อาการปวดสะโพกหรือข้อสะโพกเป็นหนึ่งในอาการปวดที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมตามช่วงวัยและผู้ที่ใช้งานสะโพกหรือเอวอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนลุก นั่ง เดิน หรือแม้กระทั่งขณะขึ้นบันได ซึ่งหลายครั้งผู้ที่ปวดข้อสะโพกมักจะมองข้ามอาการที่เกิดขึ้น เพียงเพราะคิดว่าเป็นอาการทั่วไป สามารถหายได้เอง แต่การปล่อยอาการปวดและไม่เข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจส่งผลให้เกิดข้อสะโพกเสื่อมได้ วันนี้เราจะพาไปทุกคนไปทำความรู้จักกับอาการปวดข้อสะโพก รวมถึงวิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกเบื้องต้นด้วยตนเองและวิธีทางการแพทย์ เพื่อทำความเข้าใจและเป็นแนวทางการรักษาต่อไป
อาการปวดข้อสะโพก เกิดจากอะไร?
โดยปกติก่อนจะเกิดอาการปวดข้อสะโพก มักจะมีอาการปวดบริเวณอวัยวะอื่นๆ ใกล้เคียงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเข่า อาการปวดร้าวขา รวมถึงยังมีสาเหตุมาจากมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันหรือความผิดปกติและโรคที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ที่อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อข้อต่อสะโพกฉีกขาดหรือได้รับบาดเจ็บ โดยอาการปวดข้อสะโพกจะแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยใหญ่ๆ ดังนี้
พฤติกรรมการใช้ชีวิต
อาการปวดข้อสะโพกที่มาจากสาเหตุพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการนั่ง การนั่งในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งขัดสมาธิบ่อยๆ การนั่งพับเพียบ หรือนั่งยองบ่อยๆ เพราะท่านั่งดังกล่าวสามารถส่งผลให้ข้อสะโพกบิดงอและเกิดแรงอัดในข้อต่อสะโพกได้ ควรเปลี่ยนเป็นการนั่งบนเก้าที่ลำตัวและขาทำมุม 90 องศา หรือลุกเปลี่ยนท่านั่งหรือลุกเดินเป็นระยะ เพื่อถนอมข้อสะโพกและยังเป็นวิธีบรรเทาอาการปวดสะโพกได้
อาการทางสุขภาพ
นอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว อาการปวดสะโพกยังสามารถเกิดจากปัญหาทางสุขภาพดังต่อไปนี้ได้อีกด้วย
- อาการตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น การเล่นกีฬาและทำกิจกรรมบางประเภทที่ใช้งานกล้ามเนื้อและเนื้อเส้นเอ็นที่รองรับสะโพกมากเกินไป อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อเและเส้นเอ็นตึงจนทำให้อักเสบ และรู้สึกปวดบริเวณสะโพกและข้อสะโพกได้
- ข้อต่อสะโพกบวมและอักเสบ บริเวณข้อต่อของร่างกายจะมีของเหลวที่ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานและเพิ่มความหล่อลื่นบริเวณข้อต่ออยู่ คือถุงเบอร์ซา (Bursa) หากของเหลวประเภทนี้เกิดการอักเสบ อาจส่งผลให้รู้สึกปวดสะโพกและข้อต่อได้
- เส้นเอ็นบริเวณสะโพกอักเสบ อาการอักเสบหรืออาการตึงของเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ยึดกระดูกและกล้ามเนื้อ สามารถส่งผลให้เกิดอาการปวดได้
- กระดูกสะโพกหัก ในผู้สูงอายุนอกจากระบบต่างๆ ในร่างกายจะเสื่อมสภาพลงตามอายุแล้ว ยังมีแนวโน้มที่กระดูกจะเปราะและแตกหักได้ง่ายด้วย
- สะโพกฉีก เกิดจากการใช้งานสะโพกหนักเกินไป เป็นอาการฉีกขาดของกระดูกอ่อนบริเวณสะโพก (Labrum)
- โรคที่เกี่ยวข้องกับไขข้อ หรือโรคข้ออักเสบชนิดต่างๆ มักจะมีอาการอักเสบบริเวณข้อต่อและกระดูกอ่อนของสะโพก
วิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพก
สำหรับใครที่มีอาการปวดสะโพกหรือข้อสะโพกที่ยังไม่รุนแรง สามารถใช้วิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการปวดสะโพกหรือข้อสะโพกรุนแรง แนะนำให้พบแพทย์เพื่อให้สาเหตุและวิธีการรักษาที่ถูกต้องจะเหมาะสมที่สุด
วิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกเบื้องต้นด้วยตนเอง
- ลดการเคลื่อนไหวสะโพก
หากเกิดอาการปวดสะโพกหรือข้อสะโพก แนะนำให้ลดการเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลให้เกิดแรงกดทับที่สะโพก หรือที่ทำให้เกิดการงอ เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งท่าสมาธิ การนั่งยอง การนั่งอยู่กับที่เป็นระยะเวลานาน และการนอนตะแคง เป็นต้น
- การประคบร้อน – เย็น
การประคบร้อน – เย็น เป็นวิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกเบื้องต้น โดยสามารถใช้วิธีประคบร้อนด้วยน้ำอุ่น หรือถุงประคบร้อน และประคบเย็น โดยใช้ผ้าและน้ำแข็ง ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและบรรเทาอาการปวดได้
- บริหารร่างกาย
ในกรณีที่มีอาการปวดสะโพกหรือบริเวณหลังสะโพกที่มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อ สามารถทำการบริหารร่างกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อหลังให้มีความแข็งแรงขึ้นได้ และยังช่วยลดการตึงเครียดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้ด้วย
วิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพก และการรักษาทางการแพทย์
- การใช้ยาบรรเทาอาการปวด
วิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกวิธีแรก สำหรับผู้ที่มีอาการไม่ร้ายแรงและอาการปวดไม่รุนแรงมาก แพทย์จะแนะนำให้ทานยาแก้ปวดบางชนิด เช่น อะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) แอสไพริน (Aspirin) และ ไอบูโฟรเฟน (Ibuprofen) ซึ่งผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษา และได้รับการปรึกษาจากแพทย์และเภสักรก่อนใช้งานทุกครั้ง
- การทำกายภาพบำบัด
อีกหนึ่งวิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกที่แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการรักษาร่วมกับการทานยาคือการทำกายภาพบำบัด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อต่อ ปรับข้อสะโพกให้กลับสมดุล ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพราะหากทำผิดวิธีอาจส่งผลให้อาการปวดรุนแรงขึ้น
- การฉีดสเตียรอยด์
ในกรณีที่มีอาการปวดสะโพกรุนแรง หากทานยาแก้ปวดและทำกายภาพบำบัดแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดอาการอักเสบ ซึ่งการฉีดสเตียรอยด์เป็นวิธีบรรเทาอาการปวดข้อสะโพกชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งถ้าหากฉีดแล้ว 2-3 ครั้ง แต่อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดเป็นขั้นตอนต่อไป
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม แพทย์จะแนะนำเมื่อผู้ป่วยได้รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น โดยเป็นการนำเอาส่วนของข้อต่สะโพกเดิมที่เสื่อมสภาพ กระดูกตายหรือกระดูกที่แตกหักออก และใส่ข้อสะโพกเทียม (Prosthesis) เข้าไปแทนที่ โดยข้อสะโพกเทียมมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 – 25 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ จะเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุประมาณ 60 – 80 ปี
อาการปวดสะโพกเกิดได้จากหลายสาเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิต โรคประจำตัว หรือได้รับการบาดเจ็บที่สะโพก ซึ่งอาการปวดก็ยังเกิดได้หลายส่วน ทั้งส่วนของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อ หากเกิดอาการเจ็บปวดหรือความผิดปกติในการเคลื่อนไหวบริเวณสะโพกขึ้น แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป ที่ KDMS Hospital โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข เรามีแพทย์ที่มีความรู้มากประสบการณ์ด้านกระดูกและข้อต่อในร่างกาย พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมแผนการรักษาผ่าตัดข้อสะโพกราคาที่เหมาะสม สามารถขอคำปรึกษาและวางแผนแนวทางการรักษาได้ที่ KDMS Hospital ติดต่อสอบถาม โทร. 02-080-8999 หรือแอดไลน์ @kdmshospital