เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สบน. ออกพันธบัตรเพื่อสังคม 1,000 ล้าน จัดหาเงินกู้ปรับโครงสร้างหนี้ สพพ.
Finance สบน. ออกพันธบัตรเพื่อสังคม 1,000 ล้าน จัดหาเงินกู้ปรับโครงสร้างหนี้ สพพ.
เขื่อนแม่กลอง จ่อเพิ่มระบาย 3,000 ลบ.ม./วินาที ราชบุรีเตือนริมน้ำเร่งอพยพกลุ่มเสี่ยง
เศรษฐกิจภูมิภาค เขื่อนแม่กลอง จ่อเพิ่มระบาย 3,000 ลบ.ม./วินาที ราชบุรีเตือนริมน้ำเร่งอพยพกลุ่มเสี่ยง
ครม.ไฟเขียว ‘เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำได้สูงสุด 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที
Politics ครม.ไฟเขียว ‘เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำได้สูงสุด 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที
พิมพ์ใจ-วัลลภา-สุริยน ประมูลลูกวอลเลย์บอลทีมชาติไทย รายได้มอบการกุศลในงาน “HiSoParty 23rd Anniversary”
Biz Movement พิมพ์ใจ-วัลลภา-สุริยน ประมูลลูกวอลเลย์บอลทีมชาติไทย รายได้มอบการกุศลในงาน “HiSoParty 23rd Anniversary”
รพ.หัวใจกรุงเทพ เปิด Sport Cardiology เช็กหัวใจสายวิ่ง
Biz Movement รพ.หัวใจกรุงเทพ เปิด Sport Cardiology เช็กหัวใจสายวิ่ง
ครม. ให้ ททท. ก่อหนี้ผูกพัน 4 ปี 110 ล้าน ค่าเช่า 5 สนง.-รถ-คลังเก็บวัสดุ
Politics ครม. ให้ ททท. ก่อหนี้ผูกพัน 4 ปี 110 ล้าน ค่าเช่า 5 สนง.-รถ-คลังเก็บวัสดุ
ครม.ไฟเขียวแผนหนี้ปี’70 กู้ใหม่ 1.26 ล้านล้าน ดันหนี้สาธารณะแตะ 69%
Finance ครม.ไฟเขียวแผนหนี้ปี’70 กู้ใหม่ 1.26 ล้านล้าน ดันหนี้สาธารณะแตะ 69%
“ต้าห์อู๋ พิทยา” และ “มาง ปิยธิดา” คว้าแชมป์ Thailand’s Chosen One
Biz Movement “ต้าห์อู๋ พิทยา” และ “มาง ปิยธิดา” คว้าแชมป์ Thailand’s Chosen One
น้ำท่วมดันยอดเคลมรถพุ่ง! วิริยะประกันภัย พบเสียหายแล้วกว่า 4,000 คัน
Finance น้ำท่วมดันยอดเคลมรถพุ่ง! วิริยะประกันภัย พบเสียหายแล้วกว่า 4,000 คัน
ครม.ไฟเขียวจ่าย “ช่วยชาวนาไร่ 1 พัน” 2.3 แสนครัวเรือน
Politics ครม.ไฟเขียวจ่าย “ช่วยชาวนาไร่ 1 พัน” 2.3 แสนครัวเรือน
ดูทั้งหมด

ชาวนาชิงขออุดหนุนข้าวนาปีไร่ละ 2 พัน เอกนิติ รับจบทำแผนรับซูเปอร์เอลนีโญ

12 ส.ค. 2569 | 06:45น.

นายกฯ สั่ง “เอกนิติ” รับจบปัญหา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ทำแผนเสี่ยงภัย ท่วม-แล้ง 5 ภาค จัดงบประมาณประจำเต็มที่ งบฯกลางเสริมภาคละ 100 ล้าน หวั่นกระทบฐานใหญ่พื้นที่ปลูกข้าวภาคอีสาน กรมชลประทาน เปิดแผน 4 หมื่นล้าน รับมือจัดสรรน้ำกลางฤดูฝน เช็กปริมาณน้ำทุกเขื่อน-ลุ่มน้ำ ชาวนาชิงขอเงินช่วยข้าวนาปี ไร่ละ 2 พัน บ้านละไม่เกิน 4 หมื่นบาท 

“เอกนิติ” สั่งทำ Risk Map

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 และแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อรวมศูนย์การทำงานให้มีเอกภาพ ลดขั้นตอนการสั่งการและตัดความซ้ำซ้อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ

“ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ ต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเฉพาะปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจาก GISTDA สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาร่วมจัดทำแผนที่เสี่ยงภัย หรือ Risk Map ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อประเมินจุดเสี่ยงแบบเรียลไทม์” 

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ว่า รัฐบาลเตรียม 9 มาตรการในการแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ส่วนการเตรียมงบประมาณถึงเวลาจะมีงบฯ ประจำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่ถ้าขาดเหลืออย่างไร ก็สามารถใช้งบฯ กลางได้

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยด้วยว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีเคยมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี ให้กำกับดูแลเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งทั่วประเทศในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (11 ส.ค.) รองนายกรัฐมนตรีได้ทำรายงานกลับมายังที่ประชุม โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉินจึงสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกท่านละ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่อุทกภัย และรองรับสถานการณ์น้ำแล้ง

กรมชลฯ กางแผนรับมือฤดูฝน 

รายงานข่าวจากกรมชลประทานระบุว่า กรมชลประทานได้วางมาตรการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2569 โดยให้ความสำคัญกับการบริหารน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมเครื่องจักร-เครื่องมือ รวม 5,732 หน่วย 

ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี 2569 กรมชลประทานกำหนดแผนจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวม 14,956 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภาคเกษตรกรรม 7,045 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 47% การรักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 6,221 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 41% อุปโภค-บริโภค 1,435 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 10% และภาคอุตสาหกรรม 255 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 2% 

บริหารน้ำด้วยงบฯ 4 หมื่นล้าน

สำหรับ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 13,189 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53% และมีน้ำใช้การ 6,481 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 36%

กรมชลประทานวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝนในลุ่มเจ้าพระยาไว้ 4,500 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-10 สิงหาคม 2569 มีการจัดสรรไปแล้ว 4,845 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 108% ของแผน มากกว่าแผน 345 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่ข้าวนาปีเพาะปลูกแล้ว 7.41 ล้านไร่ หรือ 92% ของแผน 8.08 ล้านไร่ 

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังติดตามแนวโน้มฝนและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารน้ำในแต่ละอ่างและแต่ละลุ่มน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเป้าหมายสำคัญในช่วงที่เหลือของฤดูฝน คือการบริหารน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ ควบคู่กับการรองรับน้ำหลากและเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดสำหรับใช้เป็นต้นทุนน้ำในช่วงฤดูแล้งต่อไป ซึ่งการจัดการดังกล่าวก็อยู่ภายใต้งบประมาณประจำปีกว่า 4 หมื่นล้านบาท

ชาวนาชิงขอชดเชยไร่ละ 2 พัน

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวในบางพื้นที่ เบื้องต้นพบข้าวยืนต้นตายโดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางจุดที่อยู่นอกเขตชลประทาน ที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ขณะที่บางพื้นที่เกษตรกรต้องปลูกใหม่ 2-3 ครั้ง แต่เมื่อไม่มีน้ำเพียงพอข้าวก็เสียหาย 

ทั้งนี้ สมาคมได้เสนอปัญหาเรื่องภัยแล้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าว (นบข.) แล้ว โดยเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งจัดหาแหล่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง อาทิ การเจาะบ่อบาดาล รวมถึงนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ มาใช้เป็นพลังงานสำหรับสูบน้ำ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงน้ำเพื่อการผลิต

“ตอนนี้ภัยแล้งมีข้าวยืนต้นตายในบางจังหวัด เราเสนอไปแล้วว่ารัฐบาลต้องหาแหล่งน้ำให้เกษตรกร อาจใช้โซลาร์เซลล์ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ไปเจาะบ่อบาดาล หรือทำแหล่งน้ำให้แต่ละพื้นที่ ตอนนี้ก็ต้องรอดูว่ารัฐจะออกมาตรการมาในรูปแบบไหน” นายปราโมทย์กล่าว

สำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปี เกษตรกรในหลายพื้นที่เริ่มหว่านและปักดำแล้ว โดยพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำยังสามารถเดินหน้าการผลิตได้ ขณะที่บริเวณที่อาศัยน้ำฝนยังมีความเสี่ยง หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง 

นายปราโมทย์กล่าวต่อว่า จากการหารือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนากับที่ประชุม นบข. สมาคมได้เสนอขอรับความช่วยเหลือสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท จำกัดไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน หรือสูงสุดครัวเรือนละ 40,000 บาท ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เกษตรกรเคยได้รับความช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาทในปีการผลิตที่ผ่านมา โดยขณะนี้ข้อเสนออยู่ระหว่างขั้นตอนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านการผลิต ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม นบข.ชุดใหญ่ และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป 

“ที่ประชุม นบข.ชุดใหญ่รับข้อเสนอไว้พิจารณาและไม่มีผู้คัดค้าน โดยสมาคมพยายามผลักดันให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวและต้นทุนการผลิตสร้างแรงกดดันต่อชาวนาอย่างมาก ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่สมาคมเสนอขอเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับสูงประมาณ 6,500-7,000 บาทต่อไร่ ทั้งค่าปุ๋ย ค่าสารเคมี และค่าน้ำมัน ขณะที่ราคาข้าวบางช่วงลดลงมาอยู่ที่ประมาณตันละ 4,500-6,000 บาท ทำให้รายได้จากการขายผลผลิตไม่สอดคล้องกับต้นทุน”

นายปราโมทย์กล่าวว่า เกษตรกรยังเผชิญภาระต้นทุนในระดับสูง ประกอบกับความเสี่ยงจากภัยแล้งและภัยธรรมชาติ ส่งผลให้ชาวนาจำนวนมากอยู่ในภาวะขาดทุนและมีภาระหนี้สิน ดังนั้น หากได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 2,000 บาท จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาข้าวอยู่ในระดับต่ำและผลผลิตยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ

หวั่นเอลนีโญซ้ำเติม “ข้าวอีสาน”

ดร.ประจักษ์ บุญกาพิมพ์  ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า สถานการณ์เอลนีโญและภาวะฝนทิ้งช่วงเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรในภาคอีสาน ไม่สามารถเติมน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในสระหรือแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งพืชและปศุสัตว์ โดยเฉพาะข้าวนาหว่านที่พึ่งน้ำฝนอาจเติบโตไม่สมบูรณ์

สำหรับภาคอีสาน นับเป็นแหล่งผลิตข้าวสำคัญของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 60% โดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่เขตทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นหนึ่งในฐานการผลิตข้าวหอมมะลิสำคัญของประเทศ มีพื้นที่ปลูกข้าวรวมประมาณ 2 ล้านไร่ แต่เกษตรกรยังเผชิญปัญหาต้นทุนสูง กังวลว่าจะเกิดการแห่เปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจตามกระแสโดยขาดการวางแผน เมื่อผลผลิตออกพร้อมกันหรือราคาตกต่ำ จะกลายเป็นปัญหาหนี้สินและขาดทุนตามมา  

ดร.ประจักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการรับมือเอลนีโญรัฐบาลต้องดำเนินการอย่าง “ชัดเจน จริงจัง และทันการณ์” โดยเร่งพัฒนาระบบชลประทาน ดึงน้ำจากแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง เพื่อกักเก็บเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคเกษตรมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการปลูกพืชหมุนเวียนได้ตลอดปี 

นอกจากนี้ ควรมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ ควบคู่ไปกับการผลักดันระบบโซนนิ่งการเกษตร ตามสภาพดิน น้ำ และภูมิอากาศ เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อตั้งหน่วยงานเจ้าภาพให้การดำเนินงานขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาวนา เอกนิติ