ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
ทราย สมุทร
ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ กรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง ‘ทราย สมุทร’ กับ ครอบครัว (พี่ชายและแม่) ในประเด็นเรื่องความรุนแรงทางเพศ และการฟ้องร้องเรียกคืนทรัพย์สิน กลายเป็นมหากาพย์ที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก
จากความเจ็บปวดในวัยเด็ก สู่ “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่นำไปสู่การต่อสู้ในชั้นศาล จนตระกูลใหญ่ต้องลงมาจัดการตั้งสภาครอบครัว ล่าสุด รอยร้าวครั้งนี้กำลังจะมีจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อแม่ตัดสินใจ ‘ถอนฟ้อง’ เพื่อเปิดประตูสู่การเจรจาเยียวยาในฐานะแม่ลูกอีกครั้ง
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปไทม์ไลน์สำคัญทางคดีและกระบวนการศาล เกิดอะไรขึ้นบ้าง ?
ย้อนไทม์ไลน์ทางคดี ‘ทราย สมุทร-แม่’
5 กุมภาพันธ์ 2569 : นางจีรานุช (มารดา) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทรายในคดี “เพิกถอนการให้” เพื่อเรียกคืนสมบัติที่ดิน
12 พฤษภาคม 2569 : “พาย” พี่ชาย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ และระบุว่าสาเหตุที่แม่ต้องฟ้องร้องเรียกบ้านคืน เป็นเพราะมีการทำลายทรัพย์สินและนำบุคคลภายนอกเข้ามาบุกรุก
13 พฤษภาคม 2569 : ทรายโพสต์คลิปเสียงสนทนาความยาวประมาณ 4 นาที ระหว่างตนเองกับผู้ชายที่ถูกเรียกว่า “พาย” โดยในคลิปเสียงนั้น ฝ่ายชายได้กล่าวขอโทษและอ้างว่าตอนนั้นอายุเพียง 14-16 ปี จึงไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรลงไป
18 พฤษภาคม 2569 : ทรายไปออกรายการโหนกระแส และเปิดเผยว่าการที่แม่ฟ้องร้องเพื่อเอาทรัพย์สินคืนนั้นคือ “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้เขาตัดสินใจออกมาพูดเรื่องราวความเจ็บปวดทั้งหมด
19 พฤษภาคม 2569 : เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี ออกแถลงการณ์ในนามกลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ยืนยันว่า “พาย” ได้พ้นจากทุกตำแหน่งของบริษัทแล้ว และย้ำจุดยืนต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
9 มิถุนายน 2569 : ทรายไปทานข้าวกับ เต้ ภูริต (โดยมี หนุ่ม กรรชัย ร่วมด้วย) เพื่อพูดคุยหาทางออก แต่ต่อมาทรายกลับได้รับข้อความจากผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ในลักษณะ สั่งไม่ให้โพสต์เรื่องนี้ลงโซเชียลอีก ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและมองว่าขาดความจริงใจ
10 มิถุนายน 2569 : ศาลแพ่งพระโขนงนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 1 แต่ไม่สำเร็จ โดยฝ่ายทรายเตรียมทีมทนายความไว้รองรับถึง 20 คน
16 มิถุนายน 2569 : ศาลนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 แต่ก็ยังไม่สำเร็จเนื่องจากมีประเด็นที่เห็นไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม ศาลได้แนะนำให้ทั้งสองฝ่ายลองหันหน้าพูดคุยกันอีกครั้งด้วยสายใยความเป็นแม่ลูก
1 กรกฎาคม 2569 : ตระกูลภิรมย์ภักดีออกแถลงการณ์ประกาศ ตั้ง “สภาครอบครัว” ร่วมกับที่ปรึกษาอิสระเพื่อกำกับดูแลเรื่องนี้ให้เป็นธรรม พร้อมระบุว่า พาย ลาออกจากทุกตำแหน่งผู้บริหารและบทบาทในกิจการทั้งหมดของตระกูลโดยมีผลทันที จนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น
3 กรกฎาคม 2569 : นางจีรานุช (มารดา) ตัดสินใจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อ “ขอถอนฟ้อง” คดีเพิกถอนการให้ โดยให้เหตุผลว่าเธอน้อมรับคำแนะนำของศาล และต้องการเปิดประตูเพื่อพูดคุยเจรจาหาทางออกกันในฐานะแม่ลูก
เปิดคำแถลง ‘จีรานุช’ ถอนฟ้อง ‘ทราย สมุทร’
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดาของ นายสิรณัฐ สก๊อต ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง เพื่อขอถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ที่ยื่นฟ้องบุตรชาย
ทั้งนี้ ได้มีการออกคำแถลงจากนางจีรานุช เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า “ตามที่สื่อมวลชนและสังคม ได้ให้ความสนใจกรณีข้าพเจ้าและลูกชาย (คุณสิรณัฐ สก็อต หรือทราย) ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงด้วยความเคารพ ดังนี้
ด้วยความเป็นแม่ ข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บปวดใจที่ต้องใช้กระบวนการของศาลเป็นที่พึ่ง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่แม่คนหนึ่งอยากให้เกิดขึ้นเลย หากแต่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่แม่ต้องตัดสินใจด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง โดยหวังเพียงให้เรื่องราวได้มีข้อยุติ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าและครอบครัวได้เพียรพยายามที่จะพูดคุยและหาทางออกให้กับเรื่องต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ จนมาถึงจุดที่ต้องพึ่งกระบวนการของศาล
ในการนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ศาลท่านได้กรุณาแนะนำให้ข้าพเจ้าและทรายลองหันหน้าพูดคุยกันอีกครั้ง ด้วยเห็นว่าสายใยความเป็นแม่ลูกและความเป็นครอบครัวย่อมเป็นหนทางที่งดงามกว่าในการคลี่คลายเรื่องต่าง ๆ ซึ่งคำแนะนำของศาลนั้นตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าน้อมรับคำชี้แนะของศาลมาพิจารณาด้วยความเคารพ และตัดสินใจถอนฟ้องคดีนี้ เพราะข้าพเจ้ายังมีความหวังว่าด้วยความเป็นแม่ลูกจะสามารถพูดคุยกันและหาทางออกให้กับเรื่องต่างๆ ได้ การถอนฟ้องในวันนี้คือการที่แม่คนนี้เปิดประตูเพื่อจะพูดคุยกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งแม่พร้อมจะพูดคุยตราบเท่าที่เราคุยกันด้วยความรักและปรารถนาดีต่อกันอย่างแท้จริง
ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าพเจ้าไม่เคยนิ่งนอนใจกับเรื่องนี้แม้แต่วันเดียว และเป็นความทุกข์อยู่ในใจเสมอมา ข้าพเจ้ารับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่ได้แสดงความปรารถนาดี แต่ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ต่อสาธารณะ เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกิดขึ้นในครอบครัวเล็กๆ ของข้าพเจ้า
อีกทั้งข้าพเจ้าพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเพิ่มความบอบช้ำ และความทุกข์ใจในเรื่องนี้ให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าในฐานะแม่หวังจะประคับประคองเรื่องราวภายในบ้านด้วยตัวเอง และหวังว่าเราจะหาข้อยุติกันเองได้ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบไปถึงสมาชิกท่านอื่นในตระกูลภิรมย์ภักดี ตลอดจนกลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวของข้าพเจ้าแต่อย่างใด
สำหรับเรื่องระหว่างทรายกับพายนั้น ข้าพเจ้ารักลูกทั้งสองคนอย่างสุดหัวใจเสมอมา ความจริงข้อนี้ไม่เคยเปลี่ยน และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร หรือผู้ใดจะกล่าวสิ่งใดในสถานการณ์ต่าง ๆ
ดังนั้น หากการพิสูจน์ความจริงผ่านกระบวนการยุติธรรมเป็นหนทางที่ลูกของข้าพเจ้าเลือกเดิน ข้าพเจ้าพร้อมที่จะเคารพและน้อมรับในหนทางนั้น ด้วยความหวังเพียงให้ความจริงปรากฏ และให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นแก่ลูกทั้งสองคนของข้าพเจ้า
ท้ายสุดนี้ ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนด้วยความเคารพ ได้โปรดมอบความเห็นใจแก่ทุกฝ่าย และมอบพื้นที่ให้ครอบครัวเล็กๆ ของเรา ได้มีโอกาสพูดคุย ประคับประคอง และเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ศาลมีกำหนดนัดหมายเพื่อพิจารณาคำสั่งเกี่ยวกับการถอนฟ้อง และให้คู่ความมาแถลงข้อสรุปต่อศาล ในช่วงวันที่ 8-9 กรกฎาคม 2569