เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สปส. เคลียร์คะแนนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ เตรียมชง กกต. รับรองผล 5 พ.ย.นี้
Politics สปส. เคลียร์คะแนนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ เตรียมชง กกต. รับรองผล 5 พ.ย.นี้
SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา ปรับเวลา-เพิ่มเที่ยวรถ เริ่ม 1 พ.ย. 69
News SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา ปรับเวลา-เพิ่มเที่ยวรถ เริ่ม 1 พ.ย. 69
‘วิทัย’ลุยต่อบทบาทใหม่ธปท. สกัดทุนเทา-คุมน็อนแบงก์
ข่าวหน้า 1 ‘วิทัย’ลุยต่อบทบาทใหม่ธปท. สกัดทุนเทา-คุมน็อนแบงก์
อุตุฯ เตือนรับมือฝนถล่ม กทม.-ใต้ อ่วม 60% เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-คลื่นสูง 2 เมตร
News อุตุฯ เตือนรับมือฝนถล่ม กทม.-ใต้ อ่วม 60% เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-คลื่นสูง 2 เมตร
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (31 ต.ค. 69) ปรับลง 1.04% อยู่ที่ 77,175 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (31 ต.ค. 69) ปรับลง 1.04% อยู่ที่ 77,175 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (31 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (31 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Taobao ทุบ SMEs เดี้ยงสนิท สินค้าจีนทะลัก-ไทยแห่ช็อปอันดับ 1
ข่าวหน้า 1 Taobao ทุบ SMEs เดี้ยงสนิท สินค้าจีนทะลัก-ไทยแห่ช็อปอันดับ 1
“อัมพวา เฮ ฮาโลวีน” ปลุกสีสันเที่ยวริมน้ำ ดึงนักท่องเที่ยวฟื้นเศรษฐกิจชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค “อัมพวา เฮ ฮาโลวีน” ปลุกสีสันเที่ยวริมน้ำ ดึงนักท่องเที่ยวฟื้นเศรษฐกิจชุมชน
ก.ล.ต. จี้ INGRS เคลียร์งบการเงิน! หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น ขีดเส้นตาย 30 พ.ย.นี้
Finance ก.ล.ต. จี้ INGRS เคลียร์งบการเงิน! หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น ขีดเส้นตาย 30 พ.ย.นี้
น้ำท่วมภูเก็ตยอดเคลมพุ่ง 181 รายการ คปภ.เร่งจ่ายสินไหมบ้านสูงสุด 1 แสนบาท
Finance น้ำท่วมภูเก็ตยอดเคลมพุ่ง 181 รายการ คปภ.เร่งจ่ายสินไหมบ้านสูงสุด 1 แสนบาท
ดูทั้งหมด

ผลประชุมเฟดเป็นไปตามคาด แต่ตลาดยังคงกังวลต่อการลดดอกเบี้ยในอนาคต

13 มิ.ย. 2567 | 18:01น.
ดอลลาร์

ผลประชุมเฟดเป็นไปตามคาด แต่ตลาดยังคงกังวลต่อการลดดอกเบี้ยในอนาคต

วันที่ 13 มิถุนายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/6) ที่ระดับ 36.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/6) ที่ระดับ 36.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากคืนวานนี้ (12/6) ทางกระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคม

โดยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคขั้นพื้นฐาน ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานขยายตัวอยู่ที่ 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งมากกว่าในเดือนเมษายนที่ขยายตัว 0.3% และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.3% ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปขยายตัว 3.3% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งลดลงจาก 3.4% ในเดือนเมษายน และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาว่าเงินเฟ้อได้ลดลงแล้วนั้น ส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทแข็งค่าสู่ระดับ 36.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากนั้นทางสหรัฐได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน โดยเฟดได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 7 หลังจากที่เฟดได้มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดกันถึง 11 ครั้ง และเป็นระดับอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดในรอบ 23 ปี นอกจากนี้เฟดยังได้เปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย หรือ Fed Dot Plot

โดยเจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าในปีนี้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5.1% เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าในปี 2567 นี้จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จากที่คาดการณ์ไว้ 3 ครั้ง ในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ในปี 2568 เฟดส่งสัญญาณว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 1% และดอกเบี้ยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4.1%

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดปรับเพิ่มการคาดการณ์ดอกเบี้ยระยะยาวสู่ระดับ 2.8% จากเดิมที่อยู่ที่ 2.9% ทำให้หลังจากประกาศ Fed Dot Plot ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจึงปรับตัวแข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงมองว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ คือช่วงเดือนกันยายน และเดือนพฤศจิกายน

นอกจากนี้ เฟดได้คงตัวเลขการคาดการณ์ GDP สหรัฐ อยู่ที่ 2.1% ในปี 2567 และอยู่ที่ 2.0% ในปี 2568 และ 2569 ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในช่วงเดือนมีนาคม ในส่วนของอัตราการว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.0%, 4.2%, 4.1% ในปี 2567, 2568 และ 2569

นอกจากนี้ในคืนนี้ ตลาดยังจับตารอดูดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ค. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ที่ใช้ในการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดต่อไป ทั้งนี้ นายพาวเวลล์ได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า แม้เงินเฟ้อชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเกินไป และการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% นั้น มีความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ นายพาวเวลล์กล่าวว่า

ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่านโยบายการเงินของเฟดมีการคุมเข้มมากพอ โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.53-36.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/6) ที่ระดับ 1.0811/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/6) ที่ 1.0751/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดยังคงจับตารอดูท่าทีในการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB ต่อไป

เนื่องจากทาง ECB ได้กล่าวว่า จะไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากได้มีการลดดอกเบี้ยไป 0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุดโดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0802-1.0816 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0802/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/6) ที่ระดับ 156.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (12/6) ที่ 157.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนจับตาดูผลการประชุมกำหนดนโบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์นี้ (14 มิ.ย.) ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่า BOJ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.1%

โดยนายโทชิคาซุ โฮริอุจิ นักกลยุทธ์ด้านตราสารทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ IwaiCosmo กล่าวว่า การตัดสินใจที่จะลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาล อาจกดดันให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนจึงชะลอการลงทุนออกไปก่อนจนกว่าท่าทีของ BOJ จะชัดเจน โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.68-157.33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (13/6), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ค. (13/6), ราคานำเข้าและส่งออกเดือน พ.ค. (14/6), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน มิ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (14/6), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย.ของยูโรโซน (13/6) และประชุมนโยบายการเงินของญี่ปุ่น (BOJ) (13-14/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.25/9.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10/8.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ