กรมอุตุฯเตือน ภาคเหนือ อีสาน ตอ. กทม. เฝ้าระวังฝนตกหนัก 2 ช่วง 5-14 ส.ค.
กรมอุตุฯเตือนภาคเหนือ อีสานตอนบน ตะวันออก รวม กทม.และปริมณฑล ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก-ตกสะสม 2 ช่วง เฉลี่ย 60-70% ของพื้นที่ ช่วงแรก 5-7 ส.ค.นี้ อิทธิพล “ลมฝน” จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน เสี่ยงท่วมฉับพลัน และช่วง 11-14 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เหตุมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น ต้องเฝ้าระวังและติดตามอีกช่วง
วันที่ 5 สิงหาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยาอัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุก ๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 5-14 ส.ค. 67 init. 2024080412 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) (วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ) เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อยว่า
โดยในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 ทั่วไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ปริมาณส่วนใหญ่เป็นเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีตกหนักบางแห่ง บริเวณด้านตะวันออก ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำ ส่วนภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก กทม.ปริมณฑลและภาคใต้ มีฝนหนักบางแห่ง ด้านรับมรสุม
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยังมีฝนช่วงนี้มาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมฝน) จะมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง ส่วนลมระดับกลาง ๆ ยังมีความแปรปรวน ภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง (รวม กทม.และปริมณฑล) ภาคตะวันออก ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนภาคอีสานตอนล่าง ฝนยังมีบางแห่ง สำหรับภาคใต้ยังมีฝนบางแห่ง เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง คลื่นลมมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง
ส่วนช่วง 8-10 ส.ค. 67 ทั่วไทยจะมีฝนน้อยลงบ้าง แต่ยังมีตกบางแห่ง ส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ฝนที่เคยตกหนักลดลงเหลือบางแห่ง ยังเน้นตกทางด้านรับมรสุม เนื่องจากมรสุมมีกำลังอ่อนลง
และช่วงวันที่ 11-14 ส.ค. 2567 ฝนจะเพิ่มขึ้น มรสุมเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ต้องเฝ้าระวังและติดตาม
กรมอุตุฯระบุว่า ระยะนี้ยังไม่พบสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนใกล้บริเวณประเทศไทย (ข้อมูลนี้ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสภาพอากาศ ยังต้องติดตามด้วยข้อมูลจากผลการตรวจอากาศอื่น ๆ ร่วมด้วย และข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลนำเข้าใหม่)

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่าง 5-11 ส.ค. 2567
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 5-6 และ 9-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 7-8 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 5-6 และ 9-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 7-8 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 5-7 ส.ค. 67 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ส.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

(ออกประกาศ 05 สิงหาคม 2567 12.00 น.)