เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
Uncategorized Super LBA รุ่น 3 DPU ชู ‘กฎหมายเชิงรุก’ ปิดรอยรั่วธุรกิจ รับมือ M&A–คดีความ–ภัยไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
ไฮไลท์ประชาชาติ ด่วน ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ โดนด้วย
DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
Biz Movement DMT ส่งต่อสมุดรีไซเคิลให้โรงเรียนน้ำท่วม ฟื้นฟูการเรียน
กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
Economic กกพ.รื้อค่าไฟแพง ทุบราคารับซื้อโซลาร์เหลือ 2.1 บาท จาก 11 บาท/หน่วย
‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
Politics ‘ศุภจี’​ พร้อมแจง​ ‘ฝ่ายค้าน’ ศึกซักฟอก ชี้เป็นโอกาสอธิบายประชาชน
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดแคมเปญ “Too Hard To Handle” ส่ง GON & Friend Hippers เคียงข้างวันหนัก ๆ
ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
Politics ศุภจี หวัง ‘อนุทิน-ทรัมป์’ ปิดดีลภาษี พ.ย. เผย UAE จ่อลงนาม FTA ต้นปี 70
หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
Economic หาดใหญ่ ผวาน้ำท่วมซ้ำปี’68 ผู้ว่าฯ งัดแผนเชิงรุกรับมือมรสุม
ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ไขความต่าง “เงินช่วยเหลือ ครม.” vs “เงินเยียวยา กทม.” เช็กสิทธิ์-อัตราจ่ายเงินน้ำท่วม 2569
ดูทั้งหมด

เตือนภัย “เศรษฐกิจจีน” กำลังเดินตามรอยญี่ปุ่น

28 มิ.ย. 2566 | 06:00น.
เตือนภัยเศรษฐกิจจีน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ในญี่ปุ่นเมื่อปี 1989 ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกดังโพละ ไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในเวลานั้นร่วงวูบลงเหวเท่านั้น ยังทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเดินเข้าสู่กับดักของวงจรอุบาทว์ของภาวะเงินฝืด (deflation downward spiral) ที่ส่งผลให้เกิดภาวะตกต่ำซบเซา (stagnation) ยาวนานติดต่อกัน

กลายเป็นที่มาของวลี “2 ทศวรรษที่หายไป” ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่กลายเป็นกรณีศึกษาทางเศรษฐศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามที่รัฐบาลปักกิ่งกำลังนำพาเศรษฐกิจของจีนทั้งประเทศ เดินซ้ำรอยญี่ปุ่นเมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และอาจหลุดเข้าสู่กับดักภาวะเงินฝืด ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจซบเซา แบบเดียวกันอีกประเทศ

สถานการณ์เศรษฐกิจจีนในเวลานี้ไม่สู้ดีนัก ดัชนีชี้สภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ไม่เพียงสร้างความผิดหวังให้เกิดขึ้นเท่านั้น ยังส่งผลให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่พากันฟันธงว่า ไตรมาสที่สองของปีนี้ เศรษฐกิจจีนอาจไม่ขยายตัวเอาเลยก็เป็นได้

มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้การฟื้นตัวของจีนไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ตั้งแต่ปมขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกาที่นำไปสู่การ “ควบคุมการส่งออก” โดยเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศหดหาย เรื่อยไปจนถึงปัญหาการจัดการ “กวาดล้าง” บรรดาบริษัทระดับยักษ์เทคโนโลยีทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ และปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์

นอกจากปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีพลวัตการเมืองโลกเข้ามามีส่วนด้วยอย่างมีนัยสำคัญแล้ว นักวิเคราะห์ชี้ว่าส่วนที่เหลือทั้งหมด เป็นปัญหาที่ทางการจีนก่อขึ้นด้วยตัวเองทั้งสิ้น

ตัวอย่างเช่น การออกกฎเกณฑ์ใหม่ทางด้านการศึกษาเมื่อปี 2021 ส่งผลถึงกับ “ถอนรากถอนโคน” ธุรกิจการศึกษาเอกชนไปโดยสิ้นเชิง เกิดการลอยแพพนักงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าเพียงหนึ่งบริษัทก็ทำให้มีคนตกงานมากถึง 60,000 คนเลยทีเดียว

หรือในกรณีของการกวาดล้าง “วิดีโอเกม” ในเวลาต่อมา ซึ่งนำไปสู่การปิดตัวของบริษัทที่ทำธุรกิจเกมออนไลน์และออฟไลน์มากถึง 14,000 บริษัท และการจัดการกับ “แจ็ก หม่า” กับ อาลีบาบา เป็นต้น

แต่ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย หากเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาคอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์เป็นตัวขับเคลื่อน ผลักดันเศรษฐกิจจีนมาตลอดในช่วง 2 ทศวรรษหลังมานี้ เป็นภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการลงทุนมากถึงราว ๆ 7% ของการลงทุนทั้งหมดของชาวจีน

ภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนในเวลานี้ยังทรงตัวอยู่ในภาวะอ่อนเปลี้ย หลังจากฟองสบู่แตก เปิดเผยให้เห็นหนี้สินมหาศาล ภายในกิจการขนาดใหญ่ทั้งหลาย กิจกรรมของภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงอย่างรุนแรงเมื่อรัฐบาลพยายามเข้าไปควบคุม จัดการภับภาระหนี้สินของบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น ที่ส่งผลให้การลงทุนลดวูบในขณะที่ยอดขายก็หดหาย

ในช่วงตั้งแต่มกราคมจนถึงพฤษภาคมปีนี้ การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์จีนหายไปมากถึง 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่งสัญญาณให้เห็นชัดว่า ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่แตกดังโพละก่อนหน้านี้ กำลังกลายเป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับเศรษฐกิจจีน

ปัญหานี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมในหลายด้าน ทั้งที่เป็นผลกระทบโดยตรง คือฉุดดึงเอาภาคการก่อสร้าง และธุรกิจกับบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ให้ทรุดตามลงไปด้วย และผลกระทบในทางอ้อม อย่างเช่นกระทบต่อจิตวิทยาการบริโภคของประชาชนที่เป็นเจ้าของอสังหาฯ รวมไปถึงกระทบต่อการลงทุนทางด้านธุรกิจ ที่นิยมใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ในจีน เป็นต้น

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก็คือ ทุกครั้งที่ฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวต่อเนื่องนาน ๆ แตกออก ผลลัพธ์มักลงเอยไม่สู้ดีนัก ฟองสบู่อสังหาฯในสหรัฐอเมริกาถึงกับก่อให้เกิดวิกฤตการเงินระดับโลกขึ้นตามมา แต่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า กรณีของจีนไม่น่าจะลงเอยแบบเดียวกันนั้น

ในทางตรงกันข้าม จีนในเวลานี้ เทียบได้กับญี่ปุ่นเมื่อทศวรรษ 1980 ได้ใกล้เคียงที่สุด และสิ่งที่เกิดกับญี่ปุ่นในเวลานั้น กำลังจะเกิดขึ้นซ้ำรอยที่จีนในขณะนี้

ทางการญี่ปุ่นในเวลานั้นตอบสนองต่อปัญหาช้าเกินไป แบงก์ชาติใช้เวลานานถึง 10 ปีกว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยเป็น 0% และมาตรการกระตุ้นที่นำมาใช้ก็ผิดจุด เพราะไปกระตุ้นการลงทุน แทนที่จะกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศโดยตรง

ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือ เศรษฐกิจที่ตกต่ำซบเซานานถึง 2 ทศวรรษ

จีนดูเหมือนกำลังเดินซ้ำรอยญี่ปุ่นอย่างชัดเจน ตัดสินใจกระตุ้นการลงทุน แทนการกระตุ้นการบริโภคโดยตรง แบงก์ชาติจีนลดดอกเบี้ยลงก็จริง แต่ยังน้อยเกินไป ผลก็คือ การใช้จ่ายของครัวเรือนจีนยังคงต่ำ อยู่ที่ระดับ 38% ของจีดีพียังต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 55% ของจีดีพีของทั่วโลก

ทั้งยังไม่ขยับเพิ่มขึ้นเลยตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมา