เปิดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เงื่อนไขล่าสุด เริ่มรับสิทธิพร้อมกัน 1 ตุลาคมนี้
ครม. เคาะขยายเวลาใช้สิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมถึง 30 ก.ย. 69 พร้อมขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ปรับเกณฑ์คัดกรอง 4 ด้าน ปลดล็อกผู้ถือครองรถยนต์เกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์เกิน 15 ปี หน่วยงานรัฐลุยปรับฐานข้อมูลเชิงรุก อำนวยความสะดวกประชาชน เตรียมเริ่มใช้สิทธิรอบใหม่พร้อมกัน 1 ต.ค. 2569
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เสนอ เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ในปัจจุบันยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องในระหว่างช่วงปรับปรุงฐานข้อมูลให้มีความแม่นยำ ครอบคลุม และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง
สรุปมติ ครม. ขยายเวลาสิทธิเดิม – ดีเดย์รับสิทธิรอบใหม่
- ขยายเวลาผู้ถือสิทธิรายเดิม: ผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ ปี 2565 จะได้รับการต่ออายุการใช้สิทธิออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (จากเดิมสิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2569) โดยไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม
- ดีเดย์เริ่มสิทธิรอบใหม่: ผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย จะเริ่มใช้สิทธิประชารัฐสวัสดิการพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- ขยายเวลาแก้ไขข้อมูล: ขยายเวลาแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 (จากเดิม 16 สิงหาคม 2569)
ขยายเวลาการทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค. 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลัก
เพื่อเปิดโอกาสและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมีระยะเวลาที่เพียงพอในการขอทบทวนสิทธิ คณะกรรมการฯ ได้มีมติขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569)
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกหรือพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องขอทบทวนสิทธิได้ผ่าน 4 ช่องทางหลักของโครงการ ดังนี้:
- เว็บไซต์โครงการ: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง: ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ปรับเกณฑ์คัดกรอง 4 กรณี คืนความเป็นธรรม-ตัดปัญหานอมินี
ภาครัฐระบุถึงการคัดกรองผู้ไม่ผ่านการลงทะเบียนรอบนี้จำนวน 9.3 ล้านคน ซึ่งแบ่งเป็น กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์แน่ๆ กลุ่มที่คิดว่าผ่านแต่ข้อมูลไม่อัปเดต และกลุ่มที่ถูกนำชื่อไปใช้เป็นนอมินี โดยคณะกรรมการฯ ได้รับทราบแนวทางการทบทวนข้อมูลและปรับปรุงเกณฑ์ย่อย 4 กรณี ได้แก่
- เกณฑ์ยานพาหนะ (รถยนต์และจักรยานยนต์):
- รถจักรยานยนต์: ไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี (ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี) เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูงหรือรถสะสมคลาสสิก โดยกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการถอนบัญชีให้อัตโนมัติและส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังโดยประชาชนไม่ต้องเดินทางมาอุทธรณ์เอง (เว้นแต่กรณีรถไม่ได้ใช้แต่ยังไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียน ที่ต้องยื่นอุทธรณ์)
- รถยนต์: ไม่นับรวมรถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูงหรือรถสะสมคลาสสิก
- เกณฑ์นักเรียน นักศึกษา: ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อแยกรายชื่อผู้ที่เรียนจริง และตรวจสอบกรณีการแอบอ้างชื่อ
- เกณฑ์การถือหุ้นและธุรกิจ: ไม่นับรวมกรณีเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจชุมชน
- เกณฑ์บัญชีฝากหลักทรัพย์และตราสารหนี้: ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวมบัญชีที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์/ตราสารหนี้ หรือมีกรรมสิทธิ์ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมาก เช่น บัญชีค้างที่เคยเปิดรับโปรโมชันแต่ไม่มีการเคลื่อนไหว
บูรณาการจัดตั้งศูนย์ OSS อำนวยความสะดวกในพื้นที่
นอกจากช่องทางหลักทั้ง 4 ช่องทางแล้ว กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมบูรณาการกับกระทรวงการคลัง ดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์ One Stop Service (OSS) ในระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ได้รับสิทธิที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC และผู้ที่ต้องการยื่นขอทบทวนสิทธิในจุดเดียว โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างครอบคลุม