Skip to content

TOA กวาดรายได้ 1.1 หมื่นล้าน โตขึ้น 10% กำไรทุบสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง

16 ส.ค. 2566 | 13:36น.
TOA กวาดรายได้ 1.1 หมื่นล้าน โตขึ้น 10% กำไรทุบสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง

TOA ผู้นำตลาดสี-วัสดุก่อสร้างครบวงจร ไตรมาส 2 กวาดรายได้รวม 5,508 ล้านบาท โต 5% ทุบสถิติสร้างกำไรนิวไฮตั้งแต่ก่อตั้ง แตะ 741 ล้านบาท เติบโต 103% พร้อมดันรายได้รวมครึ่งปีแรกสูงกว่า 11,212 ล้านบาท เติบโต 10% ตามการฟื้นตัวท่องเที่ยว-ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง ครึ่งปีหลังธุรกิจในประเทศยังท้าทายจากการเมือง-ชะลอตัวลงเปิดโครงการอสังหาฯ

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 2/2566 มีรายได้รวม 5,508 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) โดยได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการท่องที่ยวในประเทศ ช่วยหนุนให้ยอดขายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งเมืองท่องเที่ยวหัวเมืองใหญ่ สามารถเติบโตได้อย่างน่าพอใจ ทำให้รายได้รวมในงวด 6 เดือนแรก เพิ่มขึ้นเป็น 11,212 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10%

ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/66 รวมกว่า 741 ล้านบาท เติบโต 103% YOY ทำสถิติกำไรสุทธิรายไตรมาสที่สูงสุดของบริษัทตั้งแต่ก่อตั้ง ทั้งยังหนุนให้กำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรก สูงถึง 1,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% YOY จากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานในต่างประเทศชะลอตัวลง เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลพวงจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งการเกิดวิกฤตหนี้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศเวียดนาม ทำให้ภาครัฐต้องออกกฎหมายเพื่อสกัดการเก็งกำไรราคาบ้าน ซึ่งกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาลงในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม คาดว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามจะเริ่มฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง การดำเนินธุรกิจในประเทศ ยังมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการชะลอตัวลงของการเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อโอกาสการเติบโตของยอดขายของบริษัท จากดีมานด์ความต้องการใช้สีและเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เพื่อรีโนเวตและปรับปรุงซ่อมแซมที่ยังอยู่ในระดับสูง ตลอดจนยอดขาย “ทีโอเอ แผ่นยิปซัมบอร์ด” ที่ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในลำดับต้นของประเทศ

จากความสำเร็จในการรุกตลาดยิปซัมบอร์ด บริษัทจึงมีแผนที่จะต่อยอดโดยการรุกไปยังตลาดอุปกรณ์ระบบโครงคร่าว ที่ต้องใช้ควบคู่กับยิปซัมบอร์ด ซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดอีกเท่าตัวของยิปซัมบอร์ดอีกด้วย โดยคาดว่ายอดขายจากอุปกรณ์โครงคร่าวจะช่วยหนุนยอดขายของบริษัทในปีนี้ด้วยเช่นกัน และด้วยแนวโน้มการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันกำไรของบริษัทยังสามารถฟื้นตัวอย่างโดดเด่น จึงนับว่าเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของทีโอเอ

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.33 บาท รวมเป็นเงิน 670 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน 32% โดยจ่ายจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TOA ทีโอเอ ผลประกอบการ