เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

นักวิเคราะห์ มองเป้า SET สิ้นปี 1,535 จุด แนะลงทุน “หุ้นนอก” เชียร์กลุ่มเทคฯสหรัฐ

01 เม.ย. 2567 | 19:40น.
SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหุ้น หุ้นไทย

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน แนะนำจัดพอร์ตลงทุน หุ้นต่างประเทศในสัดส่วนที่มากกว่าหุ้นไทย เชียร์กลุ่มเทคฯสหรัฐ พร้อมคาด SET สิ้นปี 1,535 จุด เพิ่มน้ำหนัก กลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม และลดน้ำหนักกลุ่มธนาคาร-ธุรกิจประกันภัย

วันที่ 1 เมษายน 2567 สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนร้อยละ 70.83 มองว่าดัชนีราคาหุ้นไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 มีแนวโน้มไปในทิศทางบวก

ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 25 มองว่ามีแนวโน้ม Sideways หรือไม่เปลี่ยนแปลงไปมากจากไตรมาส 1 และมีเพียงร้อยละ 4.17 % ที่มองไปในทิศทางลบ ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยดัชนีหุ้นไทยสิ้นไตรมาสที่ 2 นักวิเคราะห์ และผู้จัดการกองทุนคาดว่า จะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,447 จุด

แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค เงินทุนหลักทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง และท่องเที่ยว และลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคารและธุรกิจประกันภัย และให้เป้าหมายดัชนี ณ สิ้นปี 2567 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,535 จุด

เมื่อให้มองยาวไปจนถึงสิ้นปี ปัจจัยที่มีผลบวกต่อตัชนีราคาหุ้นไทยในปี 2567 ผู้ตอบแบบสำรวจ 83.33% ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา และเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ปัจจัยลบ มองว่ายังปัจจัยด้านการเมืองทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการลดหรือยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของประเทศสำคัญทั่วโลก

ขณะที่ ความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเกี่ยวกับการจัดพอร์ด แนะนำการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ให้แบ่งเงินลงทุนไว้ในหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 28% รองลงมาลงทุนในหุ้นไทย หรือกองทุนหุ้นไทย 23.46%

ตามมาด้วยการแบ่งเงินลงทุนไว้ในกองทุนอสังหา, กอง REIT และทองคำเท่ากันที่ 7.81% และสินทรัพย์อื่นๆ เช่น คริปโตฯ, น้ำมัน 1.04% พร้อมแนะนำให้มีเงินสดหรือเงินฝากระยะสั้น 8.33% ของพอร์ต และมีกองทุนตราสารหนี้ 23.54% โดยความคิดเห็นต่อการลงทุนต่างประเทศนั้น แนะนำให้ลงทุนกองทุนหุ้นสหรัฐฯโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี และSelective Asia เช่น จีน อินเดีย เกาหลี เวียดนาม

สำหรับในการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหมวดธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคเงินทุนหลักทรัพย์ บริการรับเหมาก่อสร้าง และการท่องเที่ยว ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธนาคาร และธุรกิจประกัน โดยรายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำโดยมีจำนวนสำนักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 4 สำนักขึ้นไป ได้แก่

1. AOT ได้อานิสงส์จากท่องเที่ยวฟื้นตัว โดย ธปท. ดาดปีนี้มีนักท่องเที่ยว 34.5 ล้านคน +22.6% y-y อีกทั้งยังมีมาตรการรัฐ ฟรีวีซ่า หนุนนักท่องเที่ยว ซึ่ง AOT คาดผู้โดยสารในปีนี้ 20% เป็น 120 ล้านคนและไม่มีมาตรการให้ส่วนลดผู้ประกอบการ คาดรายได้ปีนี้ +39.6%

2. CK โดยมองว่า ได้ประโยชน์จากรับการเร่งรัดงบเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐปี67 ที่คาดจะช่วยหนุนให้การประมูลโดรงการรัฐหลังจากนี้มีจำนวนมากขึ้น โดยงานปีนี้ที่รอประมูลได้แก่ รถไฟทางคู่ขอนแก่น-หนองคาย ทางด่วนจตุโชติ และ ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง เป็นต้น นอกจากนี้ในด้านตันทุนพบว่าดัชนีวัสดุก่อสร้างที่ลดลงต่อเนื่องเป็นแรงหนุน

3.CPALL ได้ประโยชน์หลักจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐไม่ว่าจะเป็นทางตรงและทางอ้อม

4.MINT โดยมองว่าได้ประโยชน์จากธุรกิจโรงแรมในไทยและในยุโรปเติบโตดี ดอกเบี้ยจ่ยลดลง ธุรกิจอาหารฟื้นตัวสำหรับหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ หุ้นที่เกินมูลค่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก และหุ้นรายตัวที่มีภาระกู้ยืมสูง/เพิ่มทุน

ท้ายที่สุด นักวิเคราะห์ยังได้เพิ่มเติมการแนะนำไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายที่จะมีผลบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ มีความคุ้มค่ากับงบประมาณ โดยกล่าวถึงมาตรการทั้งในระยะสั้นและยาว แยกเป็นการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เดินหน้าโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานของเก่าที่ยังค้าง เช่น EEC , Airport Link และท่าเรือน้ำลึก ถัดมาคือด้านการช่วยเหลือภาคประชน การลดภาระหนี้ภาคครัวเรือน

กระตุ้นการจ้างงานพร้อมกับพัฒนาแรงงานฝืมือและมาตรการเพิ่มกำลังซื้อ (ช้อปช่วยชาติ) ที่กระจายช่วงเวลาใช้ ไม่กระกในช่วงเวลาสั้นจนเกินไป และตามมาด้วย นโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว ดึงความน่าสนใจท่องเที่ยวเมืองรอง และขยายเมือง สนับสนุน FDI อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพิ่มขีดจำกัดด้านการผลิต รวมถึงการย้ายฐานผลิตเข้ามาไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหลักทรัพย์ หุ้น