ราคาน้ำมันดิบ (12 ก.ค. 67) ปรับเพิ่ม หลังดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐต่ำ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐต่ำจากการคาดการณ์เฟดปรับลดดอกเบี้ย
วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเดือน มิ.ย. 67 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. 67 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุปสงค์น้ำมัน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับลดลง 0.58% สู่ระดับ 104.44 ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดเป็นราคาดอลลาร์สหรัฐมีราคาถูกลงและดึงดูดนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันหลังสำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยรายงานอุปสงค์น้ำมันดิบโลกเติบโตต่ำสุดในรอบปีที่ระดับ 0.71 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 2/67 สะท้อนความต้องการใช้น้ำมันในจีนที่ปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกัน ยังคงคาดการณ์การเติบโตอุปสงค์น้ำมันโลกปี 2567 และ 2568 เติบโตช้าที่ระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคลดลงจากโรงกลั่นในเอเชียที่ยังคงปรับลดกำลังการผลิตในเดือน ก.ค. 67 อย่างไรก็ดี ตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเบนซินเวียดนามปรับลดลงจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ และโรงกลั่นในประเทศกลับมาดำเนินการหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงประจำปี
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันดีเซลจากอ่าวเปอร์เซียไปยุโรปปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลอุปทานน้ำมันดีเซลมายังภูมิภาคเอเชียปรับลดลง อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงกดดันจากสต๊อกน้ำมันดีเซลที่ท่าเรือฟูไจราห์ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการชะลอตัวของอุปสงค์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
