ข้อเท็จ-จริง EEC ใน “ชลบุรี”-
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย กฤษณา ไพฑูรย์
เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีโอกาสไปนั่งจับเข่าคุยกับบรรดานักธุรกิจในหลายแวดวงของจังหวัดชลบุรี ทั้งนักธุรกิจในแวดวงอุตสาหกาทรรมอย่าง ดร.สาโรจน์ วสุวานิช ซึ่งปัจจุบันสวมหมวกในตำแหน่งสำคัญถึง 2 องค์กร คือรองประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไทยซัมมิท ฮาร์เนส ในเครือไทยซัมมิทกรุ๊ป และอีกหมวกในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี
รวมถึงคนดังในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัด อย่าง คุณมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดชลบุรี และเพื่อน ๆ ในแวดวงนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชลบุรีอีกหลายท่าน
และที่ขาดไม่ได้เมื่อไปถึงจังหวัดชลบุรีแล้ว ถ้าไม่ได้คุยกับกลุ่มทุนใหญ่แห่งภาคตะวันออกอย่าง “ตระกูลคุณปลื้ม” แล้ว คงเรียกว่ามาไม่ถึงจังหวัดชลบุรี ซึ่งโชคดีมากที่ คุณจิราภรณ์ คุณปลื้ม ลูกสาวคนเก่งของกำนันเป๊าะ คุณสมชาย คุณปลื้ม ซึ่งปัจจุบันได้รับการวางตัวให้นั่งในตำแหน่ง “รองประธานกรรมการบริหาร บางแสนโฮเทลกรุ๊ป” ดูแลกิจการใน “กงสี” ทั้งหมดแทนพี่ชายและน้องชายอีก 4 คน ที่ไปเล่นการเมือง
ได้เจียดเวลาว่างจากภารกิจอันหนักอึ้งมาสนทนากับทีมของประชาชาติธุรกิจ
สิ่งหนึ่งที่ได้รับฟังเสียงจากบรรดาผู้กว้างขวางในจังหวัดชลบุรีสะท้อนออกมาตรงกันในเรื่องความเคลื่อนไหวของพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ประกาศนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดในภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ว่า
“พื้นที่จังหวัดชลบุรีวันนี้ ยังไร้ซึ่งวี่แววของนักลงทุนรายใหญ่ ทั้งภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เพราะหลายโครงการ คอนโดฯ บ้านจัดสรร ที่มาลงทุนไว้ ยังเหลือขายกันเพียบ !”
ข้อมูลที่ได้ถือว่า “ตรงกันข้าม” กับสิ่งที่รัฐบาลพยายามบอกเล่า และออกประโคมข่าวกันอย่างสิ้นเชิง
โดย ดร.สาโรจน์ ได้ฉายภาพทั้งในหมวกของผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ ไทยซัมมิท และในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ว่า เรื่อง 5 อุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลพยายามนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้มากมาย เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เท่าที่คุยกับลูกค้าผมทั้งค่ายยุโรป และค่ายญี่ปุ่น ผมยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวของทุนต่างชาติที่จะลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมเป็นเรื่องเป็นราว และไม่ได้กระตือรือร้นมากเท่าที่ควรต่อนโยบายที่รัฐบาลออกมา เขายังค่อย ๆ ทำไป
เช่น โตโยต้าบอกจะทำเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทันทีไม่ได้ เป็นไฮบริดไปก่อน แต่อนาคตเมื่อโลกเปลี่ยน เทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้ามาแน่ แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไหร่ เพราะเท่าที่ฟังจากการที่เราไปประเทศญี่ปุ่น ได้ไปพูดคุยไปสัมผัสเอง คนญี่ปุ่นก็บอกว่า หากเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าทันที เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็พังเหมือนกัน เพราะจะมีพนักงานในโรงงานที่ผลิตเครื่องยนต์ที่เป็นแบบเก่าจะตกงาน 2 ล้านกว่าคนในญี่ปุ่น
ดังนั้น หากมองกลับมาเมืองไทยเช่นเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ หม้อน้ำ ถังน้ำมัน ท่อไอเสีย รวมถึงระบบแอร์ให้ความเย็นจะเปลี่ยนไป ผู้ผลิตเหล่านี้จะได้รับผลกระทบ เพราะรถไฟฟ้าจะไม่มีเครื่องยนต์
ยกตัวอย่างเมื่อก่อนรถยนต์ยี่ห้อ “โฟล์คสวาเกน” อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะกำเม็ดเงินไปลงทุนในภูมิภาคไหน รวมถึงประเทศไทย ก่อนจะลงทุนได้จัดส่งทีมงานมาสำรวจ โดยขอให้หน่วยงานภาครัฐของไทยเชิญซัพพลายเออร์เพื่อพบปะพูดคุยกันโดยตรง เพื่อดูว่าแต่ละรายมีศักยภาพ มีความพร้อมแค่ไหน เราเองถูกเชิญไป แต่สุดท้ายแล้วโฟล์คฯไม่ได้ตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทย
เช่นเดียวกับแอร์บัสวันนี้มาเซ็น MOU ว่าจะมาตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน วันนี้ยังเงียบมาก ไม่มีการเชื้อเชิญพวกเราทางกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วน หรือผ่านมาทางสภาอุตสาหกรรมหรือผ่านกลุ่มไทยซัมมิทว่านักอุตสาหกรรมทางชลบุรีมีความพร้อมมากแค่ไหน มีใครสนใจ อย่างน้อยเราก็ได้สื่อสารออกไป แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเงียบไปหมด ! มีแต่ทางภาครัฐบอก แต่ลงมาภาคปฏิบัติยังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ
คิดว่าทุกคนรอความชัดเจนของ “ร่าง พ.ร.บ.EEC” ที่จะคลอดออกมาก่อน
ขณะที่คุณมีศักดิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดชลบุรี ได้สะท้อนว่า ก่อนหน้านี้ถือเป็นยุคทองมียอด
ขายอสังหาฯในชลบุรีสูงมาก ทำให้มีบริษัทรายใหญ่แห่กันเข้ามาลงทุน แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์
ใหญ่ ๆ ต่างชะลอการลงทุน ลดราคา และมีบางโครงการไม่สามารถขายได้ เป็นสัญญาณว่าความต้องการบ้านยังไม่ได้เพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก
สอดคล้องกับคุณจิราภรณ์ หญิงเหล็กแห่งตระกูลคุณปลื้ม ได้ตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เมื่อ 6 โครงการ
อสังหาฯในมือ ยังเหลือขายอยู่หลายโครงการ ทั้งคอนโดฯ และบ้านจัดสรร
นอกจากนี้ คุณจิราภรณ์ฉายภาพให้เห็นว่า ราคาที่ดินในจังหวัดชลบุรีไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น เพราะรัฐบาลประกาศนโยบาย EEC แต่ราคาที่ดินในชลบุรีปรับตัวสูงขึ้นจนชนเพดานตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมาก่อนประกาศนโยบาย EEC และหลังจากประกาศ EEC ราคาที่ดินไม่ได้ปรับขึ้น แถมตระกูลคุณปลื้มเองประกาศขายที่บางแปลงใน อ.ศรีราชา ติดป้ายประกาศมาเป็นปี ยังไม่มีนายทุนรายใหญ่ติดต่อมา
ดังนั้น วันนี้ข่าวความเคลื่อนไหวที่ประโคมกันออกมา กับภาพความเป็นจริงของคนในพื้นที่สะท้อนออกมา อะไร ? คือข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรม !