเมืองภายในประเทศ รองลงมาคือนโยบายกีดกันการค้าของผู้นำสหรัฐ และทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะดึงเม็ดเงินต่างชาติไหลกลับได้ และอาจมีผลกระทบต่อจังหวะการเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทยได้” นายแมนพงศ์ กล่าว

นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทโปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM กล่าวว่า ตลาดไอพีโอในปีนี้มีทิศทางสดใสต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ ก็ได้มีการเตรียมตัวในการยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. และขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯกันอย่างต่อเนื่อง

โดยในส่วนของบริษัท คาดว่าจะมีลูกค้าบริษัทที่จะเข้าระดมทุนได้ประมาณ 5-6 บริษัท ซึ่งกระจายในหลายธุรกิจ อาทิ อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร, อาหาร, ไอที และค้าปลีก ซึ่งจะเป็นบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 3 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) 3 บริษัท

นายไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า มีแผนจะนำบริษัทลูกค้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายในปีนี้เช่นกันจำนวน 3 บริษัท ซึ่งจะเข้าในตลาดหุ้น SET ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าภาวะตลาดหุ้นที่อาจมีความผันผวนค่อนข้างมาก ก็อาจกระทบต่อการเข้าระดมทุนของหุ้นไอพีโอบ้าง ซึ่งแต่ละบริษัทก็ควรเลือกจับจังหวะการเข้าตลาดให้ดี

นายไพบูลย์กล่าวในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนว่า ขณะที่ผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเกินกว่า 55.6% มองว่าดัชนีราคาหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบขาขึ้น (sideway up) โดยมีโอกาสขึ้นราว 5-6% จากช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นปี และอีก 29.6% มองว่าตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวก ขณะที่ 14.8% มีมุมมองต่อตลาดในทิศทางลบ ขณะที่ประเมินว่าดัชนีภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้จะอยู่ที่เฉลี่ย 1,818 จุด ส่วนภาพรวมของดัชนีเคลื่อนไหวในช่วงระหว่างปี นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่า “จุดต่ำสุด” ของดัชนีเฉลี่ยอยู่ที่ 1,727 จุด ส่วน “จุดสูงสุด” อยู่ที่ 1,910 จุด ภายใต้คาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยเฉลี่ยหุ้นละ 111.53 บาท ขยายตัว 11.7% ส่วนค่าพีอีเฉลี่ยที่ระดับ 16.5 เท่า

นายกีรติ โกสีย์เจริญ ผู้แทนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะ 3 เดือนข้างหน้า (เดือน พ.ค. 2561) อยู่ที่ระดับ 143.09 ซึ่งลดลง 8.70% จากเดือนที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมืองถึงความชัดเจนของวันเลือกตั้ง และมองนโยบายทางการเงินของสหรัฐที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 3-4 ครั้งในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นมากที่สุด ในขณะที่ปัจจัยหนุนที่สำคัญจากความเชื่อมั่นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตดี

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้