ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานซาอุฯ
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานซาอุฯ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังกลุ่มกบฏฮูตีโจมตีเมืองทางตอนใต้ของประเทศซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 70 ราย และเกิดเพลิงไหม้ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่ง ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความกังวลต่อสงครามตะวันออกกลางที่ดำเนินมานาน 6 เดือน โดยอาจขยายวงกว้างรวมถึงกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางมากขึ้น
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในการโจมตีประเทศซาอุดีอาระเบียครั้งใหญ่ที่สุด โดยอาจเพิ่มผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก หากการโจมตีลุกลามไปยังเส้นทางขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนอกเหนือจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 8 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 93.03 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 97.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ธนาคาร Goldman Sachs และ HSBC ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ หลังมองว่าสถานการณ์ความไม่สงบและการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อถึงปี 2570 โดย Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคา น้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสขึ้นอีก 5 ดอลลาร์/บาร์เรลสู่ระดับ 85 และ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ในเดือน ธ.ค. 69
ขณะที่ปรับเพิ่มการคาดการณ์ราคาสำหรับปี 2570 สู่ระดับ 80 และ 75 ดอลลาร์/บาร์เรลตามลำดับ ในส่วน HSBC ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในปี 2569 และ 2570 ที่ระดับ 90 และ 85 ดอลลาร์/บาร์เรล ตามลำดับ
ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐ เดือน ส.ค. 69 ปรับตัวดีขึ้นหลังตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้เพียง 56,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งและลดความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ของ Fedในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. 69
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน โดยระบุว่าต้องการให้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลงโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และรัสเซีย โดยปูตินได้แสดงท่าทีสนับสนุนแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ ตลาดมองว่าการยุติสงครามอาจเปิดทางให้รัสเซียกลับมาส่งออกพลังงานได้มากขึ้น ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานน้ำมันคลายตัวบางส่วน
