แพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก-
คอลัมน์ Eco Touch
ลองคิดดูว่าในแต่ละปีมีขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากการใช้สอยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันโดยมนุษย์มากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นแก้วเครื่องดื่มแบบเอากลับ พลาสติกห่ออาหาร กล่องแชมพู เป็นต้น
ยิ่งเมื่อดูข้อมูลของ มูลนิธิเอลเลน แมคอาเธอร์ (Ellen MacArthur Foundation หรือ EMF) จะพบว่ามีบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพียง 14% เท่านั้นที่ใช้ในตลาดทั่วโลกถูกส่งไปยังโรงงานรีไซเคิล ขณะที่มีพลาสติกอีก 40% ถูกฝังกลบ และหนึ่งในสามจะถูกทิ้งอยู่ในระบบนิเวศ ทั้งยังมีประมาณการว่าภายในปี 2050 จะมีปริมาณพลาสติกมากกว่าปลาในมหาสมุทรบนโลกใบนี้เสียอีก
ยังนับว่าเป็นโชคดีของระบบนิเวศอยู่บ้าง ที่ผู้ผลิตบางรายให้ความสำคัญกับเรื่องลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือปรับให้มาใช้ใหม่ได้ ดังเช่น แบรนด์สกินแคร์ดังจากฝั่งอังกฤษที่ชื่อว่า “LUSH” (ลัช) ซึ่งผลิตบาธบอมบ์, ยาสีฟันเม็ด, แชมพูแบบก้อน, สบู่อาบน้ำเจลลี่, โลชั่น, มาส์กหน้าสด และอีกหลายผลิตภัณฑ์ดูแลความงามแบบไร้แพ็กเกจมาหลายปี
โดย LUSH ก่อตั้งจากร้านเล็ก ๆ แถบชายฝั่งตอนใต้ของประเทศอังกฤษ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ปัจจุบันมีการดำเนินกิจการทั่วโลกกว่า 950 สาขาใน 50 ประเทศ LUSH ก้าวมาเป็นผู้นำกับแนวคิดที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพบวกกับจริยธรรมที่แข็งแกร่งทั้งต่อสิ่งแวดล้อม คน และสัตว์ โดยดำเนินนโยบายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการต่อต้านการทดลองกับสัตว์
ขณะเดียวกัน ยังเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องสำอางชั้นนำของโลกที่สนับสนุนการลดบรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่สามารถขายได้ในรูปแบบ “เปลือย” ให้กับลูกค้า รวมถึงการนำเอากระป๋อง และขวด มารีไซเคิลเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อม
“โม คอนสแตนติน” ผู้ค้นคิดผลิตภัณฑ์ และผู้ร่วมก่อตั้งลัช กล่าวว่าหลายบริษัทหมดเงินกว่า 40-50 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนไปกับบรรจุภัณฑ์ แต่การทำสินค้าในรูปแบบเปลือยบรรจุภัณฑ์นั้นถูกกว่า และสามารถนำเงินมาลงทุนกับส่วนผสมดี ๆ ที่จะใส่ลงในผลิตภัณฑ์ ดีกว่าไปลงทุนกับพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะ ทั้งยังเป็นการสร้างความภูมิใจให้กับลูกค้าว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นที่ซื้อไปสามารถดูแลผิวพรรณด้วยส่วนผสมชั้นเยี่ยม และยังเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ด้วยนโยบายของ LUSH ทำให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขากลายเป็นตำนาน และเป็นข้อพิสูจน์ว่าแพ็กเกจจิ้งไม่ใช่ตัวดึงดูดความสนใจจากลูกค้าเสมอไป แต่เป็นคุณภาพ และการสร้างจุดเด่นให้สินค้าจากวิสัยทัศน์ภายในมากกว่า
ถัดมาอีกตัวอย่างในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นร้านขายของชำชื่อ “Original Unverpackt-OU” ที่ขายสินค้าแบบไร้แพ็กเกจจิ้ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบบแห้ง หรือแบบเหลว ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจำนวนมาก โดยลูกค้าจะต้องนำภาชนะมาใส่สินค้าเอง หรือซื้อได้จากในร้านก็มีให้เลือกมากมาย เช่น ไห, ถุงผ้า, กล่องโลหะ และขวดแก้ว ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อสร้างชีวิตที่ปราศจากสิ่งปฏิกูล
ถึงแม้จะเป็นแนวคิดที่เพิ่มงานยากให้กับทีมงาน เพราะต้องหาผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายที่เข้าใจ และตกลงที่จะขายผลิตภัณฑ์แบบไร้หีบห่อให้ทางร้าน แต่ “OU” ก็มุ่งมั่นในการลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม แนวคิดดังกล่าวยังให้ประโยชน์แก่ลูกค้า เพราะลูกค้าสามารถเลือกปริมาณตามต้องการได้ นอกจากนั้น การไม่มีบรรจุภัณฑ์ยังทำให้ลูกค้าเสียเงินต่อกิโลกรัมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดอีกด้วย
“OU” ทำให้คุณเริ่มใช้ชีวิตที่ปราศจากสิ่งปฏิกูลง่ายกว่าเดิม
หันกลับมามองที่ประเทศไทย “น้ำทิพย์” แบรนด์น้ำดื่มในเครือโคคา-โคลา (ประเทศไทย) ก็ปฏิวัติกลยุทธ์การเป็นน้ำดื่มแบบเดิม ๆ จากขวดพลาสติกแบบหนา มาเป็นขวดนิ่ม ecocrush และไม่ใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (cap seal) วางตนเป็นน้ำดื่มรักษ์โลกมาหลายปี และนับเป็นบริษัทแรกที่สร้างจุดยืนที่แตกต่างในตลาดประเทศไทย
ขวดนิ่มช่วยลดปริมาณพลาสติกในการผลิตขวดลง 35% และหากผู้บริโภคบิดขวดหลังดื่มเสร็จ จะช่วยลดพื้นที่จัดเก็บขยะลงถึง 86% แต่กระนั้น การปฏิวัติขวดน้ำดื่มของน้ำทิพย์ในระยะต้น ๆ ได้รับคำบ่นจากลูกค้าที่เคยชินกับขวดแบบแข็งอยู่จำนวนมาก แต่น้ำทิพย์พยายามอย่างมากในการให้ข้อมูลประชาชนเกี่ยวกับประโยชน์ของขวดนิ่มว่าสามารถช่วยลดทรัพยากรน้ำมัน, ไฟฟ้า และลดพื้นที่ขยะ ทั้งยังทำให้เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพราะบริษัทต้องการลดต้นทุนการผลิต ดังที่ใคร ๆ กล่าวหา
เพราะบริษัทคงไม่ลงทุนในสายการผลิตมากกว่า 700 ล้านบาท ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นเพียงการหวังผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นเพราะเราต้องการช่วยสังคมและช่วยเรื่องความยั่งยืนให้กับโลกต่างหาก
ถึงแม้ตอนนี้ยังมีผู้ผลิตจำนวนไม่มากที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจแบบลดพลาสติกบรรจุภัณฑ์ แต่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ดีกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
หมายเหตุ : หากใครมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ [email protected]
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
