ถอดบทเรียนความสำเร็จ‘คริมสันเอ็ดดูเคชั่น’ ที่ปรึกษาด้านการเตรียมความพร้อมและสมัครเข้าศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ผุด 23 สาขา ภายใต้การนำทีมของ เจมี่ บีตัน (Jamie Beaton) พร้อมเผยหมัดเด็ดพิชิตมหาวิทยาลัยท็อปโลก

เจมี่ บีตัน (Jamie Beaton) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น (Crimson Education) เล่าถึงเรื่องราวเบื้องหลังการก่อตั้ง คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น และแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นธุรกิจ ว่า ย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็ก การได้รับการตอบรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Harvard นับเป็นความฝันของนักเรียนมัธยมฯ ปลายหลายล้านคน รวมถึงเด็กชายจากนิวซีแลนด์อย่างเขา ที่มีความพยายามในการเตรียมตัวอย่างหนักตลอดช่วงชีวิตในโรงเรียนมัธยมฯ และพร้อมทั้งทำกิจกรรมนอกหลักสูตรหรือ extracurricular มากมาย เป็นผลให้เขาได้รับการตอบรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำถึง 25 แห่ง โดยปัจจุบันคุณเจมี่ได้รับปริญามากถึง 9 ใบ จากมหาวิทยาลัย Harvard, Stanford, Oxford, UPenn, Yale และอีกหลายแห่ง
จากความสำเร็จครั้งนั้น จุดประกายให้เจมี่ต้องการผลักดันให้เด็กคนอื่นๆ มีทางเลือกในการศึกษาแบบเดียวกัน นำมาสู่การก่อตั้ง คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น ขึ้นครั้งแรก ที่ ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อปี 2013 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของนักเรียนให้ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก
คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น คือที่ปรึกษาสำหรับการเตรียมความพร้อมการสมัครเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในเครือ Ivy League ของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย Brown University, Columbia University, Cornell University, Dartmouth College, Harvard University, Princeton University, University of Pennsylvania (“UPenn”) และ Yale University รวมไปถึง มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร อาทิ Oxbridge และ G5 ซึ่งประกอบด้วย University of Oxford, University of Cambridge, Imperial College London, London School of Economics and Political Science (LSE) และ University College London (UCL) โดยคริมสันจะทำการจับคู่นักเรียนกับที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ตรงในการสมัครเรียนในสาขาที่ทางนักเรียนสนใจและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่นักเรียนต้องการสมัครพร้อมด้วยทีมติวเตอร์ที่เข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียนที่จะช่วยซัพพอร์ตนักเรียนตั้งแต่ การค้นหาสาขาวิชาที่เหมาะสมกับผู้เรียน การวางแผน กลยุทธ์การสมัคร การวางไทม์ไลน์ในการเตรียมตัว การเตรียมความพร้อมทางด้านวิชาการและกิจกรรมนอกหลักสูตร ตลอดจนการสอบสัมภาษณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนสามารถมุ่งสู่เป้าหมายเข้าศึกษาต่อในสถาบันชั้นนำระดับโลก ปัจจุบัน คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น มีสาขามากถึง 23 สาขาทั่วโลก ช่วยนักเรียนให้ถึงจุดหมายได้เข้าเรียนใน Ivy League, Oxford, Cambridge และมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ
“คริมสันอยากให้เด็กดึงศักยภาพของตัวเองออกมา ได้รับการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่เขาต้องการจริงๆ และยังมองว่าหลังจากนั้นเราช่วยให้เด็กได้งาน ได้อนาคตที่ดีด้วย ซึ่งการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยเริ่มต้น ในส่วนบริการ คริมสันไม่ได้ช่วยให้นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้เด็กค้นพบตัวเองในระหว่างที่เป็นนักเรียนของคริมสัน โดยเราได้ให้โอกาสพวกเขาได้ฝึกงานในบริษัทระดับโลกอย่าง Uber และ Ferrari เป็นต้น” ซีอีโอ คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น เผย
4 กลยุทธ์ยืนหนึ่งที่ปรึกษาเข้ามหาวิทยาลัยโลก
ปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาด้านการเรียนต่อต่างประเทศ นับเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก อย่างไรก็ตาม คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น สามารถสร้างความโดดเด่นได้ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่าง ดังนี้
1.ทีมงานและความพร้อม คริมสันมีทีมงานที่เรียกว่าเป็น strategist หรือ counselor ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนและผู้ปกครอง ทุกคนผ่านการคัดโปรไฟล์ว่าเคยศึกษาต่อหรือจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปไม่ต่ำกว่า 30 ของโลก ไม่ว่าจะเป็นในเครือ Ivy League, Oxford, Cambridge และกลุ่มมหาวิทยาลัยชื่อดังใน US-UK ทั้งหมด โดยจะคัดผู้ที่มีประสบการณ์ตรงที่จบการศึกษามาแล้ว เข้ามาเป็นคนสอนและให้คำปรึกษากับนักเรียนรุ่นใหม่ นอกจากนี้คริมสันยังมี อดีตกรรมการในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy league และมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับคริมสัน เข้ามาช่วยให้คำแนะนำเด็กว่า ใบสมัครของนักเรียนในมุมมองของเขาเป็นแบบไหน อะไรที่ดี อะไรที่ขาด ต้องเพิ่มเติมตรงไหนเพื่อให้ได้การตอบรับเข้าศึกษาต่อ
2.การบริการ หรือโปรแกรมเสริม คริมสันจะทำการดึงโปรไฟล์ และดึงศักยภาพทั้งหมดของเด็กออกมา ผ่านกิจกรรมเสริมต่างๆ อาทิ การฝึกงานในบริษัทระดับโลก การทำโปรเจกต์หรือกิจกรรมนอกหลักสูตร เช่น หากเด็กอยากทำพอดแคสต์ โปรแกรมมิ่ง เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ฯลฯ คริมสันก็จะมีทีมงานช่วยดูแลและให้คำแนะนำให้เด็กสามารถทำโปรเจกต์นั้นออกมาจนออกสู่ตลาดได้จริงๆ
3.การใช้ Technology, AI และ Data คริมสันมีการนำ AI เข้ามาช่วยในการประเมินผล ตัวอย่างเช่น หลังจากเด็กเขียน Essay ส่งมา AI จะช่วยวิเคราะห์เรื่องแกรมม่าว่าเป็นอย่างไร ถูกผิดมากน้อยแค่ไหน หรือการจับคู่ strategist กับนักเรียนที่จะทำงานร่วมกันก็ผ่านการทำบททดสอบและประเมินผลความเหมาะสมผ่าน AI เช่นกัน และยังมี Crimson App ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงทีมงานของคริมสัน สามารถดูความคืบหน้าในการทำงานร่วมกันได้ ตรวจสอบว่าแผนกลยุทธ์เป็นอย่างไร สามารถเข้าถึงคลังข้อมูล หนังสือ บทความวิชาการ ทำ Mock Test ทุกอย่างรวมอยู่ในแอปพลิเคชันทั้งหมด นอกจากนี้คริมสันยังมีการใช้ Big Data ข้อมูลการสมัครเรียนของเด็กนักเรียน Crimson จากหลายประเทศทั่วโลกในทุกๆปีที่ผ่านมา ในการประมวลผลประกอบการกำหนดกลยุทธ์ในการเตรียมโปรไฟล์ของเด็กในทุกๆปี เพื่อโอกาสการได้รับการตอบรับสมัครเข้าศึกษาต่อที่มากขึ้น
4.ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้บริหาร ปัจจุบันเจมี่กำลังเรียนปริญญาใบที่ 10 ที่ Princeton University และฟางโจว Co-Founder อีกคน กำลังเรียนปริญญาใบที่ 6 ที่ Harvard Kennedy School ทั้งสองต่างผ่านการสมัครมหาวิทยาลัย และเรียนรู้จากที่ต่างๆ เพื่อนำประสบการณ์ของตัวเองเข้ามาช่วยสนับสนุนเด็ก ณ ปัจจุบันเจมี่และฟางโจวยังคงเป็นที่ปรึกษา (Mentor) ช่วยให้คำแนะนำกับเด็กนักเรียนของคริมสันด้วยตัวเอง

โค้ชเด็กแบบตัวต่อตัว
คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น มีแนวทางและบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของนักเรียนแต่ละคนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน ทั้งทางวัฒนธรรมและการศึกษา โดยนักเรียนทุกคนที่เข้ามาจากแต่ละประเทศ จะมีผู้ดูแลประสานงานเป็นคนท้องถิ่น ด้วยความที่เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน ดังนั้น คริมสันจึงให้คำปรึกษาและดูแลเด็กนักเรียนแบบตัวต่อตัว
“ยกตัวอย่าง หากเด็กอยากเรียนทางวิศวกรรมศาสตร์ ที่ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ซึ่งดังเรื่องวิศวกรรมอยู่แล้ว ทางคริมสันก็จะทำหน้าที่หาเมนเทอร์หรือคนที่เรียนจบวิศวะจาก MIT เพื่อทำโปรแกรมส่วนตัวให้กับเด็กคนนั้น และทำ One-on-One Coaching จุดนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเน้นย้ำกับกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครองเสมอว่า ทุกโปรแกรมของคริมสัน เราปรับแต่งให้เข้ากับตัวบุคคล ตัวนักเรียน และผู้ปกครองจริงๆ”
นอกจากนี้ เจมี่ บีตัน ยังบอกด้วยว่า คริมสันเป็นบริษัทไม่กี่แห่งที่ซีอีโอยังคงเข้ามาช่วยนักเรียนด้วยตัวเอง โดยทุกคนที่เป็นระดับผู้บริหาร ร่วมทำงานกับนักเรียนเองทุกคน ทำให้เข้าใจอยู่ตลอดว่าการแข่งขันเป็นอย่างไร ปัญหาที่นักเรียนเจอทั่วโลกมีอะไรบ้าง เพราะมีการสื่อสารพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับนักเรียนอยู่เสมอ
ความสำเร็จของนักเรียนคริมสัน
คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น รับประกันคุณภาพและประสิทธิผลของคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ที่มอบให้กับนักเรียนที่มองหาโอกาสในการศึกษาระดับสูง ด้วยทีมงานที่ปรึกษาคุณภาพผู้จบการศึกษาอย่างน้อยจากมหาวิทยาลัย Top 30 ของโลก พร้อมประวัติผลงานที่โดดเด่น เพราะฉะนั้นจะมีความเข้าใจในเชิงลึกว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งใน Ivy League และ Oxbridge หรือ G5 ต้องการนักเรียนที่มีโปรไฟล์แบบไหน เมื่อคนที่แนะนำเคยทำสิ่งนี้และสำเร็จมาเอง และสำเร็จกับนักเรียนคนอื่นๆ มาแล้ว ด้วยทรัพยากรที่แข็งแกร่งนี้เอง ทำให้เมื่อเทียบกับผู้สมัครทั่วโลกโดยเฉลี่ย นักเรียนของคริมสันมีโอกาสที่จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่เลือกมากกว่าถึง 4.5 เท่า
อัตราความสำเร็จของนักเรียนที่เข้ารับคำปรึกษากับ คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น จากสถิติเดือนมกราคม 2024 ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ดังต่อไปนี้
- นักเรียนกว่า 796 คน ได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League
- นักเรียนกว่า 257 คน ได้รับการตอบรับในการเข้าเรียนจาก Oxford และ Cambridge
- นักเรียนกว่า 5,300+ คน ได้รับการตอบรับในการเข้าเรียนจาก 50 มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกา
- นักเรียนกว่า 1,900+ คน ได้รับการตอบรับในการเข้าเรียนจาก 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร
4 แพลตฟอร์ม ผลักดันอนาคตการศึกษา
นอกจากบทบาทที่ปรึกษาด้านการเตรียมความพร้อมและสมัครเข้าศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกแล้ว คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่าน 4 แพลตฟอร์มสำคัญ ดังนี้
1.Crimson Global Academy (CGA) โรงเรียนมัธยมนานาชาติออนไลน์ที่ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ ให้บริการการเรียนการสอนระดับโลกผ่านการถ่ายทอดสดแก่นักเรียนถึงบ้าน พร้อมกิจกรรมและชมรมต่าง ๆ ที่การเรียนออนไลน์ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ในหลากหลายหลักสูตร ไม่ว่าจะ Pre International GCSE, International GCSEs, A-Levels และ Advanced Placement (AP)
2.Revision Village แหล่งรวมทรัพยากรการเรียนรู้และข้อสอบของนักเรียนหลักสูตร International Baccalaureate (IB) ที่แบ่งตามรายวิชา หัวข้อ หัวข้อย่อย และระดับความยาก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ทบทวน และฝึกฝนผ่านคลังวิดีโอออนไลน์ได้จากทุกที่ทั่วโลก
3.AdmitYogi ถูกก่อตั้งมาเพื่อช่วยให้การสมัครมหาวิทยาลัยระดับโลกเข้าถึงได้สะดวกและง่ายขึ้น ด้วยการรวบรวมตัวอย่างโปรไฟล์ใบสมัครของนักเรียนกว่า 6,000+ ใบสมัครจากทั่วโลกที่ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ Stanford, MIT, Priceton, Northwestern หรือ UCLA ไว้ในที่เดียว
แต่ละโปรไฟล์ใบสมัครจะถูกจัดเรียงตามเป้าหมายมหาวิทยาลัย เชื้อชาติ สาขาวิชา และอีกมากมาย เพื่อความสะดวกในการค้นหาโปรไฟล์ใบสมัครที่มีประวัติหรือความสนใจที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งทุกคนสามารถเข้ามาศึกษาโปรไฟล์ใบสมัครที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วตั้งแต่หลักสูตรและรายวิชา ผลการเรียน เรียงความสมัคร รวมไปถึงลิสต์กิจกรรมนอกชั้นเรียนและโปรเจกต์พัฒนาความเป็นผู้นำ
4.Crimson Young Pioneers (CYP) โปรแกรมพัฒนาความเป็นผู้นำระดับโลก ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง Crimson Education และ KIDsforSDGs มีเป้าหมายในการบ่มเพาะผู้นำระดับโลกรุ่นใหม่ผ่านการพัฒนานวัตกรรม เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและบริหารทักษะการเป็นผู้ประกอบการ
ด้วยการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 ข้อ มาใช้ โปรแกรมนี้จะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้และค้นหาเป้าหมายและความสนใจจริง สร้างโปรเจกต์กิจกรรมนอกหลักสูตรระดับนานาชาติของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้คนและนักเรียนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ขยายผลกระทบจากโปรแกรมของนักเรียนให้ใหญ่ขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม
“เด็กมัธยมฯ เลือกที่จะเล่นหรือเรียนก็ได้ แต่ถ้าสำหรับผม แนะนำให้ตั้งใจเรียนตั้งแต่มัธยมฯ เพราะตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ถ้าคุณตั้งใจจริงจังตั้งแต่มัธยมฯ อนาคตที่ดีก็จะเกิดกับคุณ”
เจมี่ บีตัน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น

คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น ประเทศไทย
ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่ คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น เลือกมาเปิดสาขาเป็นประเทศแรกๆ เพราะเล็งเห็นศักยภาพของเด็กไทย รวมถึงผู้ปกครองที่ต่างให้ความสำคัญและสนับสนุนด้านการศึกษา คุณภานุวัฒน์ เหลืองรัชนี ในฐานะผู้อำนวยการคริมสัน ประเทศไทย เล่าว่า เด็กไทยมีศักยภาพมากพอที่จะเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก เพียงแต่การแข่งขันค่อนข้างสูง เพราะต้องสู้กับเด็กนักเรียนทั้งโลก ฉะนั้น เด็กบางคนอาจจะมองข้ามระยะเวลาในการเตรียมตัวไป พอมารู้ตัวว่าอยากไปเรียน Top University ปรากฏว่าเวลาเตรียมตัวไม่พอ ตรงนี้เป็นจุดที่คริมสันมองเห็นช่องว่าง และอยากเข้ามาสนับสนุน ทั้งส่วนของตัวเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง
“คริมสันมีออฟฟิศอยู่ 23 ประเทศทั่วโลก ฉะนั้น เรามีทรัพยากรที่ค่อนข้างพร้อม สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลหรือแนวโน้มการสมัครต่างๆ ของนักเรียนจากทั่วโลกมาช่วยแนะนำเด็กได้ และเรามีทีมที่ปรึกษาหรือนักกลยุทธ์ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy league หรือ Oxbridgeโดยตรงและมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือเด็กนักเรียนให้สามารถเข้ามหาวิทลัยชั้นนำทั้งในอเมริกาและอังกฤษเป็นเหมือนคุณครูหลักที่คอยช่วยดูแลเด็กแบบตัวต่อตัว มีทีมงานอีกมากมายที่จะเข้ามาประกบเด็กจนกว่าเขาจะพร้อมสำหรับการยื่นใบสมัคร เช่น นักกลยุทธ์คนหนึ่งเป็นคนดูแผนงานโดยรวม และมีเมนเทอร์ต่างๆ ที่จะคอยสอนและแนะนำ คนหนึ่งอาจสอนเกี่ยวกับกิจกรรมนอกหลักสูตร อีกเมนเทอร์ดูแลด้านการทำโปรเจกต์ต่างๆ อีกคนช่วยดูเรื่องการทำวิจัย อีกคนช่วยเตรียมตัวด้านการสัมภาษณ์ นอกจากนี้ยังมีทีมติวเตอร์มาดูแลเรื่องวิชาการให้อีกด้วย”
ด้าน ชญานิษฐ์ มินดี้ เศรษฐบุตร นักกลยุทธ์การสมัครอาวุโสและหัวหน้าทีมนักกลยุทธ์การสมัครภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เสริมว่า เมื่อการแข่งขันสูงทำให้นักเรียนต้องหาเรื่องราวของตัวเองให้ได้ ขณะที่มหาวิทยาลัยต้องอ่านใบสมัครจำนวนมาก และแต่ละที่รับนักเรียนไทยเพียงปีละ 3-5 คน จะทำอย่างไรให้ตัวเองเป็น 3-5 คนนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวพอสมควร เพราะต้องหาให้เจอว่าอะไรคือจุดเด่นของตัวเรา และจะสร้างเรื่องราวของเราอย่างไรให้เขาจำได้หลังจากที่อ่านใบสมัครกว่า 100 ใบ ในแต่ละวัน
“เวลาที่นักเรียนเตรียมตัวเอง บางทีเขาอาจจะไม่รู้ว่าคนอื่นที่สมัครมาที่นี่เขาวางตัวเองยังไง และนักเรียนคนนี้ควรจะวางตัวเองยังไงให้แตกต่างและโดดเด่น ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คริมสันเข้ามาช่วยได้”

คริมสัน ผู้ช่วยนักเรียนไทยเข้ามหาวิทยาลัยระดับโลก
ชญานิษฐ์ เล่าถึงวิธีการที่คริมสันช่วยนักเรียนไทยให้ไปถึงเป้าหมายว่า คริมสันทำงานกับนักเรียน เริ่มต้นตั้งแต่เกรด 6 ไปจนถึงนักเรียนเกรด 12 โดยช่วยให้คำปรึกษาครอบคลุมตั้งแต่ ด้านวิชาการ แนะนำนักเรียนว่าควรเลือกเรียนวิชาอะไรที่โรงเรียน ควรมีทักษะอย่างไรที่จะทำให้ได้คะแนนดีในคลาสเรียน ช่วยเตรียมพร้อมว่าต้องสอบอะไร เช่น SAT, ACT, TOEFL, IELTS เพื่อตอบสนองความต้องการของมหาวิทยาลัยแต่ละที่ หรือสอบเพิ่มจากสิ่งที่เรียนในโรงเรียนอยู่แล้ว เช่น AP หรือ A-Level เพื่อที่จะแสดงให้มหาวิทยาลัยเห็นว่า ผู้เรียนมีความสามารถทางวิชาการสูง
ด้านกิจกรรม คริมสันจะช่วยสร้าง Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) เพราะเวลาที่ยื่นใบสมัคร นักเรียนจะต้องเขียนลิสต์กิจกรรมที่ทำ ตั้งแต่เกรด 9 จนถึงเกรด 12 เพื่อแสดงให้เห็นว่า 4 ปีนี้คุณทำอะไรไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็น เล่นดนตรี เล่นกีฬา ทำโปรเจกต์ ฝึกงาน ทำวิจัย โดยต้องบอกได้ว่าสิ่งที่ทำมีความหมายอย่างไร มีผลอย่างไร และสัมพันธ์กับตัวเองอย่างไร
หลังจากนั้นเมื่อถึงช่วงยื่นใบสมัคร คริมสันจะช่วยนักเรียนในการเลือกมหาวิทยาลัย ดูว่ามหาวิทยาลัยไหนที่เหมาะสม เข้ากับตัวตน และความต้องการที่มี ทั้งยังช่วยดูการทำใบสมัครและการเขียน Essay ที่แต่ละโรงเรียนมักจะมีคำถามที่แตกต่างกัน โดยจะช่วยคิดว่าเขียนเรื่องอะไรได้บ้าง ควรจะเขียนแนวไหน เพื่อให้เวลาที่มหาวิทยาลัยอ่านแล้วเห็นใบสมัครเป็นนิทานเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับนักเรียนคนนี้
สำหรับรอบสมัครปี 2021/22 และ 2022/23 นักเรียนของ คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น ประเทศไทย ได้รับข้อเสนอการตอบรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกถึง 368 ข้อเสนอ
ได้รับการตอบรับจากมหาลัยในเครือ Ivy League 13 การตอบรับ ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย Top 20 ของสหรัฐอเมริกา 62 การตอบรับ ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในเครือ University of California schools (UCs) 55 การตอบรับ
ได้รับการตอบรับการเข้าเรียนจาก Oxford & Cambridge และมหาวิทยาลัยกลุ่ม G5 กว่า 30 การตอบรับ
ความแตกต่างระหว่าง มหาวิทยาลัยสหรัฐอเมริกา VS สหราชอาณาจักร
หากพูดถึงความแตกต่างของการศึกษาระดับปริญญาตรี ระหว่างมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร หลักๆ แล้ว ชญานิษฐ์ อธิบายว่า สหราชอาณาจักร เรียน 3 ปี หลักสูตรมีความเฉพาะทางมากกว่า โดยต้องเลือกว่าจะเรียนวิชาอะไรตั้งแต่ตอนสมัคร ขณะที่ สหรัฐอเมริกา เรียน 4 ปี ตอนที่สมัครเข้าไปเขาจะถามว่าคุณสนใจอะไร แต่ยังไม่ต้องเลือกเมเจอร์ ปีแรกเป็นปีที่สามารถไปสำรวจได้ว่ายังอยากเรียนสิ่งที่สนใจตั้งแต่ต้นอยู่หรือไม่ หรือมีวิชาอื่นที่ไปลองแล้วเกิดสนใจ ก็สามารถเปลี่ยนได้ ปีแรกในอเมริกาจึงเป็นเหมือนการสำรวจ
ภานุวัฒน์ เสริมต่อว่า สำหรับเด็กนักเรียนหรือผู้ปกครองที่มองว่าจะเตรียมตัวเข้าไป US หรือ UK ส่วนหนึ่งผู้ปกครองบางคนอาจเลือกจากประสบการณ์ของตัวเอง แต่หากมองถึงพื้นฐานจริงๆ จะรู้ว่าวิธีการเตรียมตัวของเด็กนักเรียนที่จะเข้าไป US หรือ UK มีความแตกต่างกันตั้งแต่เริ่มต้น
“วิธีการทำใบสมัครของนักเรียนหรือเตรียมโปรไฟล์ในการสมัครของทางฝั่ง UK ถ้าอธิบายสั้นๆ ประมาณ 70% เขาจะดูเรื่องผลการเรียนเป็นหลัก ส่วน 30% ที่เหลือเป็นในฝั่งการทำ Essay หรือ SOP ฉะนั้นวิชาที่คุณเลือกเรียนในช่วงมัธยมฯ ปลายจะต้องสัมพันธ์กับเมเจอร์ที่จะไปตอนปริญญาตรี กลับกันถ้าเป็นฝั่งของ US เกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยมองหา คือเด็กที่มีความสามารถรอบด้าน ผลการเรียนประมาณ 40% กิจกรรมเสริม 30% ส่วนที่เหลือ 30% เป็นเรื่องของ Essay ฉะนั้นการเตรียมตัวค่อนข้างต่างกันตั้งแต่เริ่มต้น”

โปรไฟล์แบบไหนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังมองหา
สำหรับโปรไฟล์ที่ทางมหาวิทยาลัยชื่อดังมองว่าเป็นโปรไฟล์มาตรฐานของนักเรียนที่ดีนั้น ผู้อำนวยการคริมสัน ประเทศไทย ให้ข้อมูลแยกเป็นสองฝั่งว่า สหรัฐอเมริกา มองหาเด็กที่ครบเครื่อง นอกเหนือจากผลการเรียนที่ต้องทำให้ดีแล้ว การที่จะเข้า Ivy League ได้ ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวตัดสินอยู่ในส่วนของ ‘กิจกรรมเสริม’ เวลาที่นักเรียนทำกิจกรรมหรือโปรเจกต์ต่างๆ ไม่ใช่แค่การเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมแล้วจบ แต่ต้องมีบทบาทความเป็นผู้นำ ทำอะไรใหม่ๆ ทำอะไรที่ส่งผลกระทบ สร้างอิมแพคต่อสังคมรอบตัวหรือในวงกว้าง และแตกต่างจากคนอื่น สิ่งนี้คือคีย์หลัก
ส่วนของ Essay เป็นสิ่งที่แต่ละคนสามารถเตรียมตัวได้ก็จริง แต่ในมุมของกรรมการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนที่ต้องอ่านใบสมัครจำนวนมหาศาล จะทำอย่างไรให้ในช่วงเวลาที่เขาเห็นใบสมัครของคุณ เขาจะอ่านและสนใจเรื่องราวความเป็นคุณ ขณะที่ สหราชอาณาจักร นอกจากวัดกันในเรื่องของผลการเรียนที่ดีแล้ว การมี ‘โครงการวิจัยหรือการทำรีเสิช’ นับเป็นสิ่งที่ช่วยได้ค่อนข้างมาก
คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง
ภานุวัฒน์ ฝากคำแนะนำถึงผู้ปกครองในการสนับสนุนลูกๆ หรือนักเรียนในการเตรียมตัวสำหรับการสมัครเข้าเรียนว่า การเตรียมตัวของเด็กในส่วนแรกเริ่มต้น คือ ต้องรู้ก่อนว่าลูกของคุณเก่งอะไร ชอบอะไร ถนัดอะไร แล้วส่งเสริมเขาตั้งแต่พื้นฐาน การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการเริ่มตั้งแต่เกรด 9 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม คริมสันไม่ได้ละทิ้งเด็กที่อายุยังไม่ถึงเกรด 9 หากเด็กกว่านั้น 2-3 ปี ก็สามารถเริ่มใช้บริการปรึกษาได้ โดยผู้ปกครองอาจเริ่มมองหาว่าลูกดูมีแววด้านไหน ก่อนจะเริ่มปลูกฝังและช่วยกันค้นหาว่าจริงๆ แล้วเด็กชอบอะไร ปูพื้นฐานอย่างไร ชอบจริงไหม เพราะสิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นเหมือนกระดุมเม็ดแรก
ชญานิษฐ์ เสริมว่า ยิ่งเริ่มเด็กได้เร็วยิ่งดี เพราะเวลาที่มหาวิทยาลัยดูใบสมัคร จะดูทุกอย่างตั้งแต่เกรด 9 จนถึง เกรด 12 ซึ่งคือ 4 ปีสุดท้ายของการเรียนมัธยมฯ และการมีที่ปรึกษาช่วยแนะนำ จะทำให้รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรในแต่ละปี เพื่อถึงเวลาที่สมัครเราจะพร้อมที่สุด
“แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เปิดใจ เพราะการไปเรียนเมืองนอกเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสที่เยอะมาก ทางที่ปรึกษาของเราสามารถแนะนำได้ เพราะฉะนั้นอยากให้เปิดใจว่ามันมีอะไรให้เราได้ค้นหาอีกเยอะ”
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ของ คริมสัน เอ็ดดูเคชั่น หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊ก Crimson Education Line: @crimsoneducationth (https://lin.ee/LUwty2Z) และเว็บไซต์ https://www.crimsoneducation.org/th-en นอกจากนี้ทางคริมสันยังเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและนักเรียนรับคำปรึกษาเพื่อประเมินโปร์ไฟล์หรือถามคำถามเกี่ยวกับวิธีการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ฟรี เพียงลงทะเบียนที่ https://bit.ly/bookaconsultationcrimson