เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
HR ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ต.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 80,796 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
ดูทั้งหมด

รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล

03 ก.ค. 2569 | 18:01น.
คอลัมน์ : เล่าให้รู้กับ ก.ล.ต.
ผู้เขียน : อาชินี ปัทมะสุคนธ์ สำนักงาน ก.ล.ต

ในบทความก่อนได้ชวนให้ผู้อ่านรู้จัก “โมเดล 3Cs: กลไกขจัดภัยหลอกลงทุนยุคดิจิทัล” ของ ก.ล.ต. ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะหลายชั้นสำหรับผู้ลงทุน แต่เมื่อโลกออนไลน์หมุนเร็วขึ้นทุกวันกลโกงก็ยิ่งพัฒนาเร็วขึ้น

ทุกวันเช่นกัน ภารกิจคุ้มครองผู้ลงทุนจึงไม่ใช่แค่การเตือน หากต้องไปถึงการสกัดก่อนความเสียหายจะเกิด

สัญญาณที่น่าสนใจคือ ผู้ลงทุนไทยทุกวันนี้เริ่ม “หยุดก่อนเชื่อ ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุน” มากขึ้น จากข้อมูลของ ก.ล.ต.ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 – พฤษภาคม 2569 ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนผ่านสายด่วนแจ้งหลอกลงทุน 1207 กด 22 รวม 22,320 ครั้ง ในจำนวนนี้ ก.ล.ต. ให้คำปรึกษาแก่ประชาชน 14,472 ครั้ง และประสานงานเพื่อปิดกั้นช่องทางหลอกลงทุน 7,848 ครั้ง 

ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มียอดติดต่อขอคำปรึกษาและแจ้งเบาะแส 4,307 ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการหลอกลงทุนที่มีจำนวน 3,939 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 208% ตัวเลขนี้นอกจากจะสะท้อนถึงปัญหาที่ยังหนัก แต่ยังสะท้อนถึงคนจำนวนไม่น้อยเริ่มเปลี่ยนจาก “เชื่อก่อน” มาเป็น “เช็กก่อน” ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชี้ว่า ประชาชนเริ่มตระหนักภัยหลอกลงทุนมากขึ้น

ขณะที่มิจฉาชีพยังคงใช้วิธีหลอกลวงลงทุนที่หลายรูปแบบและเพิ่มความซับซ้อน โดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงเหยื่อ ทั้งการสร้างเว็บไซต์ปลอมหรือโฆษณาชวนเชื่อที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง หลายกรณีเริ่มต้นจากการสร้างตัวตนปลอมทำให้นึกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน บุคคลมีชื่อเสียง หน่วยงานภาครัฐ หรือสร้างกลุ่มสนทนาชักชวน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจทีละขั้น จนนำไปสู่การตัดสินใจโอนเงินลงทุนในที่สุด 

นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ AI ยังเป็นเครื่องมือที่มิจฉาชีพนำมาใช้ทั้งในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้น ภาพตัดต่อ หรือคลิปเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอม นอกเหนือไปจากการชักจูงด้วย “ผลตอบแทนสูง” และการกดดันให้รีบตัดสินใจโอนเงินลงทุน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของการคุ้มครองผู้ลงทุนในยุคดิจิทัล

โจทย์ของการคุ้มครองผู้ลงทุนจึงไม่ใช่แค่บอกว่าอย่าหลงเชื่อ แต่ต้องช่วยให้ประชาชนแยกให้ออกว่า อะไรคือข้อมูลจริง และอะไรคือ “ฉาก” ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เชื่อ  

หัวใจหลักของแนวทางนี้ คือ การสร้างระบบป้องกันหลายชั้นที่ประชาชนเข้าถึงง่ายและใช้ได้จริง 

ทั้ง SEC Investor Alert สำหรับแจ้งเตือนรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. และ SEC Check First: สำหรับการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต เพราะในยุคที่สิ่งหลอกลวงถูกทำให้ดูน่าเชื่อถือ การ “เช็กก่อนโอน” อาจเป็นเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างโอกาสกับความเสียหาย

ควบคู่กับการทำงานของ ก.ล.ต.ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นระบบมากขึ้นกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่การประสานกับผู้เสียหายไปยังศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) สายด่วน 1441 เพื่อแจ้งความและอายัดบัญชี การเข้าร่วมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์นานาชาติ (War Room) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย รวมถึงการเชื่อม SEC Check First เข้ากับระบบ Cyber Check ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่ายขึ้นในจุดที่ใช้งานจริง

ในฝั่งแพลตฟอร์มออนไลน์ ก.ล.ต.ยังร่วมทำงานเชิงรุกกับผู้ให้บริการรายสำคัญอย่าง Facebook, Instagram, LINE และ TikTok เพื่อเร่งปิดกั้นเนื้อหาหลอกลงทุน และผลักดันการสื่อสารเชิงป้องกันให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น เพราะเมื่อช่องทางหลอกลวงอยู่บนแพลตฟอร์มการป้องกันก็ต้องไปอยู่บนแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน 

อีกพัฒนาการที่น่าจับตา คือ ความร่วมมือระหว่าง Meta และ ก.ล.ต. ในการขับเคลื่อนแคมเปญเตือนภัยหลอกลงทุนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการคัดกรองบัญชีก่อนลงโฆษณาด้านลงทุน ขณะที่ LINE ก็ร่วมเผยแพร่เนื้อหาเสริมภูมิคุ้มกันผู้ลงทุนผ่าน LINE TODAY ความร่วมมือเช่นนี้สะท้อนว่า การป้องกันภัยยุคดิจิทัลไม่อาจเป็นหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลเพียงฝ่ายเดียว

ด้วยภัยหลอกลงทุนไม่ได้หยุดแค่ในประเทศ ก.ล.ต.จึงขยายการทำงานสู่ระดับสากลผ่านกรอบความร่วมมือของ IOSCO และการใช้ระบบ International Securities & Commodities Alerts Network (I-SCAN) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเตือนภัยเกี่ยวกับพฤติกรรมต้องสงสัยและผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงรูปแบบการหลอกลวงที่เกิดขึ้นข้ามพรมแดน ยิ่งข้อมูลไหลเร็วโอกาสในการสกัดภัยก็ยิ่งมีมากขึ้น

การคุ้มครองผู้ลงทุนในยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่การปิดกั้นภัยหลอกลวง แต่คือการให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกัน “ไม่ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย” ตั้งแต่แรก เพราะในวันที่ข้อมูลจริงและข้อมูลปลอมอยู่บนหน้าจอเดียวกัน การรู้เท่าทันจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะจำเป็นของผู้ลงทุนทุกคน