ราคาน้ำมันดิบ (7 มิ.ย. 67) ปรับเพิ่ม ตลาดคาดหวัง Fed จะปรับลดดอกเบี้ยตาม ECB
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดคาดหวัง Fed จะปรับลดดอกเบี้ยตามธนาคารกลางยุโรป
วันที่ 7 มิถุนายน 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2% หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 เพิ่มความหวังว่า Fed จะดำเนินนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามธนาคารกลางยุโรป นอกจากนี้ รอยเตอร์เผยผลสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 2 ใน 3 คาดการณ์ว่า Fed จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในเดือน ก.ย. 67
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 มิ.ย. 2567 อยู่ที่ 75.55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.48 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 79.87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
กระทรวงแรงงานสหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกปรับตัวเพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 229,000 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 220,000 ราย สะท้อนถึงการเริ่มชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลว่าชาติผู้ผลิตบางส่วนในกลุ่ม OPEC+ จะกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตอีกครั้ง หลังจากข้อตกลงลดกำลังการผลิตแบบสมัครใจจะยุติลงในช่วงเดือน ต.ค. 67 แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่ม OPEC+ จะออกมาส่งสัญญาณว่าข้อตกลงอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ หากสถานการณ์ตลาดเปลี่ยนแปลงไป
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณการผลิตน้ำมันเบนซินในสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวสะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันเบนซิน ปรับลดลง 0.2 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่าราคาน้ำมันเบนซินจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นจากการเข้าสู่ฤดูกาลพายุเฮอริเคนของสหรัฐ เมื่อ 1 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังญี่ปุ่นรายงานตัวเลขน้ำมันดีเซลคงคลังปรับตัวสูงขึ้น 8.7% ในสัปดาห์ก่อน สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ราคาได้รับแรงหนุนจากการที่โรงกลั่นในญี่ปุ่นปิดซ่อมบำรุงตามแผนจำนวน 4 แห่ง ในสัปดาห์นี้
