เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
Economic บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
โลกนี้มีรถบินได้จริง ๆ สักที
Automotive โลกนี้มีรถบินได้จริง ๆ สักที
กสิกรไทย กำไร 9 เดือน เพิ่มขึ้น 3.43% แรงหนุนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
Finance กสิกรไทย กำไร 9 เดือน เพิ่มขึ้น 3.43% แรงหนุนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ปี ร่วงต่อเนื่อง ‘สทท.-ท่องเที่ยวไทย-จีน’ ชง 8 แนวทางเร่งสร้างเชื่อมั่นตลาดจีน
Business นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ปี ร่วงต่อเนื่อง ‘สทท.-ท่องเที่ยวไทย-จีน’ ชง 8 แนวทางเร่งสร้างเชื่อมั่นตลาดจีน
หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
Finance ปิดฉากประชุม ‘IMF-WBG’ ก้าวแห่งความสำเร็จของประเทศไทย
โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
Finance โฆษกคลังวอนใจเย็น ‘ภาษีขาออก’ รอสรุป-แผนปรับได้
ชำแหละงบแก้น้ำท่วม กทม. ACT จี้ตรวจสอบความคุ้มค่า
Economic ชำแหละงบแก้น้ำท่วม กทม. ACT จี้ตรวจสอบความคุ้มค่า
สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนขั้วการเมือง
Politics สูตรน้ำเงิน-แดง-เขียว อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปลี่ยนขั้วการเมือง
ดูทั้งหมด

การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

17 เม.ย. 2567 | 13:04น.
economy
บทบรรณาธิการ

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในคราวการประชุมครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี โดย 2 เสียงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี โดยกรรมการประเมินว่า อุปสงค์ภายในประเทศยังมีแรงส่งต่อเนื่องและอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยเพิ่มขึ้น กรรมการเสียงส่วนใหญ่ยังเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อและเอื้อต่อการรักษา

เสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว ส่วนกรรมการเสียงข้างน้อยเห็นว่า ควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำลงและมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ลงได้บ้าง

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2567 กนง.มีความเห็นว่า มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นจากปี 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งจากจำนวนนักท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายต่อคน การบริโภคของภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะชะลอตัวลงจากปี 2566 ที่ขยายตัวสูง โดยการใช้จ่ายของภาครัฐบาลก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นจากการเร่งเบิกจ่าย (งบประมาณ) ในช่วงที่เหลือของปี

ด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทานและมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพของภาครัฐ แต่จะทยอยเพิ่มขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในปลายปีนี้ ทั้งนี้ หากหักผลจากมาตรการช่วยเหลือด้านราคาพลังงานของรัฐบาลออกไป อัตราเงินเฟ้อทั่วไปตลอดช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นบวกอยู่ ส่วนภาคการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งปีหลัง

สินเชื่อภาคธุรกิจและครัวเรือนขยายตัวชะลอตัวลงจากการชำระหนี้คืน ปริมาณสินเชื่อปล่อยใหม่ในภาพรวมยังคงขยายตัว แต่ กนง.เห็นว่า ธุรกิจขนาดเล็กบางกลุ่มและภาคครัวเรือนที่มีรายได้น้อยกำลังเผชิญกับภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น จากปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อต่อเนื่องและความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้จะช่วยลดภาระหนี้ในระยะสั้น แต่จะส่งผลให้ยอดคงค้างหนี้เพิ่มขึ้นในระยะยาว และยอดคงค้างหนี้ที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจระยะยาว

จริงอยู่ที่ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินมี “อิสระ” ในการพิจารณาออกมติในเรื่องอัตราดอกเบี้ย แต่มติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ที่ผ่านมา 2 ครั้งก็ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์ มาครั้งนี้กรรมการเสียงข้างน้อยถึงกับระบุว่า การลดอัตราดอกเบี้ยลงจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ลงได้บ้างด้วย ดังนั้น คณะกรรมการ กนง.เสียงข้างมาก ควรที่จะต้องรับฟังความเห็นจากภาครัฐบาลและสถาบันภาคเอกชนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือสมาพันธ์ SMEs ไทย ซึ่งล้วนแล้วต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และต้นทุนต่าง ๆ ยังอยู่ในระดับสูง เพื่อมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของผู้ประกอบการและประชาชน