“วิสาหกิจถ้ำสิงห์” ชุมพรต่อยอดชากาแฟ-
วิสาหกิจชุมชนกาแฟถ้ำสิงห์ จ.ชุมพร เดินหน้าขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าต่อเนื่อง หนุนสมาชิกแจกพันธุ์กล้าปีละ 5-6 หมื่นต้น เตรียมขยายเครือข่ายสงขลา-พัทลุง-ยะลา-สุราษฎร์ธานี ชี้อนาคตกาแฟสดใส ตั้งเป้าปักหมุดร้านกาแฟสดในแม็คโคร
นายนิคม ศิลปศร ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ ต.ถ้ำสิงห์ อ.เมือง จ.ชุมพร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟถ้ำสิงห์ มีสมาชิกทั้งสิ้น 460 คน แบ่งเป็น สมาชิกผู้ถือหุ้น 335 คน และสมาชิกผู้ปลูกกาแฟ 125 คน มีพื้นที่ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้ารวม 2,100 ไร่ เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2551 ที่มีอยู่เพียง 300 ไร่ เนื่องจากวิสาหกิจได้ส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกกาแฟเพิ่มมากขึ้น ด้วยการแจกจ่ายพันธุ์ต้นกล้าปีละ 50,000-60,000 ต้น หรือครัวเรือนละ 100 ต้น โดยเฉลี่ยแล้ว 1 ไร่ จะปลูกกาแฟได้ประมาณ 40 ต้น และเตรียมขยายเครือข่ายไปต่างจังหวัด เช่น สงขลา พัทลุง ยะลา และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น
จุดเด่นคือการเป็นกาแฟโรบัสต้าคุณภาพ สมาชิกมีหน้าที่เก็บเมล็ดมาส่งให้วิสาหกิจ จากนั้นวิสาหกิจจะคัดเมล็ด และนำมาตากที่โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะอบไว้ประมาณ 1 ปี แล้วจึงนำผ่านกระบวนการแปรรูป จึงทำให้กาแฟมีรสชาติความเปรี้ยวน้อย หอม กลิ่นสะอาด โดยทุกสิ้นปีจะมีการปันผลให้กับสมาชิกประมาณ 70% อีก 30% จะนำไปเป็นสาธารณประโยชน์ บริหารจัดการกลุ่ม พันธุ์กล้า อุปกรณ์ต่าง ๆ และค่าจ้างพนักงาน
เมื่อผลผลิตออกมา สมาชิกผู้ปลูกกาแฟจะนำเมล็ดกาแฟสดมาจำหน่ายให้กับวิสาหกิจ ซึ่งวิสาหกิจชุมชนจะรับซื้อจากสมาชิกเท่านั้น และมีการประกันราคารับซื้อให้กิโลกรัมละ 25-30 บาท โดยสูงกว่าราคาท้องตลาด ซึ่งในตลาดจะรับซื้อเป็นเมล็ดกาแฟสาร ราคาอยู่ที่ 65 บาท/กิโลกรัม ในขณะที่เมื่อนำเมล็ดกาแฟสดของวิสาหกิจชุมชนมาแปรเป็นเมล็ดกาแฟสาร ราคาจะสูงถึง 150 บาท/กก.
นายนิคมกล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนมีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ได้รับรางวัลสินค้า 5 ดาว และรางวัลอวอร์ดควอลิตี้ รวมถึงมาตรฐาน GMP ปัจจุบัน กาแฟคั่วบด จำหน่ายกิโลกรัมละ 500 บาท กาแฟสาร กิโลกรัมละ 300 บาท กาแฟดริป (นำกาแฟคั่วบดมาใส่ถุงเยื่อ) น้ำหนัก 10 กรัม กล่องละ 120 บาท กาแฟปรุงสำเร็จรูป 3 in 1 และกาแฟ 4 in 1 ผสมสมุนไพรดอกคำฝอย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ชากาแฟ เป็นการนำดอกกาแฟที่ยังไม่บานมาทำเป็นชา เพื่อลดปริมาณกาแฟที่ออกตามฤดูกาล น้ำหนัก 10 กรัม ราคา 120 บาท
ขณะเดียวกันวิสาหกิจชุมชนยังเป็นศูนย์การเรียนรู้การปลูกและแปรรูปกาแฟด้วย ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายหลักของแบรนด์ถ้ำสิงห์ นอกจากนี้ยังจำหน่ายตามร้านโชห่วยต่าง ๆ และร้านกาแฟสดของวิสากิจชุมชน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ที่เขานนทรี ศูนย์ราชการ และแม็คโคร จังหวัดชุมพร รวมถึงข้างบรรจุภัณฑ์จะมีหมายเลขโทรศัพท์สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ตามหมายเลขนั้น อีกทั้งยังมีช่องทางเว็บไซต์
ปัจจุบันวิสาหกิจมีกำลังการผลิตกาแฟคั่ว และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ รวมถึงส่งให้กับร้านกาแฟสด เดือนละประมาณ 600-800 กิโลกรัม ขณะที่กาแฟ 3 in 1 สามารถผลิตได้ 500 ลัง/เดือน และ 4 in 1 สามารถผลิตได้ 1,200 ลัง/เดือน ซึ่งยังผลิตไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า วิสาหกิจจะรับซื้อผลผลิตตามเงินที่มีอยู่ โดยปีนี้จะรับซื้อทั้งหมด 83 ตัน
เป้าหมายในปี 2561 คือ การขยายร้านกาแฟสดของวิสาหกิจชุมชนไปในห้างค้าปลีกค้าส่ง แม็คโคร สาขาจังหวัดชุมพร และตั้งเป้าเปิดในทุกสาขาในอนาคต รวมถึงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิก 20-30 คนต่อปี รวมถึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนเครื่องจักรในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ครบวงจร ซึ่งปัจจุบันยังขาดเครื่องฟรีซดราย
“มองว่าอนาคตกาแฟค่อนข้างสดใส แต่ต้องแบ่งการตลาดให้ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการด้วย คือ ตลาดที่อยู่ในรูปแบบของกาแฟกลุ่มต่าง ๆ ถ้าสามารถแบ่งให้กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจทำสต๊อกสินค้าไว้ที่กลุ่มและแปรรูปด้วยตัวเอง อย่าให้อยู่ที่ตลาดกลาง จะทำให้ผู้ปลูกมีความมั่นคง และภาครัฐควรเข้ามาส่งเสริมให้กลุ่มต่าง ๆ รู้จักการแปรรูปครบวงจร สามารถกำหนดราคาเองได้” นายนิคมกล่าว
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
