เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
Business ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics ทีมพัฒนาประกันสังคม เขย่าบอร์ด “ดร.ทองอยู่” กาง 4 พิมพ์เขียว บริหารกองทุน 2.5 ล้านล้าน
ดูทั้งหมด

“เศรษฐกิจจีน”…พระเอก ที่ชีวิตอาจ (ไม่) โรยด้วยกลีบกุหลาบ

21 มิ.ย. 2566 | 12:06น.
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK วิเคราะห์เศรษฐกิจจีน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK วิเคราะห์เศรษฐกิจจีน

คอลัมน์ : New Normal กับ ดร.รักษ์
ผู้เขียน : ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK

หากพูดถึงประเทศความหวังที่จะเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกปี 2566 ผมเชื่อว่าหนึ่งในประเทศที่ผู้อ่านหลายท่านนึกถึงคงหนีไม่พ้นจีน เพราะหลังจากที่จีนเปิดประเทศเร็วกว่าที่คาดตั้งแต่ต้นปี เราก็มักได้ยินข่าวว่าหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญต่างปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ IMF ที่คาดว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะโตได้ถึง 5.2% และจะมีส่วนผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หากจะเปรียบเศรษฐกิจจีนเป็นตัวละครในหนังหรือซีรีส์สักเรื่องนึง หนุ่มตี๋หล่อชาวจีนคนนี้คงจะรับบทอื่นเป็นไม่ได้นอกจาก “พระเอก” ที่น่าจะสร้างกระแสฟีเวอร์ สร้างความหวังและรอยยิ้มให้กับผู้ชมทั่วโลกได้ไม่น้อย อย่างล่าสุด GDP ไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ออกมา 4.5% สูงสุดในรอบ 1 ปี ก็ดูจะทำให้หลายประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจจีนในสัดส่วนสูงคงอมยิ้มไปตาม ๆ กัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดดูเหมือนชีวิตของพระเอกคนนี้อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เพราะเขากำลังต้องเผชิญกับบททดสอบชีวิตครั้งสำคัญในหลายมิติ ดังนี้

– การงานเริ่มสะดุด สะท้อนได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน (official PMI) ในเดือน พฤษภาคม 2566 ที่ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 48.8 (<50 สะท้อนการหดตัว) สวนทางกับ PMI ภาคบริการที่เกิน 50 มาแล้ว 5 เดือนติดต่อกัน สะท้อนถึงเศรษฐกิจจีนที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่ฟื้นตัวได้ช้า กดดันให้กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีน (มกราคม-เมษายน 2566) หดตัวถึง 20.6%

ขณะที่การจ้างงานที่แม้ล่าสุดอัตราการว่างงานโดยรวมของจีนเดือนเมษายน 2566 จะลดลงต่ำสุดในรอบ 16 เดือนที่ 5.2% แต่อัตราการว่างงานของแรงงานอายุ 16-24 ปี กลับเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 20.4% ซึ่งการบริโภคของคนกลุ่มนี้มีสัดส่วนถึง 20% ของการบริโภครวม ปัจจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่กดดันให้เงินเฟ้อจีนเดือนเมษายน ลดลงต่ำสุดในรอบ 26 เดือน ที่ 0.1% จนทำให้เริ่มมีการพูดถึงว่าจีนอาจกลายเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด (deflation)

– การเงินเริ่มไม่คล่องมือ ส่วนหนึ่งมาจากราคาสินทรัพย์ที่สะท้อนความมั่งคั่งของชาวจีนเผชิญกับโมเมนตัมเชิงลบ ทั้งราคาบ้านใหม่ที่ยังหดตัว 12 เดือนติดต่อกัน และดัชนีตลาดหุ้นจีนที่เคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นหลุมหลบภัยจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง ก็ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน นอกจากนี้ เงินหยวนที่อ่อนค่าทะลุ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 5 เดือน

ไม่เพียงกระทบการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศของจีนเท่านั้น แต่ยังกระทบการส่งออกของหลายประเทศที่พึ่งพาจีนในสัดส่วนสูง สะท้อนจากการนำเข้าของจีนในช่วง 4 เดือนแรกปี’66 หดตัวถึง 7.3% ทั้งนี้ แม้การส่งออกไทยไปจีนในช่วงเวลาเดียวกันจะขยายตัวได้อ่อน ๆ ที่ 0.7% แต่ผมสังเกตว่ายังไม่ได้เป็นการฟื้นตัวแบบทั่วถึง เพราะหากหักการส่งออกผลไม้ที่ขยายตัวสูงถึง 127% ออกไปพบว่าการส่งออกไทยไปจีนยังหดตัวสูงถึงราว 12% สะท้อนโมเมนตัมการส่งออกไทยไปจีนโดยรวมที่ยังไม่สดใสนัก

– อู้ฟู่น้อยลง introvert มากขึ้น สังเกตได้จากพฤติกรรมการท่องเที่ยวของพระเอกคนนี้เริ่มเปลี่ยนจากการชอบไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยครั้งในช่วงก่อน COVID-19 (นักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนมากที่สุดในโลกถึง 160 ล้านคนในปี 2562) มาเป็นการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เห็นได้จากวันหยุดในช่วงวันแรงงานในเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา พบว่าการท่องเที่ยวในประเทศของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าระดับก่อน COVID-19 ถึง 19% แต่การท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนกลับฟื้นตัวได้เพียงแค่ 40% จากระดับก่อน COVID-19 เท่านั้น

สอดคล้องกับผลสำรวจของ Dragon Trail International บริษัทวิจัยด้านการท่องเที่ยวของจีนพบว่า 31% ของชาวจีนจะไม่ไปเที่ยวต่างประเทศ และอีก 40% ยังไม่มีแผนไปเที่ยวต่างประเทศในปี 2566 ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นโจทย์ท้าทายของหลายประเทศที่หวังพึ่งพระเอกคนนี้ รวมถึงประเทศไทยด้วย

สุดท้ายนี้ ผมก็อยากฝากถึงผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจส่งออกและท่องเที่ยวที่มี exposure กับจีนค่อนข้างสูง ให้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมแผนกลยุทธ์เชิงรุกในการหาโอกาส และป้องกันความเสี่ยงไปพร้อม ๆ กัน ผมก็หวังว่าอุปสรรคข้างต้นจะเป็นเพียงบททดสอบช่วงสั้น ๆ ที่พระเอกคนนี้จะฝ่าฟันไปได้ และสามารถกลับมาเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปีนี้ได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังนะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจจีน เศรษฐกิจโลก