เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดใต้
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดใต้
จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
Real Estate จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
Politics เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
Politics วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
‘จุลพันธ์’ รับหนังสือ สสทร. ค้าน “สูตรCARE” ปรับเงินบำนาญชราภาพ
Politics ‘จุลพันธ์’ รับหนังสือ สสทร. ค้าน “สูตรCARE” ปรับเงินบำนาญชราภาพ
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Finance สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
Politics ‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
World วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
Politics FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ดูทั้งหมด

นบข. ไม่ขัด 4 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เห็นชอบชะลอขายข้าว

01 พ.ย. 2566 | 17:35น.
เกษตรกร

นบข. เผยไม่ขัดข้องข้อเสนอ 4 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมเห็นชอบมาตรการชะลอการข้าวเปลือก โดยใช้กลไกสหกรณ์การเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกกรณ์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600 กว่าแห่ง มอบหมายกระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ให้สินเชื่อ การช่วยเหลือในการเก็บสต็อกข้าว และการใช้จ่ายงบประมาณ แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า และการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพันธุ์ข้าว ผลผลิตต่อไร่ ราคาข้าว การช่วยเหลือเกษตรกร

ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกัน โดยเฉพาะการเร่งพัฒนาผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้นเพื่อให้สามารถแข่งขันต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนการใช้งบประมาณไปอุดหนุนก็จะต้องระมัดระวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอ 4 มาตรการ ในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ปีการผลิต 2566/2567 วงเงิน 69,043.03 ล้านบาท เข้าที่ประชุม นบข. พิจารณา ได้แก่

4 มาตรการเสนอ นบข.

1) มาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท อยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณ ภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 56,321 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้ เกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือนช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ช่วงเวลาการจ่าย 1 พ.ย.66 – 30 ก.ย. 2567

ทั้งนี้ การจ่ายเงินนั้นจะเริ่มดำเนินการหลังจากที่ประชุมครม. และคณะกรรมการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติเห็นชอบ และให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการฯ ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2567 ต่อไป

2) โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67วงเงิน 10,120 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าวในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและได้ราคาต่ำกว่าตลาด โดยไม่คิดดอกเบี้ยกับเกษตรกร เป้าหมาย 3 ล้านตัน โดยช่วยเหลือ 1,500 บาทต่อตัน ในกรณีเข้าร่วมกับสหกรณ์ สหกรณ์รับ 1,000 บาทต่อตัน เกษตรกรรับ 500 บาทต่อตัน เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง 1 – 5 เดือน และให้นำออกขายเมื่อข้าวราคาดี

3) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก วงเงิน 2,120 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการดูดซับผลผลิตไว้เป็นระยะเวลา 2 – 6 เดือน โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารของรัฐที่ผู้ประกอบการค้าข้าวเป็นลูกค้าอยู่ เป้าหมาย 10 ล้านตัน ช่วยดอกเบี้ย 4% เก็บสต๊อก 2 – 6 เดือน

4) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 481 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก เกษตรกรทั่วไป เป้าหมาย 1 ล้านตัน โดยช่วยดอกเบี้ย 15 เดือน ในอัตรา 3.85% สหกรณ์เสียดอกเบี้ย 1%

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ว่า ที่ประชุมได้พิจารณา 4 มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ในการพยุงราคาข้าวที่ผลผลิตกำลังจะออก แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่ประชุมให้มีการปรับมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ พร้อมทั้ง มอบหมายให้มีการประชุม นบข.ทุกเดือน

โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เฝ้าติดตาม สถานการณ์ข้าวอย่างใกล้ชิดแม้ว่าขณะนี้ราคาข้าวในตลาดโลกจะสูงขึ้น

โดยในส่วนที่ เคยมีมาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบโรงสีข้าวช่วยซื้อข้าวเก็บสต๊อก ในช่วงเวลา 5 เดือน โดยเปลี่ยนเป็นให้สหกรณ์การเกษตร 4,000 แห่ง เป็นผู้ดำเนินการแทน ในการซื้อข้าวจากเกษตรกร มาเก็บในสต็อก

แต่จากการตรวจสอบมีสหกรณ์การเกษตร 600 ที่แอคทีฟและแข็งแรง ที่พร้อมจะดำเนินการแทน
และที่ประชุม ได้ มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปหารือกับธนาคารกรุงไทย ช่วยขยายวงเงินสินเชื่อ ให้กับโรงสีข้าวที่เป็นลูกค้าเก่า เพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนหลังจากที่ถูกตัดวงเงินสินเชื่อไปในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับการพัฒนาพันธุ์ข้าวได้มอบหมายให้กรมการข้าว ไปเร่งวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ ที่มีคุณภาพ และตอบสนองความต้องการของตลาดรวมทั้ง มี ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น

สำหรับมาตรการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน ช่วยไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละ 20,000 บาทนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานหลักที่ดูแล เช่นกระทรวงเกษตร, กระทรวงพาณิชย์ และ ธกส. ไปพิจารณาหามาตรการที่จะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร

แต่หากมีปัญหาอะไรพลิกผัน สามารถที่จะจัดประชุม นบข. ที่จะออกมาตรการเสริมในการแก้ไขปัญหาได้ทันที เพื่อให้ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยรัฐบาลต้องการให้ใช้กลไกสหกรณ์การเกษตรมาร่วมดำเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหา เพราะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้ และคาดว่า เมื่อผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ ราคาข้าวหอมมะลิจะกลับมาปรับตัวสูงขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ส่วนการวางมาตรการระยะยาวในการแก้ปัญหา ได้มอบหมายให้กรมการข้าว ไปวิจัยพันธุ์ข้าวใหม่ เพื่อช่วยชาวนา เพิ่มปริมาณข้าวต่อไร่ และยกระดับพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับที่ตลาดโลกต้องการ

รายงานข่าวจากที่ประชุม ระบุว่า มาตรการทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ สินเชื่อชะลอการขายข้าว สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม การชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บสต๊อก รวมทั้งมาตรการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

ที่ประชุมมองว่าให้ไปปรับปรุงมาตรการ และนำมาเสนอให้ที่ประชุม นบข.ใหม่อีกครั้งที่จะมีการประชุมในเดือนถัดไป พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ เพื่อดูแลการบริหารจัดการข้าวให้ดีด้วย

เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจำนวน 3 คณะ

1) คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานอนุกรรมการ ทำหน้าที่เสนอแนวทาง แผนงาน โครงการและมาตรการในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาด้านการผลิตข้าวและชาวนาที่เหมาะสมต่อ นบข.

เพื่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาระบบการผลิตข้าวโดยรวมของประเทศ รวมทั้งประสาน ติดตาม กำกับดูแลการดำเนินการตามแผนงานโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

2) คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการ ทำหน้าที่เสนอแผนงาน โครงการ มาตรการ และแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับการตลาดข้าวที่เหมาะสมต่อ นบข. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเกิดผลดีต่อระบบการค้าข้าวโดยรวม

เสนอแนวทางในการส่งเสริมการศึกษาวิจัยการตลาดข้าวที่เหมาะสมต่อ นบข. อนุมัติแผนงาน โครงการ และมาตรการเกี่ยวกับการตลาด รวมทั้งประสาน ติดตาม กำกับดูแลการดำเนินการตามแผนงาน โครงการ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

3) คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการ ทำหน้าที่ติดตาม กำกับดูแล แก้ไขปัญหา และบริหารจัดการข้าวทั้งด้านการผลิตและการตลาดข้าวในระดับจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พิจารณาคัดเลือกและอนุมัติผู้ประกอบการค้าข้าว ที่จะขอรับการสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก

“สำหรับเรื่องการปรับเปลี่ยนชื่อข้าวหอมมะลินอกพื้นที่เป็น ข้าวเปลือกหอมมะลิ ที่ประชุมมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนผู้ประกอบการค้าข้าว และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกันหารือเพื่อพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสม เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือ 3 จังหวัด (เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา) เป็น “ข้าวหอมมะลิ” และนำเสนอ นบข. เพื่อพิจารณาต่อไป”

ไฟเขียวมาตรการชะลอขาย

ทั้งนี้  นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ที่ประชุม นบข.ได้พิจารณามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 มาตรการแล้ว

และไม่ได้ขัดข้องในหลักการและวัตถุประสงค์ในการเก็บสต็อกและเร่งรับซื้อเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้กับเกษตรกร ที่ผลผลิตกำลังจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2566 นี้

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนี้ ได้เห็นชอบวิธีการในการดำเนินมาตรการชะลอการข้าวเปลือก โดยใช้กลไกสหกรณ์การเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกกรณ์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600 กว่าแห่ง โดยมอบหมายกระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยพิจารณารายละเอียดการให้สินเชื่อ การช่วยเหลือในการเก็บสต็อกข้าว และการใช้จ่ายงบประมาณ แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

ส่วนมาตรการรวบรวมรับซื้อข้าวโดยสถาบันเกษตรกร โดยใช้กลไกสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรช่วยเร่งรับซื้อข้าวเปลือกที่กำลังจะออกสู่ตลาดในขณะนี้ เพื่อจำหน่ายหรือแปรรูป โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และ ธ.ก.ส. พิจารณารายละเอียดวิธีการให้สินเชื่อและการช่วยเหลืออัตราดอกเบี้ยแก่สหกรณ์และสถาบันเกษตรกร และการใช้จ่ายงบประมาณ นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

สำหรับมาตรการเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ มอบหมายกระทรวงการคลัง พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา กรณีธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขการให้สินเชื่อประกอบการรับซื้อ เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องให้สามารถเร่งรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร

ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร นบข. มีความเห็นว่า เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวยังมีเสถียรภาพและคาดว่าการดำเนินมาตรการชะลอการขายและมาตรการรวบรวมรับซื้อข้าวโดยสถาบันเกษตรกร จะสามารถช่วยรักษาระดับราคาในช่วงที่ออกสู่ตลาดมากได้ จึงกำหนดให้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ได้พิจารณาปรับเปลี่ยนชื่อข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่เป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลัก ประชุมหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าข้าว และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือ 3 จังหวัด (เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา) เป็น “ข้าวหอมมะลิ” และนำเสนอ นบข. ต่อไป

ขณะเดียวกัน ได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาโครงการข้าวตามนโยบายของรัฐบาลจำนวน 7 โครงการ จากสิ้นสุดเดือนกันยายน 2566 เป็นจนกว่าคดีจะสิ้นสุดในชั้นศาล เนื่องจาก อคส. และ อ.ต.ก. ยังมีภาระทางคดีและการระบายข้าวยังไม่สิ้นสุด และมอบหมาย อคส. เร่งรัดดำเนินการระบายข้าวคงเหลือในคลังกลางของรัฐให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2567 ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการโดยเคร่งรัด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ รวมทั้งมอบหมาย อคส. และ อ.ต.ก. รายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีรวมทั้งการดำเนินการทางกฎหมาย ให้ฝ่ายเลขานุการ นบข. ทราบเป็นประจำทุกปี เพื่อรายงาน นบข.