เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

ปิดฉาก “อาเซียน-ออสเตรเลีย” สร้างความเชื่อมโยง 4 มิติ

10 มี.ค. 2567 | 14:34น.
อาเซียน-ออสเตรเลีย

ปิดฉากไปแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน สมัยพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-ออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 4-6 มี.ค. 2567 ที่นครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พร้อมคณะนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ เข้าร่วม

3 เสาหลักอาเซียน

อาเซียน-ออสเตรเลีย นับได้ว่ามีความสำคัญที่เชื่อมโยงต่อ “อาเซียนและไทย” เพราะไม่เพียงเป็นตลาดการค้าที่มีมูลค่าถึง 178,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และคิดเป็น 15% ของการค้าทั้งหมดของออสเตรเลีย แต่ยังเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนกับอาเซียนมีมูลค่า 307,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ASEAN-Australia Cooperation under ASEAN’s Three Community Pillars” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ 3 เสาหลัก คือ การเมืองและความมั่นคง, เศรษฐกิจ, สังคมและวัฒนธรรม

นายเศรษฐากล่าวว่า ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ได้กล่าวถึงสิ่งที่ประเทศไทยผลักดัน 2 เรื่องหลัก คือ การสร้างความเชื่อมโยงในมิติต่าง ๆ ทั้งการค้าการลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ไร้รอยต่อ, ด้านดิจิทัล และด้านประชาชน การติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างประชาชนผ่านการส่งเสริม Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการช่วยเหลือด้านการเชื่อมโยงการตรวจลงตราระหว่างกัน

และการผลักดันเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ที่ไทยสามารถร่วมกับออสเตรเลีย ทำให้เกิดระบบนิเวศ EV ครบวงจร รวมถึงการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนประเด็นการส่งเสริมวาระสีเขียวในภูมิภาค

ความเชื่อมโยง 4 ด้าน

สำหรับความเชื่อมโยงมิติต่าง ๆ นั้น จะแบ่งได้ 4 ด้านหลัก กล่าวคือ 1.ความเชื่อมโยงการค้าและด้านการลงทุน ซึ่งจะส่งเสริมมูลค่าทางการค้าระหว่างกัน จากข้อตกลงการค้าเสรี ทั้งกรอบ RCEP และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area : AANZFTA) ซึ่งในปี 2566 มีการส่งออกไทยไปยังออสเตรเลียโดยใช้สิทธิประโยชน์ถึง 10,239 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งออกไปยังนิวซีแลนด์อีก 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ

2.ความเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการขนส่งอย่างไร้รอยต่อ โดยเสนอให้ออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือกับอาเซียน ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาเอกสารแนวทางสำหรับท่าเรืออัจฉริยะ รวมทั้งเชิญชวนออสเตรเลียเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการ Landbridge EEC ระบบขนส่งทางราง และสนามบิน

3.ความเชื่อมโยงด้านดิจิทัล ผ่านการลงทุนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันอาเซียนกำลังพัฒนากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ที่ถือเป็นกรอบข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลฉบับแรกของโลก

และคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนได้ 2 เท่า เป็น 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมหวังว่าออสเตรเลียจะใช้ข้อริเริ่มออสเตรเลียสำหรับอาเซียน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลในอนาคตด้วย

4.ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนด้วย Soft Power และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ต้องการการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควบคู่กับการส่งเสริมการไปมาหาสู่ระหว่างกันของประชาชน ซึ่งไทยหวังว่าทุนจากออสเตรเลียที่มอบให้นักเรียนในอาเซียน และการจัดตั้งศูนย์ ASEAN-Australia จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม ระหว่างกันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งหวังว่าออสเตรเลียจะอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าให้กับประเทศในอาเซียนให้สะดวกมากยิ่งขึ้น

สรุป “ถ้อยแถลงนายกฯ”

โดยในถ้อยแถลงที่นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อหน้าผู้นำอาเซียน-ออสเตรเลีย ระบุว่า ไทยเชื่อมั่นว่าความมั่นคงในภูมิภาค ภูมิทัศน์ของโลก และการร่วมกันจัดการกับข้อห่วงกังวลร่วมกัน จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้

โดยความจำเป็นท้าทายที่สำคัญ คือ 1.จำเป็นต้องส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ เชื่อว่าทุกคนมีวิสัยทัศน์เดียวกันคือภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรี เปิดกว้าง ยึดตามกฎและครอบคลุม

โดยยินดีที่สหรัฐและจีน ให้ไทยเป็นเวทีสำหรับหารือเพื่อรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ นอกจากนี้ต้องเสริมสร้างสถาบันระดับภูมิภาค และพหุภาคี เพื่อส่งเสริมการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น หวังว่าออสเตรเลียจะสนับสนุนกลไกของอาเซียน รวมถึงการมีส่วนร่วมของ AUKUS และ Quad

“อินโดแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ ที่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองขึ้นอยู่กับการเดินเรือที่เสรี เปิดกว้าง และเป็นไปตามกฎ จึงยินดีให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลและความร่วมมือด้านอื่นภายใต้ The ASEAN Outlook ในส่วนของตะวันออกกลาง มีความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในฉนวนกาซา จึงย้ำข้อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและการสู้รบ เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันที รวมทั้งคนไทย”

ขณะที่สถานการณ์ในเมียนมา เชื่อว่าทางออกที่สันติ มั่นคง และเป็นหนึ่งเดียวของเมียนมาคือทางออกด้านการเมือง ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไทยได้ริเริ่มโครงการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันของอาเซียน ในการผลักดันฉันทามติ 5 ข้อ หวังว่าจะเป็นเส้นทางสู่การเจรจาที่สร้างสรรค์ และเป็นเวทีสำหรับการมีส่วนร่วมของเมียนมากับประชาคมระหว่างประเทศ

2.ความจำเป็นในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องป้องกันเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานด้วยการกระจายตลาดและการลงทุน

โดยอาเซียนและออสเตรเลียสามารถเสริมจุดแข็งของกันและกัน เพื่อยกระดับความมั่นคงของมนุษย์โดยเฉพาะด้านสุขภาพ และความมั่นคงด้านอาหาร ประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนการพัฒนาที่สำคัญอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อว่าการสนับสนุน และการมีส่วนร่วมของออสเตรเลียในการเสริมสร้างศักยภาพและสนับสนุนเครือข่ายของหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงผ่านกระบวนการบาหลี มีความจำเป็นอย่างมาก และ

3.ความจำเป็นในความร่วมมือเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นความท้าทายที่ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน เราต้องพยายามเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากขึ้น มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดชั้นนำ และเป็นศูนย์กลางของรถยนต์ไฟฟ้า

เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด

“ในส่วนของไทยได้เพิ่มการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน มีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 50% ภายในปี 2040 รวมทั้งออกพันธบัตรด้านความยั่งยืน และได้ระดมทุนไปแล้ว 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายเร่งด่วนอีกประการ คือ ปัญหา PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน

โดยไทยร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน จัดทำแผนปฏิบัติการฟ้าใสร่วมกัน ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ที่หวังว่าจะได้ร่วมมือกับออสเตรเลียในด้านนี้”

และที่สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ ไม่เพียงพบหารือกับภาครัฐเท่านั้น แต่นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับเอกชน 6 บริษัทสำคัญคู่ขนานด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Fortescue บริษัทเหมืองท็อป 4 ของโลก ที่ให้ความสนใจที่จะลงทุน พลังงานสะอาด แบตเตอรี่ ไฮโดรเจน กรีนไฮโดรเจน ซึ่งจะนำมาสู่การพลิกโฉมอนาคตของประเทศอีกด้วย