เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สทนช.เร่งระบายน้ำ “องครักษ์” 3 เส้นทาง คาด 7 วันคลี่คลาย
Economic สทนช.เร่งระบายน้ำ “องครักษ์” 3 เส้นทาง คาด 7 วันคลี่คลาย
“Thai SELECT” ปักหมุดปูซาน พาณิชย์มอบตรา 3 ร้าน ดันอาหารไทยเจาะตลาดเกาหลีใต้
Economic “Thai SELECT” ปักหมุดปูซาน พาณิชย์มอบตรา 3 ร้าน ดันอาหารไทยเจาะตลาดเกาหลีใต้
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 66,900 บาท
เกษตรฯ เดินหน้าปรับปรุงชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง รับมือน้ำท่วม-แล้ง
Economic เกษตรฯ เดินหน้าปรับปรุงชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง รับมือน้ำท่วม-แล้ง
นายกฯ ​กำชับ ครม.ให้พร้อมศึกซักฟอก จ่อจัด ‘ครม.สัญจร’ อุดรฯ 3 พ.ย.​
Politics นายกฯ ​กำชับ ครม.ให้พร้อมศึกซักฟอก จ่อจัด ‘ครม.สัญจร’ อุดรฯ 3 พ.ย.​
ผู้นำ IMF แนะไทย ค้าขายกับเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้น ทางรอดยุคโลกผันผวน
World ผู้นำ IMF แนะไทย ค้าขายกับเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้น ทางรอดยุคโลกผันผวน
เช็กสเปก – ราคา แว่นเอไอ Ray-Ban META เปิดขายทางการในไทย
Tech เช็กสเปก – ราคา แว่นเอไอ Ray-Ban META เปิดขายทางการในไทย
SCG CBM ทดลองใช้หน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ รับเป้า Net Zero 2050
SD SCG CBM ทดลองใช้หน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ รับเป้า Net Zero 2050
อนุทิน ชี้ต้องดูกฎหมาย ปมคุมงบ ‘ไทยพีบีเอส’ หลังมีเสียงไม่เห็นด้วย
Politics อนุทิน ชี้ต้องดูกฎหมาย ปมคุมงบ ‘ไทยพีบีเอส’ หลังมีเสียงไม่เห็นด้วย
แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค. วันนวมินทรมหาราช
SD แสนสิริ สานต่อจิตอาสาผู้พิการ 13 ต.ค. วันนวมินทรมหาราช
ดูทั้งหมด

ผลกระทบจาก “สหรัฐ-จีน” ทุบค่าเงินมาเลย์ต่ำสุดรอบ 26 ปี

13 มี.ค. 2567 | 09:45น.
MALAYSIA-ECONOMY-RATE
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เงินริงกิตของมาเลเซียอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 26 ปี เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยร่วงลงมาอยู่ที่ 4.7965 ริงกิตต่อดอลลาร์ อันเป็นค่าต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤต “ต้มยำกุ้ง” ในช่วงระหว่างปี 1997-1998

“อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยอมรับในอีก 3 วันต่อมาว่า สถานการณ์ “น่าวิตก” แต่ยังคงยืนยันว่าทุกอย่าง “ยังคงอยู่ในความควบคุม”

ต่อมาในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ กระทรวงการคลังมาเลเซียแถลงอย่างเป็นทางการว่า “ธนาคารเนการา” หรือแบงก์ชาติของมาเลเซีย เตรียมการพร้อมที่จะปกป้องค่าเงินริงกิต โดยการเทขายทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่เป็นดอลลาร์ออกมาจำนวนหนึ่ง

ถึงวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ริงกิตเริ่มขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย มาอยู่ที่ 4.682 ริงกิตต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทางการมาเลเซียเน้นย้ำว่า ระดับอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศซึ่งมีแนวโน้มที่ดี และชี้ว่าริงกิตอยู่ในสภาวะอ่อนค่าเกินจริงไปไม่น้อย

สถานการณ์ของค่าเงินริงกิตในเวลานี้ทำให้หลายคนหวนคิดไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เมื่อค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.8850 ริงกิตต่อดอลลาร์ ในวันที่ 7 มกราคม 1998 สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์การเงินในไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ในปีก่อนหน้า

มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในเวลานั้น จำเป็นต้องประกาศมาตรการออกมาปกป้องค่าเงิน รวมทั้งการยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว และประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุน หรือแคปิตอล คอนโทรล ที่รู้จักกันดีในเวลาต่อมา

ค่าเงินริงกิตในยามนี้กลายเป็นข้อกังขาว่า เกิดอะไรขึ้นที่มาเลเซียหรือไม่ ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงต่อเนื่องตั้งแต่กลางปีที่แล้วเพราะอะไรกันแน่ สถานการณ์ของประเทศกำลังหวนกลับไปเหมือนเมื่อครั้งเกิดวิกฤตเมื่อกว่า 20 ปีก่อนหรือไม่

แม้ว่า ทั้งทางการมาเลเซียและบรรดานักวิเคราะห์ออกมายืนยันตรงกันว่า สถานการณ์ในมาเลเซียในยามนี้แตกต่างอย่างใหญ่หลวงกับเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แต่ในเวลาเดียวกันก็ยอมรับตรงกันเช่นกันว่า การที่เงินริงกิตที่อ่อนค่าลงมากถึงระดับนี้ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

เพราะการที่ค่าเงินอ่อนค่าลงมาก ๆ สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้โดยตรง

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ริงกิตอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องทั้งในปีที่แล้วมาจนถึงต้นปีนี้ ก็คือการที่อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาอยู่ระดับสูงที่สุดในรอบ 23 ปี ซึ่งส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากมาเลเซียเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า ส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินริงกิตที่ถูกนำออกมาขายแลกเป็นดอลลาร์ ขณะเดียวกัน แนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และส่อเค้ายืดเยื้อในจีนก็กลายเป็นแรงกดดันสมทบต่อค่าเงินริงกิตเป็นสำคัญ

ในส่วนของมาเลเซียเอง ภาวะดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลมาตลอด ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ตัวเลขของทางการแสดงให้เห็นว่า ในช่วง 3 เดือนระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2023 ภาวะเกินดุลของมาเลเซียลดลงเหลือเพียง 253.4 ล้านริงกิต เป็นการลดลงมากถึง 97% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า

นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมริงกิตถึงมีแรงกดดันมากกว่ารูเปียห์ของอินโดนีเซีย หรือเงินด่องของเวียดนามที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาพอ ๆ กัน

ทางการมาเลเซียทางหนึ่งพยายามดึงเงินทุนกลับเข้าประเทศ โดยการ “ประสานงานกันอย่างเข้มข้น” กับบริษัทที่เชื่อมโยงอยู่กับรัฐ ให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศกลับเข้ามาเลเซีย เพื่อแลกเป็นเงินริงกิต ในอีกทางหนึ่ง ทางธนาคารเนการาก็ “พร้อมเสมอ” ที่จะยับยั้งไม่ให้ค่าเงินริงกิตผันผวนและอ่อนค่าลงไปมากกว่านี้ รวมทั้งการเทขายทุนสำรองที่เป็นดอลลาร์ออกมา

“ริชาร์ด บุลล็อก” จากนิวตัน อินเวสต์เมนต์ เชื่อว่าทางแบงก์ชาติมาเลเซียไม่ต้องการให้การอ่อนค่าของริงกิต ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่อง และอ่อนค่ามากไปกว่านี้ อาจกดดันให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อในมาเลเซียขึ้นมาอีกครั้ง เพราะการที่ริงกิตอ่อนค่า แม้จะเป็นผลดีต่อการส่งออกก็จริง แต่ปัญหาก็คือสินค้านำเข้าทั้งหลายก็จะสูงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยนไปด้วย ทำให้สินค้าและบริการในประเทศขยับปรับสูงขึ้นตามมา

บริดเจ็ท เวลช์ นักวิจัยกิตติมศักดิ์ประจำสถาบันวิจัยเอเชีย ระบุเช่นกันว่า ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของมาเลเซียในเวลานี้ก็คือ “อัตราเงินเฟ้อ” โดยเฉพาะในสินค้าหมวดที่เป็นอาหารที่ราคาจะสูงขึ้นจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า สถานการณ์ของเงินริงกิตจะดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยคาดกันว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาลง ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงเดือนกันยายน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ต่ำลง บางคนถึงกับย้ำว่า ในเวลานี้แม้ค่าเงินริงกิตจะไม่กระเตื้องขึ้นมากมายนัก แต่ก็ซื้อขายกันเป็นปกติ ไม่มีการผันผวนรุนแรง

ส่อให้เห็นว่า ภาวะเลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วนั่นเอง