วังหิ่งห้อย กินดื่มอย่างสุนทรีย์ มีคอนเซ็ปต์-
18 เดือน คือเวลาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งจะเปิดให้บริการ ได้ยินแบบนี้ก็น่าสงสัยว่า เพราะอะไรจึงเปิดแค่ 18 เดือน
จะด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบ แต่ต้องชื่นชมในคอนเซ็ปต์ที่เจ้าของร้านคิดขึ้นมา ซึ่งเล่นกับเวลา 18 เดือนได้อย่างไอเดียบรรเจิด
เวลา 18 เดือน เป็นเวลาเท่ากับวงจรชีวิตของหิ่งห้อยหนึ่งตัว ร้านอาหารร้านนี้จึงมีชื่อว่า “วังหิ่งห้อย” แต่ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเท่านั้น ที่นี่เขามีหิ่งห้อยตัวเป็น ๆ ให้ดูจริง
วังหิ่งห้อย ตั้งอยู่ในพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร บริเวณสนามกอล์ฟเก่าย่านอาร์ซีเอ ติดกับทางรถไฟ เป็นร้านอาหารแนวคิดธรรมชาติ ที่นอกจากจำลองป่าและเลี้ยงหิ่งห้อยแล้ว ยังมีธีมการนำเสนอแบบหมุนเวียน เล่นกับธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งจะหมุนเวียนกันไปจนครบ 4 ธาตุ
ร้านนี้แบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่
1.โซนศิลปะ หรือ Grow Museum จัดแสดงผลงานศิลปะตามแนวคิดธาตุแห่งชีวิตที่จะหมุนเวียนไป ในช่วง 4 เดือนแรกเป็นธีมดิน นำเสนอผลงานของอาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ แห่ง “ดอยดินแดง” ศิลปินผู้เต็มไปด้วยประสบการณ์ในการสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผา
2.ธรรมชาติ เมื่อก้าวผ่านกำแพงดินแล้วจะพบกับสัญญะดิน น้ำ ลม ไฟ และมีต้นไม้เขียวทำให้เย็นตา มีห้องกระจกระบบปิดจำลองความสวยงามและความสมบูรณ์ของป่ามาไว้บริเวณใจกลางร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึงเกือบครึ่งของพื้นที่ทั้งหมด
3. ห้องอาหาร ที่นั่งหลากหลายมุม ตกแต่งด้วยโทนสีเรียบง่ายดูเป็นธรรมชาติ กับแสงสลัวแห่งบรรยากาศมื้อค่ำ

4. ห้องดูหิ่งห้อย ที่นี่เลี้ยงหิ่งห้อยกว่า
300 ตัว มีห้องสำหรับเข้าไปนั่งชมหิ่งห้อยและฟังบรรยายเรื่องราววงจรชีวิตของหิ่งห้อย ให้ได้รู้จักแมลงตัวเล็ก ๆ นี้มากขึ้น
คอนเซ็ปต์การนำเสนอตามธีมธาตุต่าง ๆ ที่ว่า ไม่ได้มีเพียงแค่การประดับตกแต่งเท่านั้น แต่รายการอาหารก็จะปรับไปตามธาตุต่าง ๆ ด้วย
สำหรับธีมแรก “ดิน” ประกอบด้วย
Amuse-bouche ของว่างเรียกน้ำย่อย ประกอบด้วย ลาบดิบ เมี่ยงคำในกลีบบัว ทะเลอบ ตับไก่บนขนมปังชาโคล
เสิร์ฟบนขอนไม้อย่างสวยงามแปลกตา
Pork rib satay ซี่โครงหมูตุ๋นจนเปื่อยกับเครื่องเทศสะเต๊ะหอม ๆ เสิร์ฟคู่กับกระเทียม ถั่วพิสตาเชีย และแตงกวาดอง
Savoury sea bass cake ห่อหมกทะเลที่ใช้พริกแกงเขียวหวานแทนพริกแกงสีส้ม ทำเป็นรูปทรงเค้ก เห็นตอนแรกนึกว่าเป็นของหวาน พอลิ้มรสถึงรู้ว่าเป็นห่อหมกทะเล
WHH Tom yum tiger prawn ต้มยำกุ้งลายเสือรสชาติเบา ๆ ออกหวาน น้ำข้น ๆ สีส้มที่เห็นนั้นไม่ได้ใช้พริกเผา แต่เป็นสีและรสชาติที่ได้จากการนำกุ้งทั้งตัวไปเคี่ยวนาน 48 ชั่วโมง และนำทั้งหมดไปปั่นรวมกัน ได้น้ำข้น ๆ และรสชาติจากกุ้งจริง ๆ ปรุงรสเพิ่มนิดหน่อย
Pomelo garden หรือยำส้มโอ ที่ใช้ส้มโอ 2 สายพันธุ์ เปรี้ยวอมหวาน ราดด้วยน้ำยำรสหวาน โรยหน้าด้วยหอมแดงทอดกรอบ เมนูนี้อร่อยสดชื่นดี
Spicy duck confit แกงเผ็ดเป็ดย่าง ที่ตุ๋นเป็ดจนเปื่อยแล้วนำไปย่างให้หนังกรอบ วางลงบนน้ำแกงเผ็ดข้น ๆ ที่รสชาติไม่เข้ม กินง่ายสำหรับคนที่ไม่ชอบอาหารรสจัด
Young coconut panna cotta พานาคอตตามะพร้าวอ่อนรสชาติละมุน ๆ
ปิดท้ายด้วย Thai charcoal pudding ขนมเปียกปูนเคลือบไวท์ช็อกโกแลต ตกแต่งด้วยคู่กับครัมเบิลงาดำที่จำลองให้เป็นดิน เสิร์ฟมาในกล่องไม้ สวยงามน่ากิน
หากใครให้ความสำคัญกับบรรยากาศ ความสุนทรีย์ ความผ่อนคลายในการทานอาหาร ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจ
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
