ราคาน้ำมันดิบ (7 มี.ค. 67) ปรับเพิ่ม จากสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากสต๊อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด
วันที่ 7 มีนาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 มี.ค. 67 ปรับเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 448.5 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 มี.ค. 2567 อยู่ที่ 79.13 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.98 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 82.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสภาคองเกรสในวันที่ 6 มี.ค.ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้หากเศรษฐกิจมีการปรับตัวตามที่เฟดคาดการณ์ โดยยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะปรับลดลงเมื่อใด เนื่องจากการควบคุมภาวะเงินเฟ้อนั้นยังคงไม่แน่นอน และเผชิญความเสี่ยงหากปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วหรือช้าเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐได้
สงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยล่าสุดสหรัฐได้เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ออกมติให้มีการหยุดยิงทันที 6 สัปดาห์ในกาซา รวมทั้งฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ในกาซาเช่นกัน
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันเบนซินของอินโดนีเซียที่ถูกจำกัด หลังจากที่โรงกลั่นภายในประเทศกลับมาดำเนินการผลิตเต็มกำลัง ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำมันก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาล Eid al-Fitr มีแนวโน้มอ่อนตัวลงมากกว่าปีที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูงจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นจากช่วงปิดซ่อมบำรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่าอุปสงค์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวมากขึ้น
