ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น 3% หลังสต๊อกน้ำมันของสหรัฐปรับลดลงมากกว่าคาด
วันที่ 29 มิถุนายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น 3% หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 มิ.ย. 66 ปรับตัวลดลง 9.6 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 453.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่ นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ว่าจะปรับลดลงเพียง 1.8 ล้านบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสเมื่อ 28 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 69.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.86 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 74.03 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.77 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันอาจได้รับแรงกดดัน หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) กล่าวว่าที่ประชุมยังไม่มีมติที่จะหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงนางคริสตีน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่าธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. 66 นี้
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดน้ำมันจะตึงตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี’66 โดยเป็นผลมาจากการลดอุปทานอย่างต่อเนื่องของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร (OPEC+) โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย ที่อาสาลดการผลิตรน้ำมันดิบในเดือน ก.ค. 66 นี้
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปสงค์น้ำมันเบนซินของญี่ปุ่นสูงขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงกดดันจาก การส่งออกของเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นน้ำมันกลับมาดำเนินการผลิต หลังปิดซ่อมบำรุงเมื่อเดือน พ.ค. 66 ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานน้ำมันของเกาหลีใต้และจีนที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงกดดันจาก อุปสงค์น้ำมันดีเซลของอินโดนิเซียที่ปรับลดลง 4.9% เทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังจากทยอยใช้ข้อบังคับ B35 ที่ต้องผสมกับไบโอดีเซล 35%
