Skip to content

ธปท.ส่อลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น จับตา “รัฐบาลใหม่-จีดีพี Q2”

18 ส.ค. 2567 | 10:36น.
ธปท.ส่อลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น จับตา “รัฐบาลใหม่-จีดีพี Q2”
อัพเดตล่าสุด 18 สิงหาคม 2567 เวลา 10.36 น.

รอบการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดำเนินมาถึงอีกแล้วในวันที่ 21 ส.ค.นี้ หลังจากครั้งก่อนคณะกรรมการมีมติให้คงดอกเบี้ย ด้วยเสียง 6 : 1 ลดลงจากก่อนหน้านั้นที่คงดอกเบี้ยด้วยเสียง 5 : 2 ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า ปีนี้ กนง.จะ “ปิดประตู” ลดดอกเบี้ยแล้ว อย่างไรก็ดี ถึงขณะนี้สถานการณ์หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไป ทั้งปัจจัยภายนอกและในประเทศ

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กนง.จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ เนื่องจากคณะกรรมการจะต้องรอดูสถานการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อน รวมถึงรอดูตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2567 ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประกาศในวันที่ 19 ส.ค.นี้ด้วย

“ก็มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยได้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อไม่สูง และเศรษฐกิจไทยยังโตแผ่ว แต่เชื่อว่า กนง.จะรอดูท่าทีเฟด ก่อนปรับลดดอกเบี้ยในปลายปี”

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ว่า คาดว่า กนง.จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงดอกเบี้ย และโอกาสปรับลดดอกเบี้ยมีมากขึ้น คาดว่าทั้งปีนี้จะลด 1 ครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะตรึงไว้ที่ 2.5% ตลอดทั้งปี

“ตอนนี้ ตลาดมีการคาดการณ์ว่าเฟด จะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด โดยปีนี้คาดเฟดจะปรับลดถึง 1% จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ออกมาชะลอตัวกว่าคาด”

นอกจากนี้ ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 มีปัจจัยเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ที่เข้ามาเพิ่มเติม เช่น ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง เป็นต้น และรอดูตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งศูนย์วิจัยฯ คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะขยายตัวได้มากกว่า 2% จากแรงสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและส่งออกที่ฟื้นตัว แต่ภาพรวมทั้งปี 2567 มีความเสี่ยงมากขึ้น

“ปีนี้ จากเดิมเราประเมินว่าจีดีพีจะขยายตัว 2.6% ตอนนี้มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเราจะมีการทบทวนตัวเลขใหม่ โดยจะพิจารณาตัวเลขจริงของสภาพัฒน์ และผลจากการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ เพราะเชื่อว่าจะมีข้อมูลใหม่ออกมาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาของรัฐบาลใหม่ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ การฟอร์มทีมรัฐบาล ถ้าล่าช้า ก็อาจทำให้เกิดสุญญากาศ ก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจ”

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย ที่มองว่า ปีนี้ กนง.น่าจะลดดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้ง อย่างไรก็ดี รอบวันที่ 21 ส.ค.นี้ ยังไม่สามารถประเมินว่าจะปรับลดเลยหรือไม่ แต่ภาพรวม กนง.มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยได้ เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจ การส่งออก และภาคการผลิตอุตสาหกรรม ชะลอตัวชัดเจน

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ว่า รอบนี้ กนง.น่าจะมีมติคงดอกเบี้ย แต่มติที่ออกมา น่าจะเสียงแตก โดยเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งจากปัจจัยภายใน เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง และปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยภายนอก เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มแผ่ว รวมถึงทิศทางเฟดในการปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้

นอกจากนี้ กนง.จะรอดูตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ซึ่งธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า จะขยายตัวต่ำกว่า 2% อยู่ที่ 1.8% โตต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เมื่อเทียบกับมาเลเซียที่ขยายตัวได้ 5.8% หรือประเทศอื่นในกลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 6%

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยทางการเมือง โดยอาจจะต้อรอดูข้อมูลและความชัดเจนในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล พรรคการเมืองร่วม รวมถึงท่าทีของนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเลต และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ว่าจะไปในทิศทางไหน ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“จากประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมือง จากเดิมที่คิดว่าจะมีแรงส่งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะช้าไป เพราะตอนนี้เศรษฐกิจโลกก็แผ่ว ทำให้มีความเสี่ยงขาลงของเศรษฐกิจมากกว่าคาด ซึ่ง กนง.ก็คงต้องอ่านเกมความเสี่ยงเหล่านี้ แต่โอกาสลดดอกเบี้ยครั้งนี้เลยก็มี เพื่อทยอยลดผลกระทบไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดลง”

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า สาเหตุที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่ลดดอกเบี้ย ด้านหนึ่งคือ ห่วงหนี้ครัวเรือน ซึ่งหากเศรษฐกิจโตดี เงินเฟ้อไม่สูง ก็อยากเก็บดอกเบี้ยสูง ๆ ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการสร้างหนี้เพิ่ม อีกประเด็นคือ ไม่อยากลดดอกเบี้ยในช่วงที่มีการกระตุ้นด้วยนโยบายการคลังมาก ๆ เพราะลดดอกเบี้ยไปก็ไม่มีประโยชน์ ก็อยากเก็บกระสุนเอาไว้

“ทีนี้ ถ้าไม่มีดิจิทัลวอลเลต ความกังวลที่ว่าต้องเก็บกระสุนเอาไว้ ก็ลดลง อาจจะใช้กระสุนเลยก็ได้ แล้วหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่กว่าที่คาด คุณภาพหนี้ก็แย่ลงกว่าที่คาด ก็อาจจะเห็นความจำเป็นในการต้องลดดอกเบี้ยลงเพิ่มเติม ฉะนั้น ถ้าดิจิทัลวอลเลตไม่มา แล้วตัวเลขเศรษฐกิจปลายปีแผ่วลงเยอะ ๆ การลดดอกเบี้ยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ซึ่งเดิมเราคาดว่าจะลดไตรมาส 2 ปีหน้า ก็อาจจะเป็นลดปลายปีนี้เลยก็ได้ แต่รอบนี้คงยังไม่ลด”

ดร.พิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ด้วย หากออกมาโตแค่ระดับกว่า 1% ก็อาจจะเห็นการลดดอกเบี้ย แต่ถ้าเศรษฐกิจโต 2-3% ธปท.ก็คงไม่ลดดอกเบี้ย