เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
ดูทั้งหมด

Next Step กรมวิชาการเกษตร ชูงานวิจัย-หนุน “6 พืชขายคาร์บอนเครดิต”

13 ต.ค. 2566 | 07:32น.
6 พืชขายคาร์บอน

รายได้ภาคเกษตรมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาโรคแมลง ดังนั้นการสนับสนุนให้เกษตรกรไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

นับได้ว่าสำคัญมาก ซึ่งนโยบาย “ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบให้กับกรมวิชาการเกษตร ในโอกาสครบรอบ 50 ปี เพื่อขับเคลื่อนแผนงานเข้าสู่ปีที่ 51 ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการวิจัย มุ่งสู่เศรษฐกิจใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” มุ่งใช้องค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่แก้ปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นโยบาย 100 วัน

ในปัจจุบันทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชใหม่ ๆ กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่ประชาชนมีความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ตลอดจนการแข่งขัน และการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศรุนแรงมากขึ้น

กรมวิชาการเกษตรเสมือนเป็นคลังสมอง ศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งจะต้องร่วมกับหน่วยงานพี่น้อง 77 จังหวัดผลักดันแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร ช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

รับโจทย์เร่งงาน 100 วัน

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า หลังจากได้รับมอบนโยบายจากรัฐมนตรี วางเป้าหมายใน 100 วันแรกจะทำสงครามกับโรคและแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะในพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ

“ปัญหาการดำเนินงานด้านวิจัยในช่วงที่ผ่านมา ยังพบปัญหาว่างานวิจัยที่ถูกถ่ายทอด และยังขาดการเก็บรวบรวมข้อมูลผลงาน ตลอดจนการนำไปต่อยอด กรมอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อติดตามรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัย เพื่อให้เป็นระบบมากขึ้น”

หลังจากนั้น กรมวางเป้าหมายการทำงานระยะต่อไปในปี 2567-2568 ว่าจะพัฒนางานวิจัยให้มากขึ้น และครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต และจะต่อยอดไปถึงงานด้านสิ่งแวดล้อม

ลุยวิจัยพันธุ์พืชใหม่

โดยเบื้องต้นกรมได้เตรียมแผนจะนำงานวิจัย เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับสินค้าอ้อยโรงงาน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

ทางกรมจึงได้มีการวิจัย เพื่อมุ่งพัฒนาให้ได้พันธุ์อ้อยใหม่ ซึ่งกรมได้รับรองแล้ว เช่น กวก.ขอนแก่น 4 กวก.สุพรรณบุรี 1 กวก.ศรีสำโรง 1 เพื่อลดความเสี่ยงจากพันธุ์เดิม คือ ขอนแก่น 3, พันธุ์ LK92-11 ช่วยเพิ่มผลผลิต ทั้งยังต้านทานต่อโรคและแมลงได้

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังใหม่ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ CMR 58-75-110, CMR 56-71-68 และ CMR 59-55-202 ซึ่งจะเป็นพันธุ์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ทนทานต่อโรค จะช่วยเกษตรกรให้สามารถลดต้นทุนเพาะปลูก เป็นต้น

วัดการปล่อยคาร์บอนพืช

อีกด้านหนึ่ง นายพงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากการที่หลายประเทศให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม และมีการกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กรมจึงต่อยอดงานวิจัยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพืชเกษตร

โดยอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางจัดทำกลไก “GAP คาร์บอนเครดิต พลัส” ขึ้นมา เพื่อเป็นมาตรฐานการวัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพืชเกษตร โดยจะนำร่องในพืชเศรษฐกิจหลัก 6 ชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน หากเกษตรกรที่เข้าร่วมสามารถทำได้ก็จะสามารถนำคาร์บอนเครดิตไปขายในตลาดคาร์บอนเครดิต เป็นช่องทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

“GAP คาร์บอนเครดิต พลัสนี้ กรมเป็นผู้พัฒนา ซึ่งกรมได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อจัดทำแพลตฟอร์มมาตรฐานให้เกษตรกรนำใบรับรองเพื่อไปซื้อ-ขายในตลาดได้ เป้าหมายจะร่วมกับเอกชนเตรียมใช้ในปี 2567”

ทั้งนี้ ก่อนที่จะออกมาตรฐานได้นั้นจะรวบรวมข้อมูลว่า ปัจจุบันการทำเกษตรพืชหลัก 6 ชนิด เช่น ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร และปล่อยอย่างไร เช่น อ้อยโรงงาน มีการปลูกและการใส่ปุ๋ยแบบนี้ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทใด ปริมาณเท่าไร จากนั้นจะนำเอาข้อมูลที่ได้มาพิจารณาตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้น

เพื่อเป็นเครื่องมือวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจัดทำคาร์บอนเครดิตเพื่อนำไปสร้างรายได้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พืช เกษตรกรไทย