ทราเวลเทค เกาหลีทุ่มทุนสู่ Deep Tech
TravelTech หรือเทคโนโลยีการท่องเที่ยวที่เข้ามาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งในฝั่งของผู้ประกอบการ และช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบายและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น เช่น แพลตฟอร์มการจองที่พัก อย่าง Agoda, Airbnb ฯลฯ
ปัจจุบันมี TravelTech ที่เป็นกลุ่มสตาร์ตอัพเกิดขึ้นใหม่มากมาย ขณะที่ผู้ประกอบการก็หันมาให้ความสำคัญกับ “เทคโนโลยี” ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนและเพิ่มรายได้
“คิม ควัน-มี” กรรมการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ให้ข้อมูลว่า วันนี้ TravelTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวไปสู่การนำ AI, AIoT และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) มาใช้ยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่จองโรงแรม ระบบการเดินทาง การบริหารรายได้ ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่
พร้อมระบุด้วยว่า แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของเกาหลีใต้ที่เร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลมีแผนเพิ่มงบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็น 35.3 ล้านล้านวอน (7.6 แสนล้านบาท) ในปี 2569 ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ ระบบขนส่งแห่งอนาคต และเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
โดย Korea Tourism Startup Center หรือ KTSC ได้พัฒนาจากการสนับสนุนสตาร์ตอัพเข้าสู่ตลาดต่างประเทศไปสู่การผลักดันความร่วมมือเชิงธุรกิจและการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง โดยในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการจับคู่ธุรกิจได้ 119 ครั้ง สนับสนุนการทำสัญญาทางธุรกิจ 7 โครงการ และช่วยผลักดันให้สตาร์ตอัพเกาหลีใต้ 2 รายจัดตั้งบริษัทในประเทศไทย และการผลักดันการใช้งานเชิงพาณิชย์และความร่วมมือระยะยาวในปี 2569
“โจ มิน-ฮี” ซีอีโอ Alicorn สตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยวบอกว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การใช้ AI แทนคน แต่เป็นการให้ AI เข้ามาช่วยดูแลงานที่ต้องทำซ้ำและสนับสนุนการดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลจากการใช้งานจริงสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้สูงสุด 96% เพิ่มกำไรจากการดำเนินงาน 30% และยังรักษาความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 98%
เช่นเดียวกับ “ซอง บยอง-กวอน” ซีอีโอ DOWHAT ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มโรงแรมอัจฉริยะ จากเกาหลีใต้ มองว่า ปัญหาสำคัญของโรงแรมจำนวนมากคือการใช้หลายระบบที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้เกิดข้อมูลกระจัดกระจายและงานซ้ำซ้อน โดยปัจจุบันบริษัทขยายการให้บริการจากโรงแรมเพียง 3 แห่งในปี 2564 เป็น 106 โรงแรม ครอบคลุมกว่า 37,000 ห้องพัก และกำลังต่อยอดข้อมูลทั้งหมดสู่แพลตฟอร์ม AI “Aurora” เพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการโรงแรม
“ยู ซัง” Regional Director ของ Oh My Hotel & Co. ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยว กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอัตราการเข้าพักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารรายได้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
บริษัทจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อช่องทางการขายกว่า 80 ช่องทางทั่วโลก พร้อมช่วยให้โรงแรมเข้าถึงนักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญอย่างจีน เกาหลี และญี่ปุ่น รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ต่อยอดขายมากกว่า 20%
ขณะที่ “พัค ชู-จิน” ซีอีโอ Star Pickers สตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยวและการเดินทาง กล่าวว่า ธุรกิจเช่ายานพาหนะ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทจึงพัฒนาเทคโนโลยี AIoT สำหรับติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนอุบัติเหตุ ป้องกันการโจรกรรม และต่อยอดสู่แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหา เปรียบเทียบราคา จอง และชำระเงินบริการเช่ายานพาหนะได้ในระบบเดียว
ส่วน “จอง ชาง-ยุน” ซีอีโอ DIVE IN Group บริษัททราเวลเทคด้านการท่องเที่ยวและ Hospitality บอกว่า ปัจจุบันพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนจากการมองหาที่พัก ไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น โรงแรมจึงมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการนำศิลปะ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา มาพัฒนาห้องพักและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความแตกต่าง แต่ยังสร้าง “แหล่งรายได้” ใหม่ ๆ ด้วย
การพัฒนาดังกล่าวนี้ล้วนเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งสิ้น