เซเปียน-เซน้ำน้อย RATCH รุกลงทุนไฟฟ้าลาว-
ภายหลังจากการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือ IPP ไปเมื่อปี 2555 รวม 5,000 เมกะวัตต์ จนถึงขณะนี้กระทรวงพลังงานยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปิดประมูลใหม่ เนื่องจากปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศยังสูงถึง 30% และยังต้องรอสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ก่อน ทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าหลายรายต้องขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้านทดแทน
เซเปียนฯ เข้าระบบปี’62
จากสถานการณ์ข้างต้น ทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) อย่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ต้องออกไปหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เช่นกัน
โดยเร็ว ๆ นี้ RATCH จะมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำใหม่ล่าสุด คือ “เซเปียน-เซน้ำน้อย” รวมกำลังผลิตติดตั้ง 410 เมกะวัตต์ ที่จะผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในเดือน ก.พ. 62 หลังจากก่อสร้างมานาน 64 เดือน
โรงไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อย ได้ออกแบบอ่างเก็บน้ำถึง 3 ระดับ ขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำแนวราบความยาว 13.59 กม. และแนวดิ่งสูง 458 เมตร เพิ่มระดับความสูงน้ำได้ถึง 650 เมตร เพื่อให้แรงดันน้ำหมุนกังหันไฟฟ้าด้วยศักยภาพสูงสุดโดยใช้น้ำน้อยลงอีกด้วย กำลังผลิตไฟฟ้าที่ 90% ส่งผ่านสายส่งจากชายแดนลาวเข้ามาไทยตรงบริเวณสถานีรับ-จ่ายไฟตรงบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยสายส่ง 500 เควี ที่จะปักเสาพาดสายแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ RATCH ระบุว่า โครงการดังกล่าวลงทุนรวม 32,000 ล้านบาท (ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 25%) แบ่งเป็นเงินกู้ 70% และส่วนทุน 30% อัตราค่าไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 2.50 บาท/หน่วย รวมอายุสัญญา 27 ปี ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กำลังผลิต 354 เมกะวัตต์ ส่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และส่วนที่เหลือ 40 เมกะวัตต์ส่งให้การไฟฟ้าลาว
ทั้งนี้ โครงการเซเปียน-เซน้ำน้อย เป็นโครงการที่ 3 ในลาว ที่ราชบุรีฯเข้ามาลงทุนในลาว โดยราชบุรีฯถือหุ้นที่สัดส่วน 25% บริษัท เอสเค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 26% บริษัท โคเรีย เวสเทิร์น เพาเวอร์ และบริษัท ลาวโฮลดิ้งสเตท เอ็นเตอร์ไพรส์ 24% อย่างไรก็ตาม ถ้ามีโอกาส RATCH ก็ต้องการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น ให้เป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนแต่ละโครงการที่ไม่น้อยกว่า 25% แต่ขณะนี้ไม่มีนักลงทุนรายใดขายหุ้นเนื่องจากโครงการดังกล่าวมีศักยภาพในการทำรายได้
“ปัจจุบันมีกำลังผลิตใน สปป.ลาวคิดเป็น 15% ของกำลังผลิตตามสัดส่วนลงทุน หรือประมาณ 7,552 เมกะวัตต์ ในปี’60 ที่ผ่านมา เฉพาะในลาว ทำรายได้อยู่ที่ 2,500 ล้านบาท หรือ 5% ของรายได้รวม และเตรียมที่จะขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มอีก”
ลุยธุรกิจเพิ่มใน สปป.ลาว
นอกจากนี้ ยังมองการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย ทั้งโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น น้ำประปา รวมถึงการลงทุนด้านเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (wood pallet) ครบวงจรตั้งแต่การปลูกต้นไม้ และลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตชีวมวลอัดเม็ดอีกด้วย คาดว่าจะร่วมลงทุนกับพันธมิตรในพื้นที่ สำหรับตลาดเชื้อเพลิงชีวมวลนั้นกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะแต่ละประเทศต้องการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งผลักดันให้ราคาชีวมวลอัดเม็ดไปแตะที่ 100 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ลุ้นโอกาสในลาว 3 MV
เมื่อประเมินศักยภาพของลาวพบว่า สามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 23,000 เมกะวัตต์ ปัจจุบันระหว่างไทยและลาว มีข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) อยู่ที่ 9,000 เมกะวัตต์ โดยไทยรับซื้อจากลาวแล้ว 5,914 เมกะวัตต์ ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 5,941 เมกะวัตต์ เท่ากับว่ายังเหลือโอกาสให้ราชบุรีฯเข้าไปลงทุนราว 3,000 เมกะวัตต์ นายกิจจาระบุว่า ในลาวมีหลายโครงการที่น่าสนใจ เช่น พื้นที่เซกอง
โดย RATCH วางเป้าหมายว่า ภายในปี’66 การลงทุนในประเทศที่ 60% จากปัจจุบัน 69% และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็น 40% จากปัจจุบันที่ 31%
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
