ปิดจ็อบ “ขึ้นทะเบียนต่างด้าว” 1 เม.ย.ดีเดย์ใช้กฎหมายเข้ม “จับ-ปรับ”
ก่อนถึงเส้นตาย 31 มีนาคม 2561 วันสุดท้ายที่เปิดให้แรงงานต่างด้าวในไทยขึ้นทะเบียนก่อนออกใบอนุญาตทำงาน บรรยากาศศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) ที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดให้บริการวันสต็อปเซอร์วิสยิ่งคึกคัก ทั้งนายจ้าง ผู้ประกอบการ กับแรงงานนอกต่างพากันยื่นเอกสารหลักฐานตามขั้นตอน ทุกคนต้องทำงานแข่งกับเวลาแบบฝุ่นตลบทุกศูนย์บริการ OSS
ต้อนต่างด้าวเข้าระบบ 1.6 ล้านคน
นโยบายรัฐบาลต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาการเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย เป้าหลักคือต้อนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติให้เข้ามาอยู่ในระบบ 1.6 ล้านคน จากที่ประเมินว่ามีแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตสูงถึง 3 ล้านคน ภาครัฐจึงต้องใช้ยาแรง ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ในเดือนกรกฎาคมปี 2560 กำหนดบทลงโทษ จับ ปรับหนักกับผู้เป็นนายจ้าง สถานประกอบการ กับแรงงานต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจทุกอุตสาหกรรม ทั้งประมง เอสเอ็มอี ร้านอาหาร อสังหาฯ ผู้รับเหมา ฯลฯ ทำให้รัฐต้องผ่อนปรนชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.ออกไป 180 วัน หรือ 6 เดือน ถึง 31 ธันวาคม 2560
โดยให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียน และยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ยืดระยะเวลาลงทะเบียนถึง 31 มีนาคม 2561 แต่มีแรงงานต่างด้าวที่รอขึ้นทะเบียนอีกร่วม 1 ล้านคน หลังเปิดศูนย์ OSS ตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 วันที่ 23-31 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานจึงแก้ปัญหาด้วยการให้ศูนย์ OSS เปิดบริการ 24 ชั่วโมง รวม 4 ศูนย์ ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เชียงราย ราชบุรี และระนอง
สั่งลดขั้นตอนก่อนถึงเส้นตาย
ด้วยเงื่อนเวลาที่เหลือน้อย สวนทางกับแรงงานต่างด้าวที่พากันมาลงทะเบียนกระจุกตัวช่วงโค้งสุดท้าย ทำให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการ 1 ลด 2 เพิ่ม คือ ลดขั้นตอน เพิ่มเวลา เพิ่มช่องทางบริการ ให้แรงงานต่างด้าวดำเนินการทุกขั้นตอนเบ็ดเสร็จในที่เดียว อาทิ กรมการปกครอง ปรับปรุงทะเบียนประวัติ/กำหนดเลข 13 หลัก/ถ่ายรูปใบหน้า/สแกนลายนิ้วมือ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้กับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในกิจการของนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสุขภาพ/ประกันสุขภาพ และกรมการจัดหางานจังหวัด พิจารณาอนุญาตทำงานลดขั้นตอน
ด้วยการให้แรงงานที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ และมีเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางแล้วกว่า 500,000 คน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตีวีซ่าเพื่อขยายเวลาให้อยู่ได้ถึง 31 มีนาคม 2563 และกรมการจัดหางานอนุญาตให้ทำงานต่อไปได้ โดยมีเงื่อนไขให้ต้องไปทำทะเบียนประวัติและตรวจโรคให้เสร็จใน 30 มิถุนายน 2561 ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ 300,000 คน ต้องดำเนินการในศูนย์ทุกขั้นตอน และต้องไปพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายใน 30 มิถุนายน 2561
เพิ่มเจ้าหน้าที่ในศูนย์เป็นสามผลัด และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มช่องทางให้ยื่นเอกสารรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานทั่วประเทศ ทั้งเปิดใช้ระบบออนไลน์ รายงานตัวทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน www.doe.go.th จนถึง 24.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2561 ก่อนนัดหมายให้ไปทำทะเบียนประวัติ ตรวจโรค และขออนุญาตทำงาน
1 เม.ย.ฝ่าฝืนเจอจับ-ปรับ
นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า แม้ศูนย์ OSS จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ช่วงแรกมีแรงงานต่างด้าวมาขึ้นทะเบียนค่อนข้างน้อย ด้วยความชะล่าใจว่ายังมีเวลาอีกมาก ทั้งที่กระทรวงแรงงานพยายามประชาสัมพันธ์และติดตามเร่งรัด
ตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ 29 มีนาคม 2561 มีแรงงานต่างด้าวที่ยังคงเหลือรอขึ้นทะเบียนอีก 360,573 คน เฉลี่ยแล้วภายใน 3 วัน ตั้งแต่ 29-31 มีนาคมนี้ ต้องลงทะเบียนให้แล้วเสร็จวันละ 100,000 คน ซึ่งอาจจะเกินกำลังเจ้าหน้าที่ แต่การเปิดช่องทางออนไลน์ให้นายจ้างเข้ามาลงทะเบียนก่อนนั้นเป็นช่องทางที่รวดเร็วใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น อีกทั้งนายจ้าง หรือลูกจ้าง ไม่ต้องไปรอ ณ จุดบริการ ซึ่งกินเวลานาน โดยนายจ้างสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเข้าสู่หน้าของการลงทะเบียนได้เลย
จากนั้นระบบจะส่งข้อความตอบรับการรายงานตัวไปยังโทรศัพท์ของนายจ้างโดยอัตโนมัติ และนัดหมายให้ไปดำเนินการทำทะเบียนประวัติ ตรวจโรค และขออนุญาตทำงาน
“ถ้านายจ้างหันมาใช้ออนไลน์จะทำเสร็จภายใน 31 มีนาคมนี้แน่นอน จะไม่ยืดเวลาให้อีก และหลังจากนี้จะไม่เปิดลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวอีก แรงงานต่างด้าวที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยจะต้องเข้ามาภายใต้ MOU ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมา กัมพูชา และลาว เท่านั้น”
ตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป จะคุมเข้มกับผู้ที่ฝ่าฝืน หากพบนายจ้าง และแรงงานต่างด้าวทำผิดกฎหมาย จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท แล้วถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ส่วนนายจ้างผิดข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต โทษปรับ 10,000-100,000 บาท ต่อต่างด้าวที่จ้าง 1 คน ทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท ต่อต่างด้าวที่จ้าง 1 คน และห้ามจ้างแรงงานต่างด้าว 3 ปี
ต่างจังหวัดคึกคักไม่แพ้ส่วนกลาง
การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ต่างจังหวัดบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้ายคึกคักไม่แพ้ในส่วนกลาง โดยนางอารมณ์ วาจารัตน์จัดหางานจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดราชบุรีตั้งเป้าจะมีแรงงานต่างด้าวมาขอขึ้นทะเบียนและยื่นขอใบอนุญาตทำงาน 25,389 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร ปศุสัตว์ กิจการต่อเนื่องทางเกษตร และก่อสร้าง ล่าสุด มีแรงงานที่ดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้วกว่า 19,000 คน อยู่ระหว่างรอยื่นเอกสาร 300 คน และลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตอีกกว่า 150 คน รวมทั้งหมด 20,500-21,000 คน คงค้างอีก 4,000 คน (ณ 28 มีนาคม 2561) คาดว่าถึงวันสุดท้ายจะมีแรงงานที่ขึ้นทะเบียนไม่ต่ำกว่า 22,000 คน
ด้านสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย สรุปยอดการรับจดทะเบียนคนไม่มีสัญชาติไทย ตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์-28 มีนาคม 2561 จำนวน 13,084 คน แยกเป็นเมียนมา 12,465 คน ลาว 587 คน เป็นชาย 143 คน และหญิง 444 คน ผู้ติดตาม 3 คน และกัมพูชา 32 คน
ขณะที่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามนโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเต็มที่ ระยะเวลาที่เหลือแม้มีไม่มากนักแต่ทางจังหวัดได้เร่งประชาสัมพันธ์ ให้นายจ้าง ผู้ประกอบการนำแรงงานต่างด้าวมาดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด เชื่อว่ายอดรวมหลังสิ้นสุดระยะเวลาจะเป็นไปตามเป้าที่ 20,000 คน โดยได้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไปให้บริการ ที่ศูนย์ OSS เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็ว ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะหยุดให้บริการก็ต่อเมื่อแรงงานต่างด้าวคนสุดท้ายดำเนินการตามขั้นตอนแล้วเสร็จ