เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด

15 พ.ย. 2566 | 18:23น.
ดอลลาร์แข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดิ่งลงอย่างหนัก หลุดระดับ 4.5% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเฟดจะยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/11) ที่ระดับ 35.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นอย่างมากจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ (14/11) ที่ระดับ 36.04/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์ถูกกดดันภายหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน ต.ค. ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.3% จากระดับ 3.7% ในเดือน ก.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.0% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะทรงตัวที่ระดับ 4.1%

โดยภายหลังจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดิ่งลงอย่างหนัก หลุดระดับ 4.5% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเฟดจะยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 525-5.50% ในการประชุมวันที่ 12-13 ธ.ค. ขณะเดียวกัน นักลงทุนคาดว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือน ม.ค., มี.ค.ของปี 2567 ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือน พ.ค.

โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือน พ.ค. 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 34% ในการสำรวจเมื่อวันจันทร์ (13/11) และเร็วกว่าเดิมที่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. 2567

สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามยังคงเป็นความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังขาดความชัดเจน อย่างไรก็ตามในระหว่างวันค่าเงินบาทยังได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของจีน

โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัวมากขึ้นที่ระดับ 4.6% จากที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 4.4% และยอดค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดที่ระดับ 7.6% จากที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 7.0% ทำให้ค่าเงินหยวนกลับมาแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.44-35.61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/11) ที่ระดับ 1.0875/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดัปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/11) ที่ระดับ 1.0695/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยูโรสแตทเผยตัวเลขประมาณการขั้นต้นจีดีพียูโรโซนเทียบรายปีอยู่ที่ +0.1% ใน Q3 และเมื่อเทียบรายไตรมาส -0.1% ใน Q2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0661-1.0698 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0843/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/11) ที่ระดับ 150.63/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/11) ที่ 151.70/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นออกมาหดตัวลงในไตรมาส 3 หลังจากที่ขยายตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน

โดย GDP เทียบรายไตรมาสในไตรมาส 3 ออกมาหดตัว 2.1% หดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว 0.6% และเทียบกับที่ขยายตัว 4.5% ในไตรมาส 2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 150.26-150.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.34/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน พ.ย.จากเฟดนิวยอร์ก (15/11), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (15/11), ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค.ของจีน (15/11), ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) สหรัฐ (15/11),

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐ (15/11), อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค.ของอังกฤษ (15/11), จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (16/11), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ต.ค.ของสหรัฐ (16/11), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ต.ค.ของสหรัฐ (16/11), ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (16/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.90/-8.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.60/-8.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ