เปิดปมทองแพง แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ตุน 2 ปีล่าสุด ความต้องการพุ่งเกิน 1,000 ตัน
นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ตุนทองคำมากขึ้น หนุนราคาทองปีนี้ทะยานไม่หยุด ขณะที่ “ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส” เผย 2 ปีที่ผ่านมาแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกเกิน 1,000 ตันมาต่อเนื่อง คาดปีนี้ยังตุนต่อ
วันที่ 9 เมษายน 2567 นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นร้อนแรงต่อเนื่องในปีนี้ มีปัจจัยสำคัญมาจากการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าซื้อทองคำ หันมาใช้ทองคำเป็นทุนสำรองกันมากขึ้น
ขณะที่ข้อมูลจาก “ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส” ระบุว่า ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางที่คาดยังแข็งแกร่งในปีนี้ จากกระแส Dedollarization หรือการลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์ มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และหันมาถือทองคำในเงินทุนสำรองมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกอย่างแข็งแกร่ง โดยซื้อทองคำเกิน 1,000 ตันติดต่อกันมา 2 ปี สูงที่สุดในรอบ 55 ปี และทำให้สัดส่วนความต้องการทองคำจากธนาคารกลางจากเดิมเพียง 8% ในปี 2564 เป็น 23% ในปี 2565-2566 ดังนั้น ถือว่าธนาคารกลางมีบทบาทต่อความต้องการทองคำและราคาทองคำอย่างมาก
โดยปีนี้คาดว่าความต้องการของทองคำจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่งอยู่ โดยเฉพาะจากธนาคารกลางจีนที่มีเงินทุนสำรองมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ถึงแม้ว่าธนาคารกลางจีนได้มีการซื้อทองคำสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันมีสัดส่วนการถือทองคำในเงินทุนสำรองเพียง 4% เท่านั้น
ซึ่งในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำแล้ว 64 ตัน ถึงแม้ว่าลดลง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่เป็น 4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2565
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนยังเป็นธนาคารกลางที่เข้าซื้อทองมากที่สุดอันดับ 1 โดยเข้าซื้อทองในเดือนกุมภาพันธ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16 และเข้าซื้อทองรวม 22 ตันในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้
